Featured

Passive Death Wish แค่หวังลึกๆว่าโชคชะตาจะฆ่าเราเอง

“คุณเคยมีความคิดว่า อยากหายไปจากโลกนี้บ้างมั้ย?
เราเคยนะ และยังมีอยู่เรื่อย ๆ ด้วย แต่ว่าไม่ได้คิดอยากจะจบชีวิตตัวเองนะ เพียงแต่หวังลึก ๆ ว่าวันนึง โชคชะตาจะฆ่าเราเอง”

เช่น เดิน ๆ อยู่แล้วฟ้าผ่าใส่ โดนรถชนตาย โดนลูกหลงเวลาที่เขายิงกัน
อาจจะซ้อนมอเตอร์ไซด์แล้วพลิกคว่ำเสียชีวิต
หรือถ้าให้ดีคือนอนไปแล้วไม่ตื่นมาอีกเลย
บางทีเราก็สงสัยว่าพวกอุบัติเหตุที่มันเกิดขึ้นตามข่าว ทำไมไม่เป็นเราแทนนะ ?
.
ถ้าช่วงไหนดาวน์ ๆ ก็จะออกไปยืนตรงระเบียงคอนโด มองลงไป แล้วสงสัยว่าถ้าเราโดดลงไปจะตกไปอยู่ตำแหน่งไหนนะ ถ้าตกใส่รถที่ขับผ่านมาพอดี นี่เค้าซวยเลยนะ หรือล้างมีดอยู่ ก็คิดว่าถ้าเราเอามีดมาจ้วงใส่ตัวเองมันจะเป็นไงนะ แต่ก็ไม่เคยทำเลย แล้วก็คิดว่าคงไม่มีวันทำด้วย
.
คำถามคือ:
1. สรุปแล้วเราเป็นอะไร?
2. ทำไมความคิดพวกนี้มันยังวนเวียนอยู่?
3. ความคิดพวกนี้มันอันตรายมั้ย?
4. แล้วเราควรจะต้องทำยังไงกับมัน?
5. คนรอบข้างทำอะไรได้บ้าง ?
.
1. จิตแพทย์เรียกอาการนี้ว่า Passive Death Wish
คือไม่ได้ทำตัวเสี่ยงตาย แต่ก็ไม่ได้แคร์ว่าตัวเองจะอยู่หรือจะไป ตายก็ดีไม่ตายก็…พออยู่ได้มั้ง แต่ตายได้ก็ดี *ขำแห้ง*
.
2. ที่ความคิดยังวนเวียนอยู่แบบนี้ เพราะมีความขัดแย้งอยู่ในตัวเอง ส่วนประกอบแรกคือ ทัศนคติที่มองไม่เห็นชีวิตด้านบวกของตัวเอง เกลียดตัวเอง คิดว่าตัวเองห่วย เกิดมาทำไม อยากทำโทษตัวเอง อยากหนี อยากหายไป อยากออกไปจากจุดนี้
.
ในขณะเดียวกัน ถึงเราจะร้องไห้ฟูมฟายตลอดเวลา บอกว่าเกลียดตัวเองแค่ไหน ในหัวเรายังมีเสียงเล็ก ๆ ที่คอยบอกว่า “อีกนิดนึงมึง” “ค่อย ๆ ก็ได้” “เอาวะ!” เพราะลึก ๆ แล้ว เราก็รู้สึกว่า เราก็สมควรที่จะมีความสุขบ้าง “ขอบ้างเหอะ” อยากเห็นว่าถ้าตัวเองไปต่อ จะไปได้อีกสักแค่ไหน
.
3. Passive Death Wish ความจริงก็อันตรายอยู่ แต่อาจจะยังไม่ด่วนเท่าการพยายามฆ่าตัวตาย (Actively Attempted Suicide) แต่มันก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ชี้ว่าเรามีอาการซึมเศร้าไปถึงระดับไหนแล้ว
.
4. สำหรับเราคือความคิดนี้มันหายขาดได้ แต่มันอาจจะยาก คือ มันกลับมาหาเราเรื่อย ๆ แหละ แต่เราก็เรียนรู้ที่จะจัดการมัน Manage ได้ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการพยายามบังคับตัวเองให้คิดบวก หรือ “เอ้า! วันนี้เราจะวิ่งออกไปรับ Positive Vibes!” แบบนั้นเป็นการกลบเกลื่อนความทุกข์ โดยไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ
.
แต่เราเลือกที่จะยอมรับว่า ตัวเราก็เป็นแบบนี้แหละ และเมื่อความซึมเศร้า ความกังวล ความกดดันต่าง ๆ มาเยือน ก็ต้องรู้ทันความคิดตัวเอง พร้อมทักทายมันแบบ Hello darkness, my old friend. ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ แล้วก็หัวเราะใส่มัน
.
5. ในมุมของจิตแพทย์ คือ ถ้าคุณเป็นคนใกล้ตัวของคนเหล่านี้ คุณควรทำให้เขาเห็นถึงความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ของเขา ชีวิตเขามีความหมาย มีประโยชน์ มีค่าในมุมอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะสำหรับคุณ
.
อาจจะไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้นะ แค่ฟังอย่างตั้งใจ บอกเขาว่า #อยากฟังเขา อยากให้เขาระบายออกมา ต่อให้เขาบอกว่า “ไม่อยากอยู่แล้ว” ก็บอกเขาว่า “แต่เราอยากให้เธออยู่นะ” บอกให้เขารู้ว่า เขาเป็นคนที่สำคัญมาก ๆ สำหรับคุณนะ
.
สิ่งที่เราอยากได้จากคนรอบข้างคือ ไม่อยากให้ตัดสินเราจากความคิดอันนี้ เรารู้สึกว่ามีคนที่รู้สึกแบบนี้อยู่มากแต่ไม่กล้าเปิดเผยออกไปเพราะกลัวว่าจะถูกมองไม่ดี ไม่อยากโดนตราหน้าว่าเป็นคนที่คิดจะฆ่าตัวตาย แต่บอกเลยว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นซึมเศร้าขั้นหนัก แค่คนปกติไม่สบายใจ ก็สามารถมีภาวะ Passive Death Wish นี้ได้
.
สุดท้ายนี้ คนที่มีความคิดนี้อยู่ อยากจะบอกว่า “สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ เราเป็นเหมือนกัน คุณไม่ได้อยู่คนเดียว :)” ถ้าไม่ไหวก็อยากให้ระบายออกมานะ คุณไม่ได้บ้า คุณไม่ได้คิดไปเอง ถ้ารู้สึก มันก็คือความจริง ไม่ต้องรอให้ถึงขั้นสุดถึงจะไปปรึกษาจิตแพทย์ แค่รู้สึกว่าไม่สบายใจอะไร ก็อยากให้คุยกับใครสักคน และวางใจให้เขารับฟังคุณ

Featured

เมื่อผมลองไปตรวจสุขภาพใจ

Featured

#I LOVE ME

ในเดือนแห่งความรักนี้ สิ่งที่เรานึกถึงกันเป็นอย่างแรกก็คงจะนึกถึงภาพคู่รักแสนหวาน ฝ่ายชายเตรียมกุหลาบ ฝ่ายหญิงเตรียมช็อคโกแลต บรรยากาศแห่งความรักฟุ้งละมุลอบอวลไปทั่วโลก ส่วนคนโสดหลายคนก็เหงามากเป็นพิเศษในวันนี้ ที่จริงนอกจากคนรักแล้ว เราก็ยังสามารถส่งมอบความรักให้ครอบครัว เพื่อน แม้กระทั่งคนแปลกหน้าได้เช่นเดียวกันเนอะ แต่ยังมีอยู่อีกคนค่ะ ใครนะ ที่เราชอบลืม ใครนะ ที่เรามักละเลย แถมบางครั้งยังด่าซ้ำเสียอีก

Continue reading “#I LOVE ME”

วิธีเตรียมตัวก่อนคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา

บางคนอาจจะกล้าๆกลัวๆอยู่ว่า คุยกับจิตแพทย์ดีไหม ถ้าจะคุยต้องเริ่มยังไง แค่คิดก็เริ่มกังวลละ ทางเราเลยมีวิธีง่ายๆในการเตรียมตัวเอง เพื่อที่จะคุยกับผู้ให้คำปรึกษาทางออนไลน์ผ่านแอปอูก้า ครั้งแรก !

1. จดเรื่องที่อยากคุยและเป้าหมายที่ต้องการ
บางคนอาจจะมีเรื่องที่อยากคุยเยอะมาก รู้ว่ามีปัญหาอยู่แต่ไม่รู้จะเรียบเรียงมันอย่างไร ทางเราขอแนะนำให้จดลงไปเลยค่ะ จดทั้งหมดก่อน แล้วค่อยมาเรียงเป็นข้อๆว่า เราอยากปรึกษาเรื่องอะไรบ้าง นอกจากนี้ ให้เขียน เป็าหมายที่ต้องการ จากการคุยครั้งนี้ เช่น อยากหาทางออกให้ตัวเอง

2. ทำใจให้สบาย
บางคนอาจจะกังวล เครียดหรือตื่นเต้นในช่วงก่อนคุยเพราะเขินหมอ หรือด้วยความที่ไม่เคยปรึกษามันก็จะไม่ค่อยชินเท่าไร ทางเราอยากให้ทุกคนอยู่ในจุดที่เป็น comfort zone ของตัวเอง เช่น ห้องนอน โซฟานุ่มๆ ห้องเงียบๆที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งฝึกร่างกายให้ผ่อนคลายเช่น หายใจเข้าออกแบบลึกๆ

3. เตรียมเปิดใจ
เพื่อให้ผู้ให้การปรึกษาจะช่วยคุณค้นหาศักยภาพ แนวคิดที่ไม่ได้นึกถึงมาก่อน และวิธีการที่ช่วยคุณบรรลุในสิ่งที่คุณต้องการได้มากขึ้น อยากทุกคนคิดว่าการที่มาคุยไม่ได้แปลว่า ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนบ้า และมันไม่ผิดหรือเป็นเรื่องที่น่าอาย อีกทั้งอยากให้เปิดใจเรื่องการ แชร์เรื่องที่เราไม่สบายใจให้ได้มากที่สุด อย่าเก็บเอาไว้ เพราะหน้าที่ของเราคือ เข้าใจคุณให้ได้มากที่สุด

4. คุยกับคนที่คุณไว้วางใจ 
ในที่นี้หมายถึงคุยเรื่องอะไรก็ได้กับคนใกล้ตัวที่เราสนิท เช่นคนในครอบครัว เพื่อนสนิท แฟน ก่อนรับบริการ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกสะดวกใจ ปลอดภัยมากขึ้น และสบายใจที่มีพวกเขาอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

สุดท้ายนี้ขอให้รู้ไว้ว่าทางผู้ให้คำปรึกษาของเรา ใส่ใจ และจะรับฟังทุกปัญหาโดยไม่ตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน ครอบครัว จนถึงเรื่องภาวะซึมเศร้า ไบโพลาร์ วิตกกังวลเลย

ไม่ได้อยากตายหรอก แค่ไม่อยากทรมาน

“หวังว่าคืนนี้นอนแล้ว คงไม่ตื่นมาอีกเลย”
.
นี่คงเป็นสิ่งที่หลายๆคนคิดในช่วงที่ดิ่งมากๆจนอยากให้มันจบลง แต่ทว่าไม่มีความคิดที่จะจบชีวิตตัวเองทันที คือคิดเอาไว้นะ แต่ยังไม่ได้ทำ เพราะความจริงลึกๆแล้ว บางคนไม่ได้อยากตายหรอก…เขาแค่ไม่อยากอยู่กับความทรมานอีกต่อไป ซึ่งมันเป็นการแสดงออกว่าจริงๆแล้วเขากำลังเจ็บปวดอยู่มากแค่ไหน

วิธีคลายเครียด ที่ OOCA คิดว่า WORK !

คิดว่าเพื่อนๆคงมีวิธีคลายเครียดในแบบของตัวเองอยู่แล้วล่ะ แต่ทางเราก็อยากนำเสนอวิธีที่ทางเราคิดว่าเวิร์ค ! นอกจากจะทำให้ผ่อนคลาย บางข้อจะช่วยเราหาต้นตอของความเครียดเบื้องต้นด้วยนะ

แค่ไหนถึงควรพบจิตแพทย์ ?

บางคนอาจจะเข้าใจว่า การที่จะพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ต้องมีปัญหาทางจิตใจแบบขั้นหนักเท่านั้น แต่วันนี้พวกเราจะมาบอกว่า ใครๆก็สามารถพบได้ ! เพราะบางที เราอาจจะมีเรื่องในใจที่ทำให้เรารู้สึกแย่ เครียด กังวล แต่ไม่แน่ใจว่าควรทำยังไงถึงจะหายซะที
.
แล้วมันต้องถึงระดับไหนกันนะ ที่เราควรจะต้องพิจารณาเรื่องการหาความช่วยเหลือ วันนี้เรามีสัญญาณง่ายๆ ให้ทุกคนได้ลองเช็คสภาพจิตใจตัวเองดูค่า 🙂

เมื่อรู้สึกว่า อยู่ที่ไหน ก็ไม่ใช่ที่ของเรา

ทำไมถึงรู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ของเรา ?
I don’t belong here 😞

Psychology of Helping การฮีลคนอื่น = ฮีลตัวเอง

ก่อนจะอ่านบทความว่า #การให้ ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร อยากให้จำไว้ก่อนว่า การให้ ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเสมอไป บางครั้งมันอาจทำให้เรารู้สึกถูกบั่นทอนหรือถูกเอาเปรียบได้เช่นกัน การให้จากใจจริงเท่านั้นที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ ไม่เกี่ยวกับว่าให้เท่าไหร่ หรือให้อะไร แต่ต้องให้เพราะอยากจะให้ ดังนั้นไม่ต้องฝืนใจบุญกันเน้อ ขอให้เป็นไปโดยธรรมชาติ กับเรื่องที่เราสนใจและใส่ใจจริง ๆ

Active Listening มาลองเป็นผู้ฟังชั้นดี ด้วยวิธีรับฟังอย่างตั้งใจ

เมื่อมีคนมาเล่าความทุกข์ของเขาให้เราฟัง สำหรับผู้ที่เข้าใจเรื่อง ความสำคัญของการฟัง และอยากช่วยผู้ที่กำลังทุกข์ใจ โดยเริ่มต้นจากการเป็นนักรับฟังที่ดี วันนี้เรามีเทคนิคในการทำหน้าที่ผู้ฟังชั้นดีมาฝาก

Don’t say these words ⎯ กำลังใจหรือกำลัง (ทำร้าย) ใจ

อย่างที่ยาดีใช้ไม่ได้กับทุกคน บางคนกินเข้าไปก็มีอาการแพ้ยา คำเหล่านี้อาจดูเป็นคำที่ดี แต่กับคนที่มีอาการจิตตก ได้ยินแล้วอาจกลายเป็นโดนยาพิษ ทำให้โรคแย่กว่าเดิม ดังนั้นระวังคำเหล่านี้ไว้ ถ้าไม่แน่ใจว่าคนฟังอยู่ในสภาพที่จะรับคำเหล่านี้ได้ ก็เปลี่ยนเป็นกอด หรือบีบมือให้กำลังใจดีกว่า

Continue reading “Don’t say these words ⎯ กำลังใจหรือกำลัง (ทำร้าย) ใจ”