ทำอย่างไร เมื่อเจอคำพูดและเจตนาร้ายๆ ในที่ทำงาน

cover

ทำอย่างไร เมื่อเจอคำพูดและเจตนาร้ายๆ ในที่ทำงาน

อูก้ามาตอบคำถามที่มีคนถามเข้ามากันบ่อยๆ ว่า “ทำอย่างไร เมื่อเจอคำพูดและเจตนาร้ายๆ ในที่ทำงาน ?”
.
วันนี้เราได้นักจิตวิทยาใจดี “คุณพรเลิศ ชุตินธรางค์กูล” มาตอบข้อสงสัยให้เรากันนะ
.
เมื่อคนเราจะได้เข้าไปสู่พื้นที่ทางสังคมแห่งไหนเราก็มักปรารถนาการยอมรับ ความสัมพันธ์ที่ดี โดยเฉพาะในที่ทำงานที่คนเราต้องใช้แรงกายแรงใจต่างๆ กับการทำกิจกรรมในการทำงาน ซึ่งงานที่ทำมักทำให้เกิดความเหนื่อยล้า อยากพักผ่อน ต้องการกำลังใจ ความสัมพันธ์ดีๆ จากเพื่อนร่วมงาน
.
แต่ถ้าหากเหตุการณ์ในที่ทำงานไม่เป็นดั่งฝัน บางครั้งเรากลับได้รับวาจาร้ายๆ ที่ทำลายกำลังใจ ทำให้เรารู้สึกแย่ ไร้ค่า หมดพลัง ไม่รู้จะจัดการยังไง อึดอัดนะหนีไปก็ไม่ได้ เพราะเราต้องกิน ต้องอยู่ ต้องช้อป ต้องใช้ใช่มั้ย? ยิ่งภาวะช่วงนี้งานก็ยิ่งสำคัญ งั้นเราควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไรดี

#การให้คุณค่า

1.1 ให้คุณค่าแก่ตนเอง เมื่อเราถูกตำหนิเสียดสีด้วยวาจา ที่ทำให้เรารู้สึกแย่ ไร้ค่า หมดกำลังใจ จากผู้อื่นเราควรกลับมาทบทวนสิ่งที่ทำให้ค่ากับพลังงาน ศักยภาพที่เรามี มันเกิดอะไร ไร้ค่าจริงหรือ? หรือแค่เค้าอยากพูดให้เราไร้ค่า การนำคำพูดที่ทำร้ายใจมาตัดสินตนเอง มักจะทำให้รู้สึกไร้ค่า เจ็บปวด ดังนั้นเราจึงควรสนใจที่ผลงาน ความสามารถจริงที่ทำได้ อย่าลดคุณค่าความสามารถจากคำพูดที่มุ่งทำร้าย จากคนที่ไม่เห็นค่าและจ้องทำร้ายเรา
.
“ผลงานความสามารถมีคุณค่าและชัดเจนกว่า คำพูดที่มุ่งทำร้ายเรา”
.
1.2 ให้คุณค่ากับคนที่ให้ค่าเรา ในการ bully ประกอบด้วยเจตนาที่มุ่งร้าย มีเป้าหมายเพื่อทำร้ายจิตใจ และลดทอนคุณค่า ซึ่งหลายครั้งเราไม่รู้ตัวเลยว่าเรากำลังให้คุณค่า อยากพิสูจน์ตัวเอง พยายามชนะใจคนที่มีเจตนาร้ายกับตนเองจนทำให้เขามีอิทธิพลอย่างมาก เราเริ่มละเลยคนที่เห็นค่าคนที่ห่วงใยและให้คุณค่าแก่เราจริงๆ ดังนั้นเราจึงควรสนใจให้คุณค่าจากคนที่จริงใจปราศจากอคติที่มุ่งร้ายทำลายใจ เมื่อกลับมาให้คุณค่าคนเหล่านี้ คุณจะได้พบสมบัติที่มีค่าที่เคยมองข้ามไปและจะเป็นพลังใจ ความสุขในที่ทำงานที่ดีเลยล่ะ
.
#ทบทวนความสัมพันธ์

ถ้าอยากมีสังคมที่ดี เราก็ต้องมีความเคารพและความห่วงใยแก่กัน แต่เมื่อเราพบว่าคนที่มาพูดจาทำร้ายเราบ่อยๆ จึงควรพิจารณาว่าเค้ามีอยากความสัมพันธ์ที่ดีหวังดีกับเราหรือไม่ เค้ามีเจตนาต่อเราอย่างไร ถ้าหากพบว่าเค้ามีเจตนาที่ไม่ดี จึงไม่ผิดที่จะถอยห่างจากความสัมพันธ์ไม่มีใครอยากได้ความสัมพันธ์ที่ทำร้ายตนเองหรอก ถึงแม้เราอยากเป็นมิตรที่ดีกับทุกคน แต่เราก็ต้องดูแลและเป็นมิตรกับตัวเองเช่นกัน การถอยห่างจากคนที่ทำร้ายเรา การไม่รบกวนแก่กันมันอาจจะผลดีแก่ทั้งสองฝ่ายก็ได้
.
#ตีความใหม่

เมื่อได้รับฟังคำที่ทำร้ายจิตใจมันมักเกิดคำถามในหัวว่า ” เพราะอะไร ผิดอะไร ทำไมต้องเป็นเรา ควรทำอย่างไรดี ” หลายครั้งคำถามเหล่านี้เป็นกระบวนการแห่งความทุกข์ มันทำให้เราต้องระแวงคำพูดสายตาผู้อื่นว่าจะทำยังไรดีให้ไม่ถูกตำหนิอีก จึงควรเปลี่ยนคำถามเหล่านี้เป็น “เราได้รู้อะไรจากคำพูด และสิ่งเหล่านี้ให้ค่าอะไรกับเรา” คำพูดที่เสียดแทงทำร้ายใจ อาจแฝงข้อคิดที่แสดงถึงจุดผิดพลาดเป็นแรงผลักดันให้เราได้พัฒนาตนเอง นอกจากนี้คำพูดเหล่านั้นอาจแสดงคุณค่าของเราที่ซ่อนอยู่เพราะ “ในคำพูดที่ลดคุณค่า มักเกี่ยวข้องและโจมตีคุณค่าที่เค้าเห็นว่าเรามี” เมื่อได้เรียนรู้ เห็นคุณค่าจากอีกด้านของประสบการณ์ร้ายๆ สิ่งเหล่านี้จะเป็นต้นทุนที่ทำให้คุณได้พัฒนาศักยภาพ เติบโตอย่างมีภูมิคุ้มกัน และเห็นคุณค่าของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น



%d bloggers like this: