ความ PANIC ของเรากำลังส่งผลเสียต่อคนอื่นอยู่หรือเปล่า ?

ความ PANIC ของเรากำลังส่งผลเสียต่อคนอื่นอยู่หรือเปล่า ?

“มึงว่ากูติดยังวะ ?”
คำยอดฮิตที่เราคงถามตัวเองบ่อยๆ ช่วงนี้ นี่เรากังวลมากไปหรือเปล่าหรือจริงๆ ก็แค่รีวิวตัวเอง ?
.
ในสถานการณ์ที่ Covid-19 รุนแรงขึ้นทุกวัน เราคงห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกกังวลหรือรู้สึกแย่ไม่ได้หรอก เพราะอันที่จริง Covid ก็กระทบหลายอย่างในชีวิตเราพอสมควร เราจะเห็นได้ว่ามันกระทบทุกด้านที่มีคนเกี่ยวข้อง ตอนนี้บริษัทก็เริ่มทยอยให้ Work From Home กันบ้างแล้ว ยังไม่รวมถึงแผนต่างๆ ที่เราวางไว้สำหรับปีนี้ก็ถูกพับลงไปอย่างไม่มีกำหนด ข่าวสารก็พากันนำเสนอแต่เรื่อง Covid การเสพข่าวตามปกติกลายเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวขึ้นมาทันที

หลายคนเลยเกิดอาการ Panic เริ่มหวาดกลัวการออกไปข้างนอก จนไปถึงเริ่มกักตุนอาหารเตรียมไว้ในวันที่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น แต่สิ่งนึงที่เรากำลังลืมคิดไป คือ การที่เรา Panic อาจไม่ได้ส่งผลเสียให้แค่ตัวเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียให้กับผู้อื่นอีกด้วย
.
#ใจเขาใจเรา เป็นสิ่งที่ในตอนนี้ทุกคนต้องการมากที่สุด ลองคิดดูเล่นๆ ว่าหากเรากลัวจนเริ่ม “แสดงท่าทางไม่ดี” ใส่คนอื่น #เขาจะรู้สึกยังไง เราอาจจะต้องถอยออกมามองภาพรวมว่าจริงๆ แล้วทุกคนก็กำลังกลัวเหมือนกันนะ เขาเองก็อาจจะกำลังกลัวเราก็ได้ ไม่ใช่ตัวเราที่กลัวฝ่ายเดียวแค่วิธีที่แสดงออกอาจจะต่างกันเท่านั้น หมายความว่าเราสามารถเลือกวิธีที่รักษาน้ำใจของคนอื่นได้ จริงๆ แล้วการที่เราระวังตัวเองก็เพียงพอที่จะป้องกันเชื้อได้แล้ว เพราะคำพูด หรือ การแสดงออกในช่วงนี้อาจเป็นเรื่องอ่อนไหว การหวาดกลัวจนเกิดไปอาจจะส่งผลต่อมิตรภาพที่เรามี
.
#หากเราต้องการคนอื่นก็ต้องการ เช่นเดียวกัน การ Panic ทำให้เราคิดวางแผนล่วงหน้าไปในทางที่เลวร้ายที่สุด ทุกคนต่างเริ่มซื้อของใช้ที่จำเป็น #มากเกินความจำเป็นของตัวเอง ลองนึกดูว่าถ้าของสิ่งนั้นเราจำเป็นต้องมี หมายความว่าคนอื่นก็จำเป็นต้องมีเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้มันจริงๆ เช่น คนป่วย หรือผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถมาซื้อของได้ทัน เพราะบางคนก็ต้องกลับบ้านโดยไม่ได้อะไร การที่เรารีบกักตุนของใช้แน่นอนก็เพื่อความอุ่นใจ แต่ในสถานการณ์ที่ทุกคนเจอความเครียดและปัญหาเดียวกัน การแบ่งปันอาจเป็นเรื่องที่ควรทำมากกว่า อย่างน้อยก็เป็นการปลอบใจทุกคนให้รู้สึกว่าเรากำลังผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน
.
ในภาพรวมสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญอีกอย่างคือ สุขภาพใจของกันและกัน เราต้องคำนึงไว้เสมอว่า #ไวรัสไม่ช้าหรือนานก็จะผ่านไปแต่การกระทำของเราจะไม่ผ่านไปด้วย ดังนั้นเราควรใช้ชีวิตอยู่บนความระวังตัวเองโดยไม่กระทบผู้อื่น ที่สำคัญคือมีเมตตาต่อคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
.
ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาส่วนรวมที่เราเองต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แค่เริ่มจากการที่เรามีสติในความวุ่นวายตอนนี้ก็ถือว่าเราได้ช่วยเหลือสังคมแล้ว และยังเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านเรื่องร้ายๆ นี้ไปด้วยกันอีกด้วย

Tags:


%d bloggers like this: