แค่เป็น “ผู้หญิง” ก็ผิดแล้ว Femicide ฆาตกรรมที่เกิดจาก “เพศ” เป็นเหตุ

ความเท่าเทียมทางเพศถูกนำมาโต้แย้งบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง หลายคนรู้สึกว่าปัญหาการกดขี่ทางเพศไม่เคยหมดไป บ้างถูกบิดเบือนและนำเสนอในแง่โรแมนติก บ้างกลายเป็นตลกร้ายล้อเลียนกันในสังคม แม้จะมีการเรียกร้องและขับเคลื่อนไปทั่วทุกมุมโลก แต่ความรุนแรงทางเพศกลับกลายเป็นอคติที่หยั่งรากลึกในใจมนุษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่า บางส่วนมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่คนบางกลุ่มเรียกร้องจนเกินพอดี

ใครจะรู้ว่าเพศโดยกำเนิดอย่างการเป็น “ชาย” หรือ “หญิง” ก็สามารถจุดชนวนความเกลียดชังในใจได้แล้ว

วันนี้เราอยากเล่าถึงที่มาที่ไปของ Femicide …การฆาตกรรมที่เกิดจาก “เพศ” เป็นเหตุ

มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยถูกกีดกันในแง่ของการใช้ชีวิตเนื่องจากเพศ ความรุนแรงต่อผู้หญิงประกอบด้วยการกระทำที่หลากหลาย ตั้งแต่การล่วงละเมิดทางวาจาและการล่วงละเมิดทางอารมณ์รูปแบบอื่น ๆ ไปจนถึงการล่วงละเมิดทางร่างกายหรือทางเพศในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงถูกฆาตกรรมเพียงเพราะพวกเขาเกิดเป็นผู้หญิง จึงเป็นที่มาของ “Femicide” นั่นเอง

Femicide เป็นการตอบสนองต่อความรู้สึกเกลียด ดูถูก ดูแคลนเพศหญิง โดยฆาตกรมักเป็นเพศชายที่เชื่อว่า “ผู้หญิงเป็นทรัพย์สินที่สามารถครอบครองได้” คำที่ปรากฏให้เห็นตลอดคือ ‘honour’ เมื่อได้แสดงอำนาจเหนือกว่า ทำให้ผู้หญิงอยู่ใต้บังคับบัญชาได้ก็รู้สึกภูมิใจ มีเกียรติ แรงจูงใจของ Femicide ต้องมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เชื่อมโยงกับเพศ หากเป็นการฆ่าตัวตายหรือถูกฆ่าโดยคนเพศเดียวกันไม่นับว่าเป็น Femicide

นอกจาก ‘วัฒนธรรมชายเป็นใหญ่’ งานวิจัยกล่าวว่าอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องคือแนวปฏิบัติทางวัฒนธรรมในเรื่อง ‘สินสอดทองหมั้น’ ที่อินเดียมีผู้หญิงที่แต่งงานใหม่ถูกฆ่าตายเพราะจำนวนสินสอดทองหมั้นไม่เพียงพอ ซึ่งมีจำนวนผู้หญิงที่เสียชีวิตมากถึง 7600 คนในปี 2549  ภายหลังคาดการณ์ว่าผู้หญิงที่แต่งงานใหม่มากถึง 25,000 คนถูกฆ่าหรือพิการในแต่ละปีเพราะสินสอดทองหมั้น นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงที่เสียชีวิตจากไฟไหม้มากถึง 163,000 รายเพราะความรุนแรงในครอบครัว

Femicide ส่วนใหญ่มาจากผู้หญิงที่ติดอยู่ในบ่วงของความสัมพันธ์ที่รุนแรง Toxic Relationship และกระทำโดยคนรักทั้งในอดีตและปัจจุบัน หรือแม้แต่การข่มเหงจากคนแปลกหน้าหรือคนรู้จัก ท้ายที่สุดพฤติกรรมทารุณทั้งหลายมักเกิดขึ้นซ้ำ ๆ รูปแบบของการละเมิด เช่น การทำร้ายร่างกาย, ความรุนแรงในครอบครัว, การข่มขืน, ความรุนแรงทางจิตใจ, การขัดขวางอิสระของผู้หญิง, การค้าบริการทางเพศ, การทำให้เสียโฉม ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมี Non-intimate Femicide หรือ Femicide ที่เกิดจากคนที่ไม่สนิทสนม แต่ก็มีต้นตอมาจากเพศเช่นกัน ยกตัวอย่างการ Femicide จากข่าวดังที่ประเทศเกาหลีกรณีผู้ชายคนหนึ่งทะเลาะกับคนรักของตัวเอง เมื่อเห็นผู้หญิงแปลกหน้าเดินผ่านมาจึงเข้าไปทำร้ายเพื่อระบายอารมณ์ หรืออย่างในประเทศญี่ปุ่นที่ฆาตกรชายได้สัมภาษณ์ว่าแรงจูงใจในการฆ่าเหยื่อเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นดูมีความสุขมากเกินไป

นี่อาจเรียกได้ว่า “อาชญากรรมความเกลียดชังทางเพศ”

การยุติ Femicide มักถูกสั่นคลอนด้วยภาพมายาและกรอบความคิดที่เลวร้าย การสนับสนุนให้เปลี่ยนแปลงกฎหมายที่อนุญาตให้ก่ออาชญากรรมประเภทนี้เป็นสิ่งสำคัญ หลายประเทศหันมาปลุกจิตสำนึกในแง่ของอาชญากรรมทางเพศให้กับสาธารณชน ใช้การอ้างอิงเครื่องมือสิทธิมนุษยชนและการปกป้องสิทธิสตรี

แต่เรายังต้องการกฎหมายที่คุ้มครองได้จริง รวมถึงสิ่งที่จะช่วยยืนยันได้ว่า ‘honour’ นั้นไม่มีอยู่จริง เราควรช่วยกันสร้างความตระหนักรู้และตอบสนองที่เหมาะสมต่อความคิดที่บิดเบือนว่าเพศใดเพศหนึ่งมีอำนาจสิทธิ์ขาด เพราะไม่มีใครควรถูกทำร้ายหรือฆาตกรรมจากสถานะทางเพศเป็นเหตุ

ดร. เจน มังก์ตัน สมิธ จาก University of Gloucestershire ได้ศึกษาคดีฆาตกรรมผู้หญิงจำนวนมากในอังกฤษ ในการสังหาร 372 ครั้งมีจุดสังเกตที่เชื่อมโยงกับความเป็นไปได้ที่ใครคนหนึ่งจะฆ่าคนรักของตัวเอง คือ พฤติกรรมที่ชอบควบคุมบงการ เขาเสนอรูปแบบ 8 ขั้นตอนที่ช่วยในการระบุ “ลำดับเวลาฆาตกรรม” สิ่งนี้จะทำให้เหยื่อถูกช่วยชีวิตได้ทัน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://bbc.in/3kMwP2Z)

Femicide ไม่เพียงแต่ร้ายแรงที่สุดจากความรุนแรงที่เกิดในคู่รัก แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและยาวนานต่อสภาพแวดล้อมของผู้หญิง อย่างเช่น ผู้หญิงที่ตกอยู่ใน Toxic Relationship เป็นเวลานานอาจมีปัญหาสุขภาพตามมามากมาย เด็กหลายคนสูญเสียแม่ในคดีฆาตกรรมที่เกิดจากพ่อ และกลายเป็นปัญหาในการปรับตัวหรือสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนใหม่ ๆ

เราต่างรู้ดีว่า ‘การฆาตกรรม’ เป็นเรื่องผิด แต่เมื่อ Femicide เกิดกับตัวเองหรือคนใกล้ตัว หลายคนกลับปล่อยผ่านและยอมรับ ราวกับความเท่าเทียมทางเพศ ปัญหาการล่วงละเมิดและความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริงนั้นเป็นเรื่องที่แตะต้องไม่ได้ นักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยามีบทบาทอย่างมากในการช่วยเยียวยาสุขภาพใจของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ถูกทำร้ายหรือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากผู้ใหญ่

นี่อาจเป็นเสียงเล็ก ๆ ที่อยากพูดถึงประเด็นละเอียดอ่อนที่ให้เกิดได้กับทุก ๆ เพศ เราไม่อยากให้ใครต้องเจอกับการเลือกปฏิบัติ การใช้ความรุนแรงอย่างที่แล้วมา ไม่ว่าจะเพศไหน สถานะอะไร เราไม่ควรขัดแย้งกันเพื่อความเหนือกว่า แต่อยากให้มองถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์แล้วทำลายกำแพงและอคติเพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับ ‘มนุษย์ทุกคน’

หากต้องการใครสักคนที่เคียงข้างและรับฟังทุกเรื่องราว อย่าลืมว่าอูก้าเป็นแอปพลิเคชันที่มีจิตแพทย์และนักจิตวิทยาเป็นเสมือนเพื่อนรู้ใจอยู่ใกล้ ๆ คุณ จะที่ไหน เมื่อไร เรื่องอะไร ให้อูก้าช่วยแบ่งเบาภาระทางใจให้คุณนะ 💙

________________________________⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/4Xjb
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

อ้างอิงจาก

WHO : https://bit.ly/3gUmcd1

BBC : https://bbc.in/3kMwP2Z

สารานุกรม titanica : https://bit.ly/3jFtPWN

Read More

แด่ผู้ที่โอบกอดความโศกเศร้า : Eight – IU feat. Sugar (BTS)

‘อยากนอนหลับไปตลอดกาล..’

เริ่มต้นจากประโยคแสนธรรมดา แต่จบลงที่ความโศกเศร้าเมื่อเราต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักให้กับ ‘ความเป็นนิรันดร์’ ที่เราเอื้อมไม่ถึง ความรู้สึกมากมายผสมปนเปกันไปหมดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงว่าเขาไม่ได้อยู่ให้เราจับมือเคียงข้างอีกแล้ว.. เช่นเดียวกับ Eight (에잇) – #IU (아이유) ft. Sugar #BTS บทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นแด่เพื่อนของเธอที่ตัดสินใจจากไปเพราะโรคซึมเศร้า และถูกขับร้องเพื่อเป็นเสียงแทนหัวใจของหลายคนที่ไม่มีโอกาสได้ปลอบโยนคนที่เขารักอีกต่อไป

So are you happy now ?
Finally happy now ?

“เธอมีความสุขแล้วใช่ไหม ?
ในที่สุดเธอก็มีความสุขแล้วใช่ไหม ?
ส่วนฉันยังคงเหมือนเดิม
รู้สึกเหมือนสูญเสียทุกสิ่งที่อย่างไป”

อยากจะโกรธที่เธอเลือกหายไปในที่ที่กำลังใจจะส่งไปไม่ถึง อยากโกรธที่เธอไม่ให้โอกาสเราได้บอกเธอว่าเรารักเธอ และเธอสำคัญกับเรามากขนาดไหน แต่เพราะเข้าใจดีว่าโลกนี้ใจร้ายกับเธอมากเพียงใด จึงไม่สามารถโกรธเธอที่ตัดสินใจจากเราไปโดยไม่บอกลา แม้ไม่อาจยินดีกับเธอได้อย่างสุดหัวใจ แต่ก็หวังว่าเธอจะได้พบกับความสุขที่เธอตามหามาแสนนาน ส่วนเราที่ยังคงอยู่ตรงนี้ก็ยังคงทำได้แค่เพียงเป็นกำลังใจให้เหมือนที่ผ่านมา

“ไม่มีอะไรมาพรากเราจากกัน
เรามาพบกันในความฝันนั้น
และคงอยู่ไปตลอดกาล”

หลายครั้งเราก็ถามตัวเองว่าทำไม เป็นเพราะอะไรความรักและความห่วงใยที่เรามีให้จึงส่งไปไม่ถึง..? แต่เพราะคำถามเหล่านั้นมันไม่มีคำตอบ จึงทำได้เพียงยอมรับความจริงว่าในวันนี้ไม่มีเธอให้ได้สร้างความทรงจำและเรื่องราวดี ๆ ร่วมกันอีกต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นจะขอเก็บเธอไว้ในความทรงจำ ต่อให้จะต้องเจ็บปวดกับการสูญเสียอีกกี่ครั้ง ในแต่ม่านแห่งความฝันนั้นเธอจะยังมีชีวิตอยู่กับเราเสมอ

ตอนนี้เราอาจจะจมอยู่กับความเศร้า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ช่วงเวลาที่แสนปวดร้าวนี้จะผ่านพ้น บางทีอาจเป็นเดือน บางทีอาจเป็นปี หรือบางทีความเศร้านี้อาจจะอยู่กับเราตลอดไป แต่เรามั่นใจว่าจะต้องมีความสุขได้อย่างแน่นอน ต่อให้ต้องถือความเศร้าเอาไว้เราก็จะมีความสุข เราจะมีลมหายใจต่อไป รวบรวมความสุขใส่ไว้ในขวดแก้วแห่งความทรงจำ รอให้สักวันหนึ่งที่เราจะได้พบกัน ในวันนั้นเราเอาความสุขมาแชร์กันนะ 🙂

เพื่อน ๆ ที่กำลังโอบกอดความเศร้า ไม่ว่าจะเรื่องอะไรมาปล่อยมันไปกับเสียงเพลง Eight (에잇) – IU (아이유) ft. Sugar ได้ที่ : https://youtu.be/TgOu00Mf3kI 💜

ความตายอาจจะเป็นปลายทางของคนคนหนึ่ง ขณะเดียวกันก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของถนนแห่งความโศกเศร้าของใครอีกคน หลายคนต้องสูญเสียคนที่ตนรักให้กับโรคซึมเศร้า แล้วเอาแต่โทษตนเองที่ไม่สามารถรั้งพวกเขาไว้ ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของใครเลย อยากให้รู้ไว้ว่า “เราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว”

เช่นเดียวกับอีกหลายคนที่กำลังรู้สึกว่าทุกอย่างมันยากเกินจะรับไหว เชื่อเถอะว่ามีคนอีกมากมายที่อยากมีเราในชีวิต เพื่อนคนไหนกำลังเจ็บปวดหัวใจ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็มาเล่าให้เราฟังใน “กลุ่มเล่าเหอะอยากฟัง by ooca” คอมมูนิตี้ที่พร้อมจะจับมือประคับประคองทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน จะมารับกำลังใจ หรือจะมาให้กำลังใจกันและกันก็ได้เสมอ พวกเราทุกคนในกลุ่มนี้ยินดีจะรับฟังทุกเรื่องราวโดยไม่ตัดสิน

หรือหากอยากคุยกับใครสักคน อยากร้องไห้ ระบายออกไปโดยไม่ต้องกลัวว่าความลับในใจจะหลุดออกไปให้คนอื่นล่วงรู้ มาคุยกับผู้เชี่ยวชาญของอูก้าได้เสมอ เราพร้อมจะอยู่เคียงข้างและรับฟังทุกเรื่องราวหรือปัญหาที่กำลังรุมเร้า ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ เรื่องของใจให้เรารับฟังนะ 🙂

#OOCAinsight

________________________________⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/hDpw
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca.⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More

Paranoia จัด ๆ เห็นข่าวโควิด “นี่เราติดหรือยังนะ?”

เจ็บคอนิด ๆ เราติดโควิดหรือยังนะ ?

เพื่อนเพิ่งตรวจเจอแล้วเราเพิ่งเจอมัน ทำยังไงดี ?

หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องโควิด เบื่อที่ตัวเองกังวลอะไรแบบนี้ทุกวัน อยากรู้นักว่าทำไมโควิดถึงทำให้เรานอยด์ง่ายนอยด์เก่งแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ☹️

จะบอกว่าจริง ๆ อาการนอยด์หรือหวาดระแวง (Paranoia) เกิดขึ้นได้กับทุกคน เป็นภาวะผิดปกติทางความคิดที่ทำให้ระแวงสงสัยโดยไม่มีเหตุผล ส่งผลต่อการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น มีนิสัยไม่เป็นมิตรเข้าสังคมลำบาก ถ้านอยด์ในระดับทั่ว ๆ ไป เราอาจจะมีความกังวล หวาดกลัว รู้สึกคิดมากเครียดง่าย ไม่ไว้ใจใคร แต่ถ้ามีอาการระแวงในระดับสูงอาจถึงขั้นหลงผิดคิดไปว่ามีคนประสงค์ร้ายกับเรา ทำให้มองโลกในแง่ร้าย ชอบแยกตัว บางคนอาจมีชุดความคิดที่บิดเบือนไป เช่น เชื่อบางสิ่งที่ไม่มีเหตุผลและไม่เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่รู้สึกนอยด์จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคทางจิตเวช เช่น บุคลิกภาพผิดปกติแบบหวาดระแวง (Paranoid personality disorder) โรคจิตเภทแบบหวาดระแวง (Paranoid Schizophrenia) แต่ “นอยด์” เป็นศัพท์ที่คนใช้กล่าวถึงอารมณ์เบื่อหน่าย คิดมาก ไม่พอใจ ไปจนถึงเหนื่อย เครียด กังวล ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเวลาที่ต้องปรับตัวต่อสถานการณ์ที่คุกคามเราในแง่ของการใช้ชีวิตหรือจิตใจ

😰 ทำไมต้องนอยด์กับโควิด คิดว่าเราติดหรือยัง ?

“นอยด์” เป็นความรู้สึกธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ อย่างที่บอกว่าโควิดไม่ใช่สถานการณ์ปกติแต่มันทำให้ความปลอดภัยในชีวิตเราหายไป จิตใจก็เลยไม่มั่นคง โดยเฉพาะการใช้ชีวิตประจำวันที่เราต้องเดินทาง ต้องพบปะผู้คน การเสพข่าวหรือรับรู้ว่ามีคนมากมายติดโควิด แล้ววงนั้นก็ตีแคบเข้ามาจนเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิทหรือแม้แต่คนในครอบครัวที่ติด แล้วเราจะรอดไปอีกนานแค่ไหน ?

ความกังวลก็แผ่ขยายเป็นความระแวง คิดไปว่าเราอาจจะไม่รอด บ้างก็คิดไปว่าเราติดโควิดไปแล้ว จนสิ่งเหล่านี้กระทบต่อสุขภาพกายและใจ ทำให้เราเครียด นอนไม่หลับ ไม่อยากเจอใคร ไร้ซึ่งพลังบวกในชีวิต จะให้เพื่อนช่วยกระตุ้นดึงความสดใสก็อดระแวงไม่ได้ว่าเพื่อนติดหรือเปล่า บางคนเป็นแล้วรักษาหายแล้วเรายังไม่กล้าไปเจอมันเลย พูดแล้วก็นอยด์ขึ้นมาจนจัดการความรู้สึกนี้ไม่ได้สักที

จะบอกว่าการแยกแยะความจริงไม่จริงนั้นสำคัญมาก ไม่ผิดเลยที่เราห่วงความปลอดภัยของตัวเองและคนที่เรารัก แต่อย่าลืม “ตั้งสติ” อาการนอยด์ เกิดจากความคิดล้วน ๆ จะคิดถูกคิดผิดคิดเยอะก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ลองสังเกตดูจะเห็นว่า ยิ่งช่วงโควิดบังคับให้เราต้องแยกตัวจากสังคมยิ่งทำให้ความคิดเตลิดได้ง่าย เพราะเราจะคิดเยอะเวลาที่ความรู้สึกโดดเดี่ยวเพิ่มขึ้น

😢 ใจเรามีแค่นี้ จะทำให้นอยด์ไปถึงไหน ?

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์โควิดมาไกลเหลือเกินและการจัดการปัญหาในตอนนี้ก็ไม่ได้สร้างความมั่นคงทางใจให้เรามากพอ สิ่งที่เราทำได้คือการโฟกัสสุขภาพใจตัวเอง ไม่ให้พลังลบติดค้างใจจนต้องนอยด์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้ากังวลว่าจะติดโควิดไหม ? เราทำดีที่สุดคือลดความเสี่ยงเท่าที่ทำได้หรือถ้ารู้ว่าเพื่อนติดเราก็อาจจะเลี่ยงการพบกันไปสักระยะจนกว่าตัวเราจะสบายใจ

หลายคนกลัวแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธเมื่อถูกเพื่อนชักชวนหรือจำเป็นต้องเดินทาง ซึ่งเรารับรู้ว่ามันเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด อย่ากดดันหรือรู้สึกไม่ดีที่เราจะปฏิเสธบางอย่างเพื่อความสบายใจ เพราะเราแค่กำลัง “ดูแลตัวเอง” หากเลี่ยงไม่ได้ให้เราทำดีที่สุดเท่าที่เราไหวและดูแลใจตัวเองให้ดี ยึดความจริงและเสพข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง หากมองในแง่ดีอาการนอยด์ก็ช่วยให้เราระมัดระวังตัวมากขึ้นและพยายามดูแลตัวเองเช่นกัน

อย่างที่ได้ยินกันเสมอ โควิดอยู่เหนือการควบคุมของเรา เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองที่เราใช้ชีวิตในแบบปกติไม่ได้ แต่อาการนอยด์ก็มีแต่จะบั่นทอนใจเราให้ยิ่งบอบช้ำในสถานการณ์แบบนี้ ดังนั้นให้เชื่อใจตัวเองไว้และจัดการกับความรู้สึกนอยด์ที่มันควบคุมเรา เพราะสุขภาพใจสำคัญที่สุดเสมอ 💙

หากนอยด์หนัก คิดลำพังไม่ไหว ใจไม่นิ่งสักที อย่าปล่อยอารมณ์นอยด์กดทับใจคุณ ในเมื่อคุณมีอูก้า บริการปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาที่พร้อมช่วยรับฟังและแบ่งเบาความนอยด์ของคุณ ไม่ว่าจะปัญหาอะไรก็สามารถพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของอูก้าได้เสมอ เรื่องของใจให้เรารับฟังนะ 🙂

#OOCAstory

________________________________⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/dtvL
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca.⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More

Passion หมดไปเพราะใจที่หมดแรงในยุคโควิด

อยู่บ้านมานาน จนไม่อยากออกไปไหน

มีแผนจะเรียนต่อ…ก็ไม่รู้ต้องรออีกนานไหม

ธุรกิจที่วางไว้ เริ่มตอนนี้คงมีแต่พัง

แม้แต่งานที่เราเคยชอบมาก ๆ ทุกวันนี้เหลือแค่นั่งประชุมออนไลน์ทุกวี่ทุกวัน

.

ทำไมอะไร ๆ ในชีวิตถึงต้องมาสะดุดถึงสองปีเพราะโควิด ? นี่คงเป็นคำถามที่เราอดบ่นกับตัวเองและคนรอบข้างไม่ได้ จากที่พยายามไม่เครียดเพราะไม่ใช่แค่เราที่ได้รับผลกระทบจากโควิด บอกตัวเองว่าตัวอยู่กับมันให้ได้ แต่สุดท้าย passion ที่มี หรือไฟในใจที่อยากพัฒนาตัวเองไปข้างหน้าก็มอดลงไปทุกวัน

อย่างแรกคือโควิดทำให้เราเหนื่อยล้าทางอารมณ์เพราะการใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก แม้แต่กิจกรรมที่เราเคยทำเพื่อการผ่อนคลายยังทำไม่ได้ จะคิดจะทำอะไรก็ไม่สดใสเหมือนก่อน ทั้งหมดหวัง หมด passion กว่าจะรวบรวมพลังใจได้แต่ละครั้งนั้นยากเย็น จากการประเมินสุขภาพจิตประชาชนในช่วงการระบาดโควิด-19 ในแง่ของการทำงานหลายคนรู้สึกว่าความสามารถของตัวเองลดลง ขาดความรู้สึกประสบความสำเร็จ ความสัมพันธ์ในที่ทำงานก็แย่ลงด้วย ความเครียดที่รุมเร้าทุกวันเลยทำให้เราหมดไฟและหมดใจได้ง่าย ๆ

Passion หมดหรือเพราะเราพยายามไม่มากพอ ?

ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ ! โดยปกติแล้ว passion ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์เรามีตลอดเวลาอยู่แล้ว ในยามที่เราถูกขับเคลื่อนด้วย passion แน่นอนว่าเราทั้งไฟแรง มุ่งมั่น เหมือนจะแผ่พลังบวกออกมาได้ไม่รู้จบ ต่อให้เรื่องที่เจอจะท้าทายแค่ไหน เราก็ยังมีกำลังใจที่จะฝ่าฟันเพราะเรามี passion กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ถ้าสังเกตดี ๆ เราจะรู้ว่าคนเราไม่ได้มี passion ตลอด 365 วัน แล้วก็ไม่ได้เรื่องจำเป็นถึงขั้นต้องกดดันตัวเองให้มี passion ที่สำคัญเราไม่ควรเครียดเพียงเพราะตัวเองไม่มี passion เหมือนคนอื่น ๆ ด้วย

เชื่อเถอะว่าทุกคนต่างเคยผ่านช่วงเวลาที่ passion ค่อย ๆ ลดลงหรือบางคนอาจ passion ตกฮวบเหมือนกราฟที่ทิ้งดิ่งในชั่วพริบตา แค่การตื่นมาเจอเช้าวันใหม่ ฝืนตัวเองให้ลุกไปทำอะไร ๆ ที่เคยชอบยังยาก นั่นไม่ถือเป็นเรื่องผิดแปลกอะไร เพราะ passion ในแต่ละคน ในแต่ละช่วงเวลาก็แปรเปลี่ยนได้ตามสิ่งแวดล้อมที่พบเจอ แล้วในช่วงโควิดแบบนี้ก็อาจเป็นภาวะที่เครียดและวิตกที่สุดแล้วที่หลาย ๆ คนเคยพบเจอมา passion เลยถูกดับไม่ต่างอะไรกับการสาดน้ำเย็นไปที่เทียนไขเล่มหนึ่ง

การมองหา passion ในสิ่งที่ทำ อาจได้ผลกว่าการลงมือทำเพราะ passion

เป็นธรรมดาที่เราเลือกเรียนในสิ่งที่สนใจ เลือกทำงานในองค์กรที่ชอบ หรืออยากออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ฝัน เราจึงมีจุดโฟกัสว่า “passion จะเป็นตัวนำทางไปหาความสุข” แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างในชีวิตคือเหรียญสองด้าน มีทั้งส่วนดีและไม่ดี แม้จะมีด้านที่ชอบมากหน่อย แต่ก็ยังมีเศษเสี้ยวของความไม่ชอบให้ได้ต่อสู้ และไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะปฏิเสธสิ่งที่ไม่ตรงกับ passion หรือความต้องการของตัวเองได้ กลายเป็นความเครียดที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่พยายามกด passion ของเราให้จมลง วิธีที่ดีที่สุดไม่ใช่การไขว่คว้าหา passion แต่เป็นการดีลกับความเครียดที่เข้ามาอย่างถูกวิธีต่างหาก

ต้นตอของความเครียดหลัก ๆ ในช่วงโควิดคือเราใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการไม่ได้

ใคร ๆ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันถึงสถานการณ์โควิดว่า “ไม่ให้เครียดคงไม่ไหว…อย่าได้เอ่ยถึง passion เลย เพราะหมดไปนานแล้ว” ดังนั้นอย่าเพิ่งกดดันตัวเองว่าต้องทำตาม passion ให้ได้ ต้องมีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ทุกวันนี้เราอาจต้องลดความคาดหวังที่มีต่อตัวเองลงและรักษาคุณค่าที่มีไว้ให้ยาวนานที่สุด การทำได้หรือไม่ได้ ไม่สำคัญเท่าเรารับรู้คุณค่าของสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งสิ่งที่กำลังทำอยู่และตัวเราเองที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ แต่จะบอกตัวเองให้อยู่กับปัจจุบัน here and now ท่ามกลางโควิดเป็นเรื่องที่เหนื่อยล้าเหลือเกิน

ไม่เป็นไรนะ เพราะ #อูก้ามีทางออก บริการปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาออนไลน์ที่จะเป็นตัวช่วยสำคัญในยุคโควิดแบบนี้ แค่ออกจากบ้านยังยาก การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตคงไม่ง่ายเหมือนกัน ปัจจุบันช่องทางออนไลน์จึงเป็นทางเลือกใหม่ให้คุณดูแลสุขภาพใจให้แข็งแรง ไม่ต้องเดินทางไม่ต้องเสียเวลารอคิว เพราะ “อูก้าแอปพลิเคชันคุยกับจิตแพทย์และนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล” เข้าใจคุณยิ่งกว่าใคร

🌟 คุยได้ทุกปัญหาส่วนตัวและอาการของความเครียด หมด passion หมดไฟ ฯลฯ

🌟 มีจิตแพทย์และนักจิตวิทยาที่มีการรับรองและผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี

🌟 แค่มีอินเทอร์เน็ตก็ปรึกษาได้ในวันและเวลาที่คุณสะดวก

🌟 สะดวก ปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัวสูง

🌟 มีแบบทดสอบความเครียดเพื่อการประเมินที่เชื่อถือได้

นอกจากนี้เรายังมีแพ็กเกจบริการหลากหลายที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับลูกค้าองค์กรอีกด้วย ทั้งการประเมินผลความเครียดเป็นตัวเลขเพื่อให้เห็นผลได้ชัดเจน หรือระบบรายงานความเครียดและการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเฉพาะรายบุคคล การปรึกษาจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและการมองหาทางออกก็ไม่ใช่เรื่องผิด อย่ามองข้ามเรื่องปัญหาสุขภาพใจที่เป็นสาเหตุหลักของสุขภาพกายมากมาย

พลังใจที่ดีจะทำให้เราเริ่มต้นสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ ได้เสมอ แน่นอนว่าสุขภาพใจที่ไม่พร้อมและความเครียดที่ถาโถมจะเป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้ passion แสดงศักยภาพออกมา เริ่มต้นจากการถามตัวเองว่า เราสามารถทำอะไรได้บ้าง ? สิ่งที่เราอยากทำคืออะไรและในช่วงโควิดมีขั้นตอนไหนที่เราลงมือได้จริง ? ถ้าสิ่งที่ตั้งใจต้องเปลี่ยนแผนไปเราจะสามารถสร้างคุณค่าในสิ่งอื่นแทนได้หรือไม่ ?

สุดท้ายคุณค่าที่เราค้นพบไม่ได้มาจากชีวิตที่ถูกขับเคลื่อนด้วย passion แต่คือการมองชีวิตในแบบที่เป็นและใช้ชีวิตของเราสร้าง passion ใหม่ขึ้นมา หากเผชิญกับความเครียดในยุคโควิด เราแค่ต้องตระหนักรู้ว่าเรากำลังถูกมันเล่นงาน หาต้นตอและจัดการความเครียดนั้นด้วยความเข้าใจ อูก้าขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจและพื้นที่ปลอดภัยในคุณได้พักผ่อนและฟื้นฟูใจอีกครั้ง

อย่าลืมว่าคุณสำคัญสำหรับตัวเองเสมอและวันนี้แค่คุณพยายาม คุณก็เก่งมากแล้ว !

#OOCAknowledge

________________________________⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/SY8n
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca.⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

อ้างอิงจาก

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/885500

https://www.salika.co/2020/09/02/how-to-deal-with-lack-of-passion/

Read More
  • 1
  • 2