ดูแลใจยังไงให้ผ่านช่วง Covid-19 ไปได้อย่างมีความสุข

ดูแลใจยังไงให้ผ่านช่วง Covid-19 ไปได้อย่างมีความสุข

ตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้ากับ Covid-19 เพื่อรักษาสุขภาพกายของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเป็นมิตรกับใจของเราด้วย วันนี้อูก้าได้จิตแพทย์ใจดีมาแนะนำแนวทางดูแลหัวใจยังไงให้ผ่านช่วง Covid19 ไปได้อย่างมีความสุข มาดูกัน

#สิ่งที่เราควรทำ
1. เลือกรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้
เช่น ข้อมูลจากข่าวสารของกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ควรระมัดระวัง fake news การรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้จะทำให้สามารถป้องกันโรคและดูแลสุขภาพตัวเองได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เราตระหนักและไม่ตื่นตระหนกในการดูแลรักษาตัวเอง
.
2. ลดการเสพข้อมูลข่าวสารที่มากเกินไป
เพราะจะกระตุ้นให้รู้สึกกังวลตื่นตระหนกมากขึ้นและไม่เกิดประโยชน์ในการดูแลตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะข่าวสารที่เป็น Fake News จะยิ่งทำให้วิตกกังวล
.
3. หมั่นดูแลสุขภาพตนเองให้ดี
ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหาร การนอน การออกกำลังกาย และการป้องกันการรับเชื้อหรือป้องกันการแพร่เชื้อควรดูแลตัวเองให้มีร่างกายที่แข็งแรงซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงจากการติดเชื้อ
.
4.หมั่นตรวจสอบและดูแลอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง
สังเกตอารมณ์ตัวเองว่ากำลังเครียด วิตกกังวล ท้อแท้หรือไม่ ลองพูดคุยเพื่อระบายความรู้สึกกับคนสนิท
เช่น เพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัว จะช่วยลดความตึงเครียดในจิตใจได้
เริ่มฝึกการตั้งสติและรู้จักผ่อนคลายตัวเอง เช่นการหายใจเข้าออกช้าๆลึกๆสัก 10 ครั้งอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้จิตใจสบายขึ้นแล้วช่วยให้คิดแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น
.
5. หากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์
ในระหว่างที่หลายบริษัทหยุดงาน ห้างร้านปิด ในช่วงที่ทางการแพทย์และสาธารณสุขมีนโยบายให้เว้นระยะห่างในสังคม (social distancing) เราลองหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดให้กับตนเอง ที่ทำภายในบ้านได้ จะช่วยเพิ่มความสุขและผ่อนคลายจิตใจ โดยไม่ควรเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคหรือแพร่เชื้อ
.
6. มองวิกฤตให้เป็นโอกาส
หากต้องอยู่กับบ้าน หรือทำงานที่บ้าน ให้มองวิกฤตเป็นโอกาส ลองเริ่มต้นทำสิ่งที่อยากทำมานาน เช่น ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว พูดคุยแลกเปลี่ยนพักผ่อนกับคนในครอบครัว หรือ อาจจะมองว่ามีเวลาพักผ่อนอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้ใช้เวลาพักสมองพักร่างกาย ได้ใช้เวลาสวดมนต์ทำสมาธิผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ หรือได้ทำอะไรที่อยากหัดทำมานานแต่ไม่เคยได้ทำ
.
7. แบ่งปันกำลังใจและข่าวสารที่ถูกต้อง
การแชร์การโพสต์ข้อความข่าวสารที่ถูกต้องทางการแพทย์รวมถึงแนวทางดีๆ ดูแลร่างกายและจิตใจจะเป็นประโยชน์กับตนเองเพื่อนฝูงและคนในสังคม
.
8.การใส่ใจการส่งความปรารถนาดีและช่วยดูแลกันในสังคม
ในยามที่สถานการณ์มีความยากลำบากและเป็นหนทางที่ทำให้ทุกคนผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้โดยการมีน้ำใจต่อกันและช่วยเหลือกัน แล้วเราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันอย่างมีพลัง
.


#สิ่งที่ไม่ควรทำ
.
1. ไม่ควรแก้ปัญหาความเครียดด้วยวิธีที่ส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ
เช่นการดื่มเหล้าสูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติดชนิดอื่นๆ เพราะจะกลายเป็นการสร้างปัญหาให้กับสุขภาพกายและใจของตนเองมากขึ้น
.
2. การแชร์การโพสต์ข้อมูลที่ถูกไม่ต้อง
เพราะจะยิ่งเพิ่มความสับสนและเข้าใจผิดให้กับคนในสังคม ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหามากขึ้น
.
3. การแสดงการรังเกียจทางสังคม
โดยเฉพาะผู้ป่วยหรือผู้ที่เกี่ยวข้องหรือกลุ่มเสี่ยงเชื้อไวรัสโควิด จะทำให้บรรยากาศในสังคมยิ่งเป็นทุกข์เพิ่มความรู้สึกย่ำแย่ในทุกฝ่ายรวมถึงตัวเองด้วย
.
4. หลีกเลี่ยงการหาคนผิดหรือต่อว่ากันในสังคมออนไลน์
การที่เราใช้คำพูดทางลบใส่กันจะสร้างบรรยากาศตึงเครียดให้สังคมมากยิ่งขึ้น
.
5. หมกมุ่นอยู่กับการตามข่าวทั้งวัน
เพราะจะทำให้เครียด วิตกกังวลตื่นตระหนก เนื่องจากเราไม่มีเวลาให้ตัวเองคิดเรื่องอื่นเลยวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ ไม่มีเวลาให้ผ่อนคลาย การที่เราเสพข่าวมากจนเกินไปจะสร้างผลเสียมากกว่าผลดี

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก นายแพทย์ ณัฐพล พิพัฒฐาดร
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นจาก ooca

Tags:


%d bloggers like this: