Mindfulness แค่มีสติก็ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้

cover - mindfulness

Mindfulness แค่มีสติก็ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้

วันนี้เราพาเพื่อนๆ มารู้จัก Mindfulness หรือ “สติ” ที่เป็นการรับรู้ต่อประสบการณ์และกระบวนการต่างๆ ของจิตที่เกิดขึ้นในสภาวะปัจจุบันขณะ โดยไม่ได้ปนกับประสบการณ์เก่า ความกังวลถึงอนาคต หรืออยู่ในสภาวะหลุดลอย สติจะนำบุคคลออกจากสภาวะหลุดลอย ซึ่งคือ ความคิดที่เป็นอัตโนมัติ การตอบสนองโดยอัตโนมัติ และแบบแผนของพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ สามารถย่อยให้เข้าใจง่ายๆ คือ Mindfulness มีหลักพื้นฐาน ได้แก่ การฝึกกำกับความสนใจ และฝึกสังเกตพฤติกรรมของตนเอง

.

สติสามารถแบ่งได้เป็น 4 องค์ประกอบ ตามแนวคิดของ Walach และคณะ (2006) ซึ่งมีรากฐานมาจากศาสนาพุทธ ดังนี้

.

  1. การดำรงอยู่ของสติ (Mindful Presence) เป็นลักษณะของการมีสติรับรู้และมุ่งให้ความสนใจต่อประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยไม่ได้รับอิทธิพลจากความคิดและอารมณ์ ที่ส่งผลต่อการมีทัศนคติในประสบการณ์นั้นๆ
  2. การยอมรับโดยไม่ตัดสิน (Non-Judgmental Acceptance) เป็นลักษณะของการยอมรับต่อประสบการณ์ที่เกิดขึ้นโดยปราศจากการตัดสินต่อประสบการณ์นั้นๆ
  3. การเปิดรับต่อประสบการณ์ (Openness to Experiences) เป็นลักษณะที่สะท้อนถึงการเปิดรับต่อประสบการณ์ทั้งทางบวกและทางลบทุกๆ รูปแบบ เช่น การสัมผัส การรับรู้ สภาวะทางอารมณ์ และความคิด โดยให้ความสาคัญต่อการสำรวจสภาวะทางจิตใจของตนเอง
  4. การเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (Insight) เป็นคุณลักษณะที่สะท้อนถึงความเข้าใจต่อ ประสบการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆ อย่างถ่องแท้ ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของจิตในมิติต่างๆ ที่กว้างขึ้นโดยไม่จำกัดเพียงแค่การเข้าใจต่อปัจจุบันขณะ เช่น ความเข้าใจ ที่มีต่อธรรมชาติของสิ่งต่างๆ รอบตัวบุคคล

.

ประโยชน์ของ Mindfulness สามารถสรุปออกมาได้สั้นๆ คือ ช่วยเสริมสร้างสุขภาวะที่ดี ทั้งด้านร่างกาย ลดความเครียด ช่วยบุคคลที่เป็นโรคหัวใจ ความดันต่ำ นอนหลับได้ดีขึ้น เป็นต้น และด้านจิตใจ ทั้งช่วยบุคคลที่มีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ปัญหาพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ ปัญหาความสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่งการใช้สารเสพติด

.

การฝึกฝน Mindfulness ไม่ได้มีแค่วิธีใดวิธีหนึ่ง แต่สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการทำสามาธิ ฝึกกำหนดลมหายใจเข้าออก การสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันทางประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น ขณะเคี้ยวอาหาร ให้สังเกตว่ารสชาติของอาหารเป็นอย่างไร ในทุกการเคี้ยวรสชาติจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไรต่อ เป็นต้น สังเกตอารมณ์ของตนเอง รับรู้ว่าตอนนี้เรากำลังมีอารมณ์อะไร โกรธ เศร้า มีความสุข ตื่นเต้น เราควรยอมรับมันอย่างไม่ตัดสิน

.

สำหรับการฝึกฝนแบบง่ายๆ สามารถดูคลิปเพิ่มเติมได้ที่ YouTube

.

หากลองฝึกฝนด้วยตนเองแล้ว แต่ยังไม่สามารถกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ณ ขณะนั้นได้ ความคิดยังคงไหลไปเรื่อยๆ โดยที่เราควบคุมมันไม่ได้ เราอยากให้ลองมารับคำปรึกษาจากพี่ๆ จิตแพทย์และนักจิตวิทยาของอูก้าดู เพราะว่าเรื่องของใจให้เรารับฟัง อูก้าพร้อมช่วยเหลือและดูแลทุกคนเสมอนะ 😊



%d bloggers like this: