ไบโพลาร์ ไม่ใช่เรื่องตลก

ไบโพลาร์ ไม่ใช่เรื่องตลก

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายคนคงเห็นคำว่า “ไบโพลาร์” ผ่านตากันบ่อยครั้ง คำดังกล่าวมาจากโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่คนเข้าใจในภาพรวมว่าเป็นคนที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวดีใจเสียใจสลับกันไปมาซึ่งก็ถือว่าเป็นความเข้าใจที่ไม่ผิด

เพียงแต่ว่าคำว่า “ไบโพลาร์” กลายเป็นคำตามกระแสนิยมที่ใช้เรียกคนที่มีบุคลิกคล้ายคลึงกับอาการดังกล่าวซึ่งคนนั้นอาจจะเป็นหรือไม่เป็นก็ได้ กลายเป็นคำพูดที่พูดกันติดปากและมุกตลกที่นำมาล้อเลียนกัน จนมองข้ามความสำคัญและความรู้สึกที่แท้จริงของผู้ป่วยและคนที่ดูแลพวกเขาอย่างเงียบๆ
.
“โรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder)” คือโรคที่ผู้ป่วยจะมีอารมณ์แปรปรวนผิดปกติสองขั้วอารมณ์ มีระยะเรียกกันอยู่ 2 ระยะ คือ ภาวะอารมณ์ดีผิดปกติ (Mania) และภาวะซึมเศร้า (Depression) ผู้ป่วยต้องเผชิญกับอารมณ์ที่เหวี่ยงขึ้นลงสลับไปมาอย่างสุดขั้วจนกระทบกับกิจวัตรประจำวันของพวกเขา และแม้จะหายจากโรคแล้วก็ยังต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง
.
คนที่อยู่ใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวของผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์ ต้องใช้ “กำลังใจ” อย่างมากที่จะโอบอุ้มทั้งสภาพจิตใจของตัวเองและสภาะจิตใจของคนที่เขารัก นอกจากกำลังใจต้องดีแล้ว “ความเข้าใจ” ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ ซึ่งในปัจจุบันการเป็นไบโพล่าร์ดูเหมือนจะเป็นเทรนด์มากกว่าที่จะเป็นความเข้าใจในตัวโรคอย่างแท้จริง
.
เชื่อว่าเจตนาของใครหลายคนไม่ได้อยากทำร้ายคนที่เป็นโรคหรือคนที่อยู่ใกล้ตัว เพียงแต่การนำมาใช้ในลักษณะทีเล่นทีจริงทำให้คนทั่วไปมองว่าเป็นโรคที่ไม่มีคนอยากคบหาหรือเข้าใกล้ด้วย ร่วมถึงการทำให้กลายเป็นเรื่องตลกอาจจะลดทอนการมองเห็นความสำคัญของโรคลงไปอีก ถึงจะดูเหมือนว่าเป็นเรื่องดีที่โรคไบโพล่าร์มีคนรู้จักเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้เพิ่มกำลังใจให้คนที่ต้องเผชิญกับโรคนั้นในแบบที่ควรจะเป็นสักเท่าไหร่



%d bloggers like this: