cover - self love

Self-Love ไม่มีใครรักเรา ได้มากเท่าเรารักตัวเอง

เวลาได้ช่วยเหลือ ได้ดูแลคนรอบข้าง คุณรู้สึกอย่างไร ?
ร้อยทั้งร้อยก็คงจะ “รู้สึกดี” มีความสุขที่ได้ดูแลคนที่เรารัก เราห่วงใยเขามากก็เลยยิ่งอยาก take care มากขึ้นไปอีก คุณอยากให้เขามีความสุขและสบาย คุณจึงเลือกที่จะรักและทำทุกทางเพื่อช่วยเหลือเขาอย่างเต็มใจ

Read More
cover - insecure love

ยอมตามเขาตลอดเวลา กลัวเขาจะไม่รักเรา ความสัมพันธ์ของคน Insecure

ถ้าพูดถึงเรื่องเรื่องความรักแล้ว เมื่อใครคนหนึ่งอ่อนแรงลง ก็ย่อมจะต้องมีอีกคนที่มั่นคงกว่า มาประคองความรักนี้ไว้ เพื่อให้ความสัมพันธ์ไปต่อได้
.
นี่คือหนึ่งในรูปแบบความสัมพันธ์หนึ่งในทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “ความผูกพันแบบมั่นคง (Secure)” หรือ ความสัมพันธ์ที่ใครคนหนึ่งจะรู้สึกสบายใจเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เห็นคุณค่าในตนเองและให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง
.
แล้วแบบนี้ถ้าในทางกลับกันเราไม่สบายใจกับรักครั้งนี้ จะทำอย่างไรดี? เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ไม่มั่นคง (Insecure) ในจิตใจ ซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็ก หรือระหว่างการเติบโตมา เจอเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจ
.
รูปแบบความสัมพันธ์ของคน Insecure คือต้องการความรักและอยากให้คนรักตอบแทนเราด้วยสิ่งเดียวกัน บุคคลจะมองหาพื้นที่ปลอดภัยจากคนรัก และกลัวการถูกทอดทิ้ง หลายๆ ครั้งจึงยอมทำตามใจคนรักตลอด เพื่อให้เขารักเราตอบ ไม่กล้าบอกความในใจเพราะกลัวเขาหนีเราไป หรือถ้ามีอะไรที่ผิดพลาด เราจะเริ่มต้นด้วยการโทษตัวเองก่อนเป็นอย่างแรก
.
ทั้งนี้ทั้งนั้น เรากลับมาดูเรื่อง “ความสัมพันธ์” กันก่อนดีกว่า
.

Cute couple in a city. Lady in a white dress. Pair sitting on a cafe


John Bowlby จิตแพทย์ชาวอังกฤษ เจ้าของทฤษฏี Attachment theory กล่าวว่า ในวัยเด็ก ความสัมพันธ์นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เหมือนเป็นสิ่งปลอดภัยสิ่งเดียวที่จะทำให้ดำรงชีวิตต่อไปได้ การตอบสนองจากผู้เลี้ยงดูจะสร้างให้เด็กเกิดความคาดหวังในความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดู และสุดท้ายจะกลายเป็นความคาดหวังต่อบุคคลที่ผูกพันด้วยอย่างคงทนไปตลอดชีวิต
.
และ Kim Bartholomew ก็ได้พัฒนารูปแบบความผูกพันออกมาได้ 4 แบบ ได้แก่
1. รูปแบบความผูกพันแบบมั่นคง (Secure) บุคคลจะรู้สึกสบายใจเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เห็นคุณค่าในตนเองและให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง
2. รูปแบบความผูกพันแบบหมกมุ่น (Preoccupied) บุคคลจะมีความรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า วิตกกังวลในความสัมพันธ์ และจะพยายามอย่างมากที่จะเข้าหารวมถึงการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อื่น และอยากได้การยอมรับจากคนที่ใกล้ชิดด้วย ซึ่งรูปแบบความผูกพันแบบหมกมุ่นนี้แหละ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง ที่เรากำลังพูดถึง
3. รูปแบบความผูกพันแบบหมางเมิน (Dismissing) บุคคลจะปฏิเสธและหลีกเลี่ยงที่จะใกล้ชิดกับผู้อื่น ให้คุณค่ากับความอิสระ และคิดว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดมันไม่จำเป็น
4. รูปแบบความผูกพันแบบหวาดกลัว (Fearful) บุคคลจะมีการเห็นคุณค่าในตนเองต่ำ หวาดกลัวที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเพราะกลัวจะถูกปฏิเสธ มีความวิตกกังวลในความสัมพันธ์อย่างมาก

Couple having an argument at the cafe


.
อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นว่า เมื่อใครคนหนึ่งอ่อนแรงลงในความสัมพันธ์ ก็ย่อมจะต้องมีอีกคนที่มั่นคงกว่า มาประคองความรักเอาไว้ เพื่อให้เดินหน้าไปต่อได้ แต่ปัญหาที่เกิดคือ คนที่ Insecure อาจจะเผลอทำให้คน Secure เริ่มไม่มั่นคงได้ ไม่ได้การซะแล้วแบบนี้!
.
• สร้าง Self-esteem ให้กับตัวเอง เพราะงานวิจัยต่างๆ บอกว่า คนที่ Insecure มักจะมีการเห็นคุณค่าในตนเองที่ต่ำ วิธีเพิ่ม Self-esteem ง่ายๆ อูก้าเคยนำเสนอไปบ้างแล้ว ลองมาอ่านโพสต์นี้กันดูนะ (มาเพิ่ม Self-Esteem กันเถอะ)
.
• ดูแลตัวเองให้ดี ทำให้ตัวเองมีสุขภาพทั้งกายและใจที่ดี ดูแลและใส่ใจความต้องการของตนเอง ไม่ใช่ว่าเราจะดูแลแต่คนรักแล้วไม่สนใจตัวเอง ทำให้ตัวเองดึงดูดและน่าสนใจโดยการหากิจกรรมอื่นๆ ทำ นอกจากการตามติดคนรักไปตลอด ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง กับกิจกรรมที่อยากทำ
.
• เชื่อมั่นในตัวเอง ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์แบบ Secure จะต้องเชื่อมั่น เชื่อใจในตัวคนรัก แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือเชื่อในตัวเราเอง รู้ว่าลึกๆ ความต้องการของตัวเองคืออะไร ไม่ลืมว่าเราเป็นใคร เชื่อมั่นในความรู้สึกที่ตัวเองมี อย่าหนีหรือเก็บมันไว้
.
• ให้อิสระกับคนรักบ้าง เราไม่จำเป็นจะต้องตามคนรักไปทุกๆ ที่ ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ แต่ละคนย่อมมีชีวิตและสังคมของตัวเอง เราเองก็เช่นกัน การที่เราปล่อยคนรักไปพบปะเพื่อนฝูง ไม่ได้แปลว่าเขาจะไปมีคนอื่นจนทำให้เราคิดมาก เขาไม่ได้ทำร้ายจิตใจเรา อย่าให้ความคิดลบๆ มาอยู่เหนือความจริงเลยนะ
.
• อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ถ้าเรารู้สึกว่าใช้เวลาในโซเชียลมีเดียมากเกินไปแล้ว พยายามตามส่องดูคนรักเก่าของแฟน หรือเพื่อนๆ ที่เขาไปสังสรรค์ด้วยมากเกินไป จะทำให้เราวิตกกังวลมากขึ้นจนกระทบจิตใจเรา คุณคือคนที่ดีในแบบของตัวคุณเอง ไม่ต้องไปเทียบกับคนเก่าๆ หรือเพื่อนๆ ของเขาหรอกนะ
.
หากใครยังมีความรู้สึกกังวลในความสัมพันธ์ เครียด วิตกกับสิ่งต่างๆ รอบตัวจนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เราอยากลองให้เข้ามาพูดคุยปรึกษากับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านแอปพลิเคชัน ooca นะ อูก้ายินดีที่จะรับฟังทุกคนเสมอ

Read More
cover อยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ

อยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ ช่วยลดความกังวลในอนาคตได้

“อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน”
.
เราคิดมากเกินไปมาตลอด โดยเฉพาะกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น ความกังวลที่มีมันค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเมื่อเราคิดถึงอนาคต บางทีมันก็ทำให้เราไม่มีมีสมาธิที่จะทำอะไรในปัจจุบันเลย อยากจะโยนความคิดในหัวทิ้งให้โล่งๆ แต่เราก็ทำไม่ได้ หลายครั้งเราเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดีมากๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย เรายิ่งอดคิดไม่ได้ว่า อนาคตเราจะต้องทำให้ได้ดีเหมือนเขา มีชีวิตที่ดี ที่น่าพอใจ

Read More
cover - 7 emotions

7 อารมณ์พื้นฐานที่ส่งผลต่อพฤติกรรมมนุษย์

เรารู้สึกโกรธเมื่อทำอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ รู้สึกเศร้าเมื่อต้องลาจากคนที่รัก มีความสุขเมื่อได้ทำในสิ่งที่ชอบ หรือกลัวเมื่อต้องไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย อารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนมาจากสิ่งภายนอกที่เข้ามากระทบตัวเรา ทำให้สมองเกิดการประมวลผล จนเกิดเป็นความรู้สึก เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย และมีแนวโน้มที่จะแสดงอะไรบางอย่างมากมาย จนกลายเป็นพฤติกรรมออกมา
.

Read More
cover - growth mindset

Growth Mindset พัฒนาได้นะ

“เรารู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง รู้สึกว่าทำไมเราไม่เป็นอย่างคนอื่นเขา หรือจริงๆ เราก็คงทำได้แค่นี้แหละ คนอื่นเขาน่าจะฉลาดมากกว่าเรา เขาถึงทำได้ดีกว่า ดังนั้นเราจะเลิกทำอะไรที่รู้ว่าเราไม่เก่งแล้ว เพราะถ้าทำไม่ดี คงไม่มีใครยอมรับเราแน่ๆ”

Read More
cover - lifecoach

ความแตกต่างระหว่าง ไลฟ์โค้ชกับนักจิตวิทยา ที่คุณควรรู้

ช่วงนี้กระแส ไลฟ์โค้ช (Life Coach) กำลังมาแรง หลายๆ คนให้ความสนใจในอาชีพนี้เป็นพิเศษ การที่มีคนคอยไกด์แนวทางในการดำเนินชีวิตคงจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนที่อยากผลักดันตนเองไปสู่เป้าหมายที่คาดหวังไว้ ซึ่งอาจจะตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนสมัยนี้ที่อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต อยากมีชีวิตที่ดี มั่นคง อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

Read More
  • 1
  • 2