คนรักเป็นโรคซึมเศร้า บางครั้ง เขาก็ทำร้ายจิตใจเรา ควรไปต่อดีไหม ?

คนรักเป็นโรคซึมเศร้า บางครั้ง เขาก็ทำร้ายจิตใจเรา ควรไปต่อดีไหม ?

เมื่อคนรักเป็นโรคซึมเศร้า บางครั้งเขาก็ทำร้ายจิตใจเรา ควรไปต่อดีไหม?
.
“This is no perfect. There will always be struggle. You just need to choose who you wanna struggle with”
“มันไม่มีหรอกคนที่เพอร์เฟค คุณแค่เลือกใครคนนั้นที่ต้องการจะร่วมฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน”

เมื่อคนรักกำลังมีภาวะซึมเศร้าเราให้ความเข้าใจและอยู่เคียงข้างกันแล้ว แต่ปัญหาในความสัมพันธ์ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นเราก็จำเป็นในการประเมินทางเลือกที่ดีต่อทั้งสองฝ่าย ว่ายังพร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันหรือจะจากลากันด้วยดี
.
#เราควรจะแน่ใจว่าเราได้ทำทุกอย่างแล้ว
เพื่อจากกันโดยไม่รู้สึกผิดและเสียใจที่ไม่ได้ลงมือทำบางสิ่งที่สามารถทำได้สำหรับเขาและเราในความสัมพันธ์
.
#เข้าใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นต้นเหตุทำแฟนซึมเศร้า
ภาวะซึมเศร้าส่งผลให้เค้าพูดหรือกระทำบางอย่างที่บอกว่าเราเป็นต้นเหตุ ดังนั้นอย่าถือสากันเลยนะครับ
.
#เราทำเต็มที่แล้วหรือยัง
เราอาจจะพบว่าไม่สามารถรับมือกับภาวะซึมเศร้าของคนที่เรารักได้ และเป็นทุกข์มากขึ้น นี่อาจจะเป็นเวลาที่ควรพิจารณาถึงเวลาที่จะห่างกันสั้นๆ พักสั้นๆไปจนถึงการจากกันอย่างถาวร พิจารณาทางเลือกอย่างระมัดระวังโดยไม่ใช้อารมณ์
.
#กำหนดเวลาสิ้นสุด
ถ้าคนที่เรารักไม่ได้ปรับตัวหรือปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำการรักษา ก็ถึงเวลาที่ตัวเราควรต้องตัดสินใจว่าจะสิ้นสุดความสัมพันธ์หรือไม่
.
#พิจารณาสิ่งที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติถ้าเราจะลาจากความสัมพันธ์
เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราแต่งงานแล้วจะไปอยู่ที่ไหน? เราและเขาจะอยู่ในสถานะอะไร? มีลูกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

#เข้าพบนักจิตวิทยาบำบัดชีวิตคู่
ถ้าคนรักยินดีให้ความร่วมมือเพื่อให้เราสามารถแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ของเราก่อนที่จะยุติไป นักจิตวิทยาสามารถทำให้เราเห็นมุมมองที่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเราเอง และหลีกเลี่ยงรูปแบบที่มักเกิดปัญหาในความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่หรือในความสัมพันธ์ใหม่
.
แล้วเราจะพบว่าแม้คนรักจะมีภาวะซึมเศร้า แต่ความสัมพันธ์ก็ยังคงคุณค่าที่จะรักษาไว้ การรับคำปรึกษาสามารถทำให้ก้าวต่อไปได้ในฐานะคู่รัก หรือจะตัดสินใจเดินออกมาโดยที่รักษาความรู้สึกของกันและกันไว้ได้ เพราะตัวเราเองได้ทำดีที่สุดแล้ว และอาจจะเป็นเวลาที่ดีที่ควรเริ่มรักและดูแลหัวใจตัวเอง



%d bloggers like this: