สมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ทำงานยังไงให้รอด

cover - สมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ทำงานยังไงให้รอด

สมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ทำงานยังไงให้รอด

#โรคสมาธิสั้นในวัยรุ่นและผู้ใหญ่
.
เชื่อว่าวัยรุ่นและผู้ใหญ่หลายๆคน ที่กำลัง work from home คงกำลังประสบกับปัญหาในการเรียนและการทำงานที่ไม่สามารถจดจ่อได้ทำงานไม่เสร็จ​ ทำงานไม่เป็นระเบียบ​ ทำงานได้ช้าลง จนถูกคนตำหนิ ถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่รับผิดชอบ​ เป็นคนทำงานลวกๆเป็นคนชุ่ย​ #ทั้งที่ตั้งใจอย่างเต็มที่แล้ว​ กลับไม่เป็นตามที่ตั้งใจ จนส่งผลกระทบต่อการเรียนและการทำงาน ปัญหาเหล่านี้พบได้ถึง 4 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความไม่รับผิดชอบ​ แต่เกิดจากโรคสมาธิสั้นโดยที่ไม่รู้ตัว นั่นเอง

หลักๆแล้วอาการสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ส่งผลต่อชีวิตอย่างไร ?
.
ไม่สามารถคงสมาธิในการทำงานได้นานๆ​ มักขาดแรงจูงใจในการทำงานที่ต้องใช้สมาธิ​ มักผัดผ่อนบ่ายเบี่ยงการทำงานจนกว่าจะถึงเดดไลน์ ไม่สามารถวางแผนorganizeงานให้เป็นระบบได้ ​ ขาดความเป็นระเบียบของงานที่ทำ​ ขาดความรอบคอบของงานที่ทำ​ เช่นทำงานเร็วแต่ลวกผิดพลาดง่าย​ มักผิดนัดหรือลืมทำเรื่องที่สำคัญๆอยู่เสมอ​ บางคนมักจะทำงานให้เสร็จตามเวลาไม่ทัน และอาจยังคงเหลือการหุนหันพลันแล่นบางส่วนอยู่​ เช่นรอคอยอะไรนานๆไม่ได้ใจ​ ร้อนโมโหง่ายระเบิดอารมณ์ง่าย ทนกับความเครียดต่างๆได้น้อย
.
ผู้ใหญ่ที่ยังคงมีอาการสมาธิสั้นมักจะเจอกับความยากลำบากที่ต้องเปลี่ยนงานบ่อยๆ เพราะทำงานผิดพลาดบ่อย หรือทะเลาะกับเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน อาจจะเปลี่ยนคู่ครองบ่อย​ มีปัญหาหย่าร้าง​ มีปัญหาการจัดการระเบียบในชีวิตประจำวัน​ และการจัดการวางแผนการใช้จ่ายเงิน บางรายอาจจะมีอาการติดยาเสพติดและติดสุราได้ ทำให้ส่งผลกระทบมากต่อการดำรงชีวิตและทำให้เกิดความรู้สึกและคุณค่าในตนเอง​ และเกิดโรคซึมเศร้าได้
.
แล้วเราจะรักษาอาการเหล่านี้อย่างไรดี ?
.
การรักษาที่ดีที่สุดประกอบด้วย 2 ส่วนคือ การใช้ยาและการปรับพฤติกรรม
.
#การใช้ยา มีจุดประสงค์เพื่อลดพฤติกรรมในการขาดสมาธิและอาการหุนหันพลันแล่น​ โดยตัวยาจะไปกระตุ้นสมองให้หลั่งสารเคมีที่หลังได้น้อยกว่าปกติให้หลังได้เท่ากับปกติเพื่อให้มีสมาธิและควบคุมตนเองได้

.
ส่วน #การปรับพฤติกรรม ยังเป็นสิ่งจำเป็นในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ซึ่งต้องทำสม่ำเสมอจนเกิดความรู้สึกว่าตนเอง สามารถควบคุมตนเองให้ทำสิ่งต่างๆให้ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งประกอบด้วยเทคนิคต่างๆดังนี้
.
1. ปรับปรุงทักษะในการบริหารจัดการเวลา และการorganizeงาน​ เช่นการจดรายละเอียดของงานที่ต้องทำ แล้วจัดลำดับความสำคัญสิ่งที่ต้องทำก่อนหรือทำหลัง

– การแบ่งงานให้เป็นชิ้นย่อยๆและสามารถจัดการได้ง่ายขึ้น การติดป้ายแปะ ฝึกเขียนโน๊ตไว้เตือนตัวเองไม่ว่าจะเป็นบนฝาผนัง​ ตู้เย็น​ ในรถ​ หรือในห้องน้ำ เพื่อช่วยเตือนตัวเองในสิ่งที่ต้องทำ, ใช้สมุดบันทึกหรือปฏิทินเล็กทรอนิกส์ในการจัดการตารางเวลานัดและเดดไลน์ของงาน
– พกโน้ตบุ๊กหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตัวเพื่อจดบันทึกไอเดียดีๆที่เกิดขึ้นเพื่อกันลืม, ให้เวลากับการจัดเก็บข้อมูลและorganizeข้อมูลให้เป็นระเบียบไม่ว่าจะใช้กระดาษจด​ หรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์​, ทำทุกอย่าง ที่ว่ามาอย่างสม่ำเสมอจนเป็นกิจวัตรประจำวัน
.
2. เรียนรู้ทักษะในการลดความใจร้อนและอารมณ์หุนหันพลันแล่น​:โดยฝึกการอดทนรอคอยให้ได้ในระยะเวลานานขึ้น​เรื่อยๆ เช่น​ ฝึกรอคอยเวลานัดหมายโดยเปิดเพลงที่ชอบฟังด้วยอารมณ์​ผ่อนคลาย​, พยายามควบคุมตนเองให้ไม่ใช้อารมณ์​เหวี่ยงวีนกับคนอื่นในเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ​ โดยการมีสติทันอารมณ์ของตัวเองเช่นรู้ว่าตัวเองกำลังหงุดหงิดก็เดินไปสงบสติอารมณ์เงียบๆสักพัก​ แทนที่จะแสดงออกด้วยการโวยวาย รวมทั้งคิดถึงผลเสียที่จะตามมาในอนาคตหากใช้อารมณ์​ / เมื่อรอคอยได้นานขึ้นหรือฝึกคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นให้หมั่นชื่นชมตัวเอง​ เพื่อเป็นแรงเสริมความภาคภูมิใจของตัวเอง
.
3. ฝึกทักษะในการแก้ปัญหาต่างๆให้ดีขึ้น​ โดยการไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจแก้ปัญหาและไม่แก้ปัญหาโดยการคิดแบบลวกๆเร็วๆ แต่ใช้เหตุผลตอนที่อารมณ์สงบโดยพิจารณาดูว่าปัญหาหลักคืออะไรอยู่ที่ไหนมีวิธีใดที่จะแก้ปัญหาได้บ้างให้ลองคิดหลายๆวิธีและวิเคราะห์ว่าแต่ละวิธีมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรจากนั้นเลือกวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหา
.
4. เผชิญหน้าและจัดการการงานหน้าที่ ที่เคยล้มเหลว ให้กลับมาประสบความสำเร็จ:โดยให้ฝึกมองตนเองในแง่บวกว่าสามารถแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาในอดีตที่เคยล้มเหลวและปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ในอนาคต​ จากนั้นค่อยๆกลับไปเผชิญหน้ากับการงานที่เคยล้มเหลวคั่งค้าง โดยพยายามวางแผนจัดลําดับความสําคัญของงานแล้วปรับวินัยในตัวเองให้ทำงานเสร็จเป็นอย่างๆไปตามลำดับความสำคัญจนงานนั้นประสบความสำเร็จ
.
5. ปรับการสร้างสัมพันธภาพกับคนรอบข้างและเพื่อนร่วมงาน: จะพบบ่อยว่าคนที่เป็นสมาธิสั้นมักจะผิดนัด มักจะขี้รำคาญ​ หรือมักจะอารมณ์เสียหงุดหงิดง่ายเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจหรือต้องรออะไรนานๆ จนทำให้สัมพันธภาพเสีย​ โดยค่อยๆปรับแก้ให้เป็นคนไม่ผิดนัด​ ควบคุมอารมณ์ได้ไม่แสดงออกอารมณ์แบบไม่เหมาะสม
.
6.เมื่อทำทุกอย่างได้ดีให้ชื่นชมตัวเองจนเกิดความรู้สึกตัวเองมีคุณค่า​ มีความภาคภูมิใจในตนเองที่จัดการปัญหาต่างๆในขีวิตได้
.
เมื่ออ่านมาแล้วหากท่านพบว่าตนเองอาจจะมีปัญหาสมาธิสั้นสามารถโทรมาปรึกษากับจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่ Application ooca ได้ทันทีเลยนะครับ​ ทางเรามีทีมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่ยินดีรับคำปรึกษาและช่วยท่านแก้ปัญหา ให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้

นายแพทย์ณัฐพล​ พิพัฒฐาดร​
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

Tags:
,


%d bloggers like this: