OOCAknowledge: 5 LOVE Languagesอยากรู้จังว่าภาษารัก ของเราตรงกันไหม ?

น่าแปลกใจที่คู่รักหลายคู่เลิกรากัน เพื่อนยังเลิกคบกันหรือแม้แต่คนในครอบครัวที่เข้ากันไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาไม่รักกัน แต่สิ่งที่จะทำให้ความสัมพันธ์ไปกันรอดไม่ได้มีแค่ “ความรัก” เท่านั้น แต่ “การสื่อสาร” ที่เป็นหัวใจหลักของความสัมพันธ์ต่างหากที่นำไปสู่ความมั่นคงและความขัดแย้งในเวลาเดียวกัน วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนมารู้จัก “ภาษารัก” ที่จะทำให้คุณเข้าใจคนอื่นมากยิ่งขึ้น

เราต่างมีวิธีสื่อถึงความรู้สึกรักแตกต่างกันออกไป โดยแต่ละคนก็มีภาษารักในแบบของตัวเอง ทั้งการแสดงความรักความเอาใจใส่ต่อผู้อื่น หรือวิธีที่เราต้องการได้รับความรัก ซึ่งการให้และรับนั้นอาจจะเป็นคนละภาษารักก็ได้ หลักๆ ได้กำหนดไว้ “5 ภาษารัก (The Five Love Languages)” ด้วยกัน คือ

1. การใช้คำพูดเพื่อเติมเต็ม (Words of affirmation) เป็นการสื่อสารภาษารักผ่านคำพูด ข้อความ เช่น การบอกรัก ขอบคุณ ขอโทษ การส่งข้อความ เป็นต้น บางคนอาจจะชอบให้บอกว่ารักตรงๆ ในขณะที่บางคนชอบคำชมหรือการพูดอะไรในเชิงบวก หากพูดในเรื่องที่อีกฝ่ายไม่ได้ให้คุณค่าก็ไม่รับว่าเป็นภาษารักที่ตรงกัน

2. การสัมผัส (Physical touch) สายชอบความอบอุ่นต้องมาทางนี้ เราต่างรู้ดีว่าเวลามีสกินชิพ ร่างกายเรามักจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข ซึ่งโดยส่วนใหญ่เราก็ชินกับการสัมผัสจากครอบครัวตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เราจึงรู้สึกเหมือนได้รับความรักเวลาที่ใครสักคนกอดเรา หรือสัมผัสเราด้วยความอ่อนโยน บางครั้งไม่ได้พูดอะไรมากมาย แค่แตะเบาๆที่ไหล่หรืออ้อมกอดที่จริงใจก็เพียงพอแล้ว

3. การใช้เวลาร่วมกัน (Quality time) คือการทำบางสิ่งบางอย่างร่วมกัน ทำให้เกิดความเข้าใจในรสนิยม อุปนิสัยและตัวตนของกันและกันมากขึ้น โดยพยายามไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนเวลาที่ได้อยู่กับคนที่รัก ทั้งการพูดคุยกัน ดูทีวีด้วยกัน ทำอาหารหรือแม้แต่นั่งอ่านหนังสือข้างๆ กันก็นับเป็นช่วงเวลาคุณภาพได้แล้ว

4. การดูแลเอาใจใส่ (Acts of service) ความรักที่แสดงออกด้วยการกระทำ ใครที่เป็นสายพูดน้อยแต่ชอบอะไรที่เป็นรูปธรรมคงชอบภาษารักข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นทำอาหารให้ ช่วยขับรถไปส่ง คอยอยู่เป็นเพื่อน เรียกว่าเป็นความรักที่ใช้ทั้งความคิด ความใส่ใจและการลงมือทำจริง เพื่อให้คนรักมีความสุขที่สุด

5. การให้และได้รับของขวัญ (Receiving gifts) ภาพคุ้นตาในหนังโรแมนติก ไม่แปลกอะไรถ้าเราจะอยากมอบสิ่งดีๆ ให้คนที่เรารักเพื่อสื่อถือความในใจของเรา ถ้าเราไม่เก่งที่จะพูดหรือแสดงออก การให้ของขวัญก็เป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มความสัมพันธ์ได้ ไม่จำเป็นว่าต้องมีราคาแพง สิ่งที่มีความหมายสำหรับทั้งคู่ย่อมสำคัญกว่า บางคนอาจจะบอกว่าความรู้สึกสำคัญกว่าวัตถุ แต่ถ้าคู่รักของคุณชอบภาษารักแบบนี้ ก็คงต้องมองหาของขวัญให้เขาบ้างแล้วล่ะ

ลองสำรวจตัวเองดูสิว่าเราชอบที่จะแสดงความรักแบบไหนและอยากได้รับความรักในลักษณะไหน เมื่อเข้าใจตัวเองแล้วอย่าลืมสังเกตคนรอบข้างด้วย จะได้เข้าใจภาษารักของกันและกันความขึ้น เท่านี้ก็สามารถสื่อสารได้อย่างเข้าใจ บอกได้ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไร อยากให้อีกฝ่ายแสดงออกอย่างไร เพื่อลดความขัดแย้งในสัมพันธ์ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนตามหาภาษารักที่ตรงกันเจอน้า

ถ้าไม่แน่ใจว่าทำไมความสัมพันธ์ของเราไม่เข้าใจกันซะที ลองมาตามหาภาษารักของคุณไปพร้อมๆ กับอูก้าได้นะ ติดต่อเข้ามาพูดคุยกับเราได้เลย อูก้ายินดีรับฟังและเป็นผู้ช่วยดูแลใจคุณเสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://cratedwithlove.com/blog/five-love-languages-and-what-they-mean/

https://www.5lovelanguages.com/5-love-languages/

Read More

OOCAinsight: โดนบอกเลิกช่วงเทศกาล เจ็บนี้ไม่มีลืม

ใครๆ ต่างก็แฮปปี้ที่มีคนรักอยู่ข้างๆ ในวันพิเศษ เหมือนเพื่อนเราเคยสัญญากับแฟนว่าจะฉลองและแลกของขวัญกันในวันคริสมาสต์ หลังจากไปดินเนอร์และเดินเล่นกันแล้ว ทั้งสองหยิบของขวัญมาแลกกัน แต่เพื่อนเรากลับได้รับของขวัญพร้อมคำขอโทษและคำบอกเลิก วันที่น่าจะเฉลิมฉลองอย่างมีความสุขที่สุดกลับกลายเป็นวันที่ต้องเสียน้ำตา

และทุกๆ ปี เมื่อวนมาถึงวันคริสมาสต์ เพื่อนเราเกลียดวันนี้ที่สุดเลย

ทั้งที่เราอยากให้วันสำคัญเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

แล้วเราจะเลือกจดจำวันนั้นไว้เป็นภาพสุขหรือความเจ็บปวดดีล่ะ…

เพราะวันมีความหมายกับความสัมพันธ์ คนเรามักเลือกสารภาพรักหรือฉลองกับแฟนในช่วงเทศกาลอย่างวันวาเลนไทน์ คริสมาสต์หรือแม้แต่วันเกิดเพื่อให้เป็นโมเมนต์ที่น่าจดจำ หลายๆ คู่จึงมีวันครบรอบหรือวันพิเศษเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันบางคนอาจเสียน้ำตาหรืออกหักในวันนี้ แล้วหลังจากนั้นเขาจะมีภาพจำเกี่ยวกับวันๆ นั้นยังไงนะ

ไม่ใช่ความผิดของ “วัน” หรอก และไม่อยากให้โทษว่าเป็นความผิดของใคร

แต่เหตุการณ์ที่ฝังใจต่างหากที่ทำให้เราผูกติดความเศร้าเสียใจไว้ที่วันๆ หนึ่ง

ซึ่งก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงลำบากใจเหมือนกัน ที่ต้องพยายามรักษาสัญญาที่ให้ไว้

แต่ลึกๆ กลับรู้ว่าความสัมพันธ์ไม่สามารถไปต่อได้ การยื้อเวลาต่อไปอาจทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายยิ่งกว่า

เราไม่รู้หรอกว่าวันที่หลายๆ คนมีความสุข มันอาจเป็นวันที่เลวร้ายและเจ็บปวดสำหรับใครบางคนก็ได้ บางคนไม่ชอบวันเกิดของตัวเองด้วยซ้ำ ภาพงานปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เพลงดังๆ และงานฉลองอีกมากมาย น่าจะมีความหมายต่อใจและมีความทรงจำดีๆ ให้นึกถึง แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม

ลองจินตนาการดูว่ามันจะรู้สึกแย่แค่ไหนที่ทุกวันปีใหม่ เราต้องนึกถึงแฟนเก่าที่บอกเลิกเราโดยไม่มีทันได้ตั้งตัว มองไปเห็นสถานที่เดิมๆ ได้ยินเพลงปีใหม่หรือบรรยากาศที่ชวนให้คิดถึงเรื่องวันนั้น มันคงแย่มากๆ เลยนะที่ต้องมีภาพของการเลิกราลอยวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนฝันร้ายหน้าหนาวอะไรทำนองนั้น

คงมีแค่เวลาที่จะเยียวยาใจเราได้ พอผ่านไปสักพักเราอาจรู้สึกดีขึ้น หรืออาจมีความทรงจำใหม่ๆ มาช่วยทดแทนช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวดนั้นได้ แต่เราเชื่อนะว่าความเศร้าคงสอนอะไรเราบ้างแหละ อย่างน้อยก็เตือนเราว่าอย่าไปสร้างความทรงจำที่เจ็บปวดแบบนี้ให้ใคร

สุดท้ายนี้ อูก้าอยากจะบอกว่าคนบางคนเขาอาจจะผ่านเข้ามา เพื่อให้เราเรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้น แม้ในวันที่มันเลวร้ายก็อยากให้มองหาสิ่งดีๆ เล็กๆ ที่อยู่ในนั้นจนเจอ

ขอให้วันนี้คุณถูกโอบกอดด้วยความรักและมิตรภาพดีๆ นะ

หากอยากระบายให้ใครสักคนฟัง ลองมาพูดคุยกับพี่ๆ นักจิตวิทยาและจิตแพทย์ของอูก้าให้สบายใจขึ้นได้ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับใจให้เราช่วยรับฟังได้เสมอ เพราะอูก้าอยากเข้าใจคุณนะ

Read More

OOCAinsights คนเราจะแอบรักใครสักคนได้นานแค่ไหน ?

คนเราจะแอบรักใครสักคนได้นานแค่ไหน ?

“มีใครกำลังเป็นแบบเดียวกับฉันไหม มีใครในใจที่แอบรักจนวันนี้

มีเพียงคนเดียวและเป็นเขาอยู่ทุกที แต่ก็ยังไม่เคยจะกล้าพูดออกไป”

พล็อตคลาสสิกของหนังรักต้องมีสถานการณ์ “แอบรัก” ที่ลงเอยด้วยการสมหวังหรือผิดหวัง ซึ่งมักจะเชื่อมโยงกับคนดูได้ดี เพราะชีวิตจริงเราต่างเคยแอบชอบแอบรู้สึกดีกับใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ตัวหรือคนไกลตัว ความรู้สึกหวานปนขมที่แฝงอยู่ในนั้นกลายเป็นความทรงจำในเวลาต่อมา

บางคนเชื่อว่าการ “แอบรัก” เป็นรูปแบบความรักที่บริสุทธิ์ แค่ได้เจอหน้า เห็นรอยยิ้มก็มีความสุขแล้ว แต่จริงๆ แล้วความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้อาจกลายเป็นความเจ็บปวดในที่สุด เมื่อเราหยุดความรู้สึกตัวเองไม่ได้เราคงต้องเลือกว่าจะหยุดหรือไปต่อ แต่สถานะแอบรักไม่เคยมีอะไรแน่นอน หลายคนเลยเอาชนะความกลัวไม่ได้ กลัวที่สุดคือกลัวทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป ถ้าถูกปฏิเสธแล้วต้องเจ็บ เรายอมอยู่ในสถานะสุขปนเศร้าแบบนี้ยังจะดีกว่า

“มีคำพูดนับร้อยในใจที่ต้องการจะบอก

แต่พอได้เจอกับเธอ ก็เป็นอย่างเดิมเสมอ

ไม่รู้ฉันต้องทำตัวแบบไหน อยากรู้ทำไมเป็นอย่างนี้”

ทั้งที่รู้แบบนี้แล้วทำไมเราถึงแอบรักคนๆ นึงได้อย่างไม่รู้จบ บางคนแอบรักเขามาเป็นสิบๆ ปี กว่าจะตัดใจอย่างจริงจังก็คือวันที่อีกฝ่ายมีแฟนเป็นตัวเป็นตนหรือแต่งงานไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนเราถูกสร้างความ Romanticize มาจากเพลง หนัง ละคร จนเราเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นความรักที่จะคงอยู่ตลอดไป เพราะภาพของการทุ่มเทให้ความรัก มันตราตรึงใจและฝังอยู่ในความทรงจำ เราถึงรู้สึกว่าความรักควรจะเป็นแบบนั้น

อะไรที่เป็นความเจ็บปวดหรือเป็นความรู้สึกทางลบ สื่อก็สามารถทำให้มันกลายเป็นความสวยงามได้ด้วยตอนจบแบบ happy ending กลายเป็นความทุกข์ทรมานที่ผ่านมาเป็นเพียงบททดสอบของความรักเท่านั้นเอง ซึ่งคนที่แอบรักอาจรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เราต้องเจ็บปวดกันบ้าง เพื่อให้ได้รับความรักที่มีค่า

“คนเราจะต้องนั่งรอใครสักคนไปอีกนานแค่ไหน

แล้วฉันต้องรักเธอข้างเดียวถึงเมื่อไร ก็ไม่รู้ทำไมฉันถึงต้องเป็นแบบนี้”

แล้วอาการแอบรักมีวันหมดอายุไหม? บางคนชอบที่จะอยู่ในสถานะแอบรักมากกว่าที่จะมีความสัมพันธ์แบบคนรักจริงๆ เพราะเราชอบความรู้สึกที่มันเกิดขึ้น แต่สุดท้ายมันอาจเป็นความผูกพัน ความมั่นคงทางใจสำหรับเรา ทำให้แอบชอบเขาได้ถึง 5 ปี 10 ปี โดยไม่ได้คิดจะมองคนอื่น แต่ถ้าเราเริ่มมองมันอย่างจริงจังแล้วพบว่าเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกแอบรักคงเบาบางลงและเมื่อวันเวลาผ่านไปเราอาจหยุดรักคนๆ หนึ่งได้ แต่แน่นอนว่าเราไม่มีทางลืมในช่วงหนึ่งเราเคยรู้สึกกับเขายังไง

จุดที่ใจบอกเราว่าต้องไปต่อ… ไม่มีใครบอกให้เราหยุดความรู้สึกนี้ได้ นอกจากเราจะปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกไป ถามตัวเองให้แน่ใจว่าสิ่งที่หลงเหลืออยู่คือความรัก ความทรงจำ หรือความค้างคา

ความรักไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการบอกรัก แต่คือการที่เราตอบตัวเองได้ว่าเราต้องการอะไรจาก “ความรู้สึกที่มีต่อคนๆนี้” สุดท้ายอาจจะฟังดูใจร้าย แต่คำตอบของคำถามที่ว่า “คนเราจะแอบรักใครสักคนได้นานแค่ไหน ?” มันก็ขึ้นอยู่กับใจเราจะบอกตัวเองให้พอเมื่อไร

“เพิ่งได้รู้ความอดทนฉันมีมากมายแบบนี้ แต่ดันใช้มันไปให้ใครที่ไม่เคยมองมา…”

ฟังเพลงได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=gDTDFz0PL78

ถ้ารู้สึกไม่สบายใจ อยากบอกให้ใครสักคนรับรู้ นักจิตวิทยาและจิตแพทย์ของอูก้าพร้อมรับฟังคุณทุกที่ทุกเวลา สามารถปรึกษาเราได้ทุกเรื่องเลยนะ

Read More

OOCAinsight: ได้ไหม? ถ้าอยากเริ่มต้นใหม่กับคนเดิม

“อยากเริ่มต้นใหม่กับคนเดิม ขอได้ไหมขอเริ่มต้นใหม่ เพราะฉันไม่พร้อมรักใคร นอกจากเธอ”

เคยเจอความสัมพันธ์ที่มูฟออนเป็นวงกลมไหม? ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ มีความรักครั้งไหนที่เราอยากขอโอกาสอีกสักครั้งไหม หรืออยากกลับไปแก้ไขให้มัน “ใช่” หรือเปล่า?

เพราะความรักไม่ได้จบที่คำว่า “จากลา” หรือ “เลิกกัน” เสมอไป บางคนเมื่อได้รู้จักแล้วจะตัดยังไงก็ไม่ขาด การที่เขาหายไปจากชีวิตเราจึงเป็นเรื่องน่าเศร้า โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่เราไม่ได้อยากให้มัน “จบ” แต่เป็นเพราะวันนั้นเราไม่ทันได้คิดว่าต้องเสียเขาไปจริงๆ เวลาที่ความสัมพันธ์เปราะบางลง คำพูดจะมีน้ำหนักมากขึ้นและทำให้เจ็บปวดกว่าเดิม สุดท้ายคำพูดที่ไม่ตรงกับหัวใจอาจกลายเป็นความเสียใจในวันนี้

“ที่บอกเลิกวันนั้น ฉันไม่ได้ตั้งใจ

ที่ตอนนั้น ฉันพลั้งพูดไป เพราะใจร้อน

ที่บอกเลิกวันนั้น รู้ไหมฉันเสียใจ”

“เลิกกันเลยไหมล่ะ”

คนพูดไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่ถ้าใครได้ยินก็เสียใจมากเหมือนกันนะ ประโยคที่เหมือนว่าไม่แคร์กันอีกต่อไปแล้ว จะไปไหนก็ไป ไม่ว่าจะเผลอพูดไปเพราะน้อยใจ เสียใจ ประชดหรือโกรธ อยากให้อีกฝ่ายง้อ รู้สึกผิดหรือปรับปรุงตัว แต่ความหมายมันไม่ใช่อะไรอื่นเลย นอกจาก “ฉันไม่ต้องการเธอแล้ว”

“ถ้าเบื่อกัน อยากเลิกก็ได้นะ” ที่พูดออกไปเพราะไม่คิดว่าเขาจะเดินจากไปจริงๆ เพราะต่อให้บอกเลิกกี่ครั้งเขาก็ไม่เคยไปไหน เราเลยรู้สึกเหมือนเขาจะอยู่ตรงนี้เสมอ

แต่ไม่มีใครทนอยู่ในที่ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าได้ตลอดไปหรอกนะ เขาอาจไม่ได้ไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพูดเป็นเพราะความรักความอดทน จนวันที่แผลเดิมถูกตอกย้ำซ้ำๆ เขาอาจจะตัดสินใจในครั้งที่สิบก็ได้ สุดท้ายถ้าไม่แคร์ใจกันเลยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคงเลือกที่จะเดินออกไปจากความสัมพันธ์ที่มันบั่นทอนนี้

“ฉันผิดไปแล้ว ตอนนั้นที่พูดอะไรไม่ทันคิด

จะขอแก้ตัวก็คงไม่มีสิทธิ์ มันก็ถูกแล้วใช่ไหม ที่ต้องคร่ำครวญแบบนี้”

มาวันนี้เลยเป็นฝ่ายต้องนั่งเสียใจ ได้แต่โทษตัวเองว่าเป็นความผิดของเราที่ใช้อารมณ์มากไป สิ่งที่ทำพลาดไปแล้วจะขอย้อนกลับไปแก้ไขก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็อาจจะรั้งเขาไว้ไม่ได้ ทำได้แค่จินตนาการว่าถ้ามีโอกาสอีกครั้งจะทำให้ดีกว่าเดิม จะรักษาเขาไว้ให้ดี

“ฉันเข้าใจแล้ว ว่าฉันนั้นรักเธอมากกว่าที่คิด

ถ้าขอคืนดีไม่รู้ว่ามีสิทธิ์ อยู่ไหมต้องทำอย่างไร ให้เธอคนเดิมกลับมา”

หากมันต้องจบลงไปด้วยคำบอกเลิกที่มาจากอารมณ์ชั่ววูบคงเป็นปัญหาค้างคาใจ

เพราะถ้าไม่เผลอพูดไปแบบนั้น วันนี้เราคงยังรักกันอยู่ใช่ไหม?

แล้วถ้าเราสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายจิตใจเธอด้วยคำพูดแย่ๆ อีก เธอจะกลับมาได้ไหม เพราะเราอยากเริ่มต้นใหม่กับคนเดิมอีกครั้ง แต่ยังพอจะมีโอกาสบ้างไหมก็ขึ้นอยู่กับว่าทั้งสองคนรู้สึกว่าต้องการกันและกันอยู่ไหม

“เธอรู้ไหม ที่ฉันยังไม่รักใคร

ที่จริงแล้ว ฉันนั้นพร้อมเริ่มต้นใหม่

แต่ฉันอยากเริ่มต้นใหม่กับคนเดิม”

อย่างไรก็ตามเราไม่ใช่คนเดียวที่เป็นฝ่ายตัดสินใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้ จริงอยู่ที่เขาอาจจะรับรู้ว่าเราเสียใจขนาดไหนและยังรักเขาอยู่เหมือนเดิม แต่ท้ายที่สุดเราอาจพบว่าเขาเดินไปไกลเกินกว่าจะย้อนกลับมาแล้ว ในขณะที่เรายังนั่งโทษตัวเองอยู่กับสิ่งที่พูดไปวันนั้นและวันนี้กลายเป็นเราที่เจ็บปวดอยู่ที่เดิม

ทำทุกๆวันให้ดีที่สุด จะได้ไม่เสียใจ เราขอให้ทุกคนได้เจอกับความรักที่คู่ควรและโอบกอดมันไว้ให้นานเท่าที่จะทำได้ เรื่องของใจให้เรารับฟัง สามารถทักมาหาอูก้าได้เสมอเลยน้า

ขอบคุณแรงบันดาลใจจากเพลง “อยากเริ่มต้นใหม่กับคนเดิม”

สามารถฟังได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=IS6Z61ht2P8

Read More
cardigan

cardigan รักวัยเด็กที่จำไม่ลืม

วันนี้อูก้าอยากชวนเพื่อนๆ มาฟังและวิเคราะห์เพลง Cardigan ผลงานชิ้นใหม่ล่าสุดของนักร้องสาว Taylor Swift ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักในวันวาน ซึ่งมีบทเรียนต่างๆ ที่เคยพบเจอมา แต่สุดท้ายก็ยังมีใครบางคนเข้ามาปลอบและกอดเราเบาๆ เหมือนกับเสื้อ Cardigan ตัวโปรดของเขา https://youtu.be/K-a8s8OLBSE

Read More
Empathy การรับฟังผู้อื่น

Empathy กับการรับฟังผู้อื่น

อยากฟังเพื่อนแบบจริงจัง ไม่ใช่ฟังผ่านๆ หูไป อยากให้เพื่อนรู้ว่ายังมีเรานะที่อยู่ตรงนี้เพื่อนรับฟังเธอ เราจะทำอย่างไรได้บ้าง ??

Read More
cover - ภาษารัก

รู้ไหมว่า ‘ภาษารัก’ มีอยู่จริง!

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าคนที่เราเทใจให้ไป…เขารักเราจริงๆ ?

.

รักมันมีมากมายหลายแบบ…เจ็บทั้งแสบทั้งคัน ใช่แล้วเพื่อนๆ ความรักของมนุษย์มันมีหลายรูปแบบจริงๆ ทั้งความรักแบบเพื่อนกับเพื่อน พ่อแม่กับลูก ลูกกับพ่อแม่ น้องรักพี่ พี่รักน้อง ญาติผู้ใหญ่รักหลานๆ หัวหน้างานรักลูกน้อง รักแบบแฟนหรือคู่รัก รักหมา รักแมว รักสิ่งของ และอีกมากมายนับไม่ถ้วน

Read More
cover - insecure love

ยอมตามเขาตลอดเวลา กลัวเขาจะไม่รักเรา ความสัมพันธ์ของคน Insecure

ถ้าพูดถึงเรื่องเรื่องความรักแล้ว เมื่อใครคนหนึ่งอ่อนแรงลง ก็ย่อมจะต้องมีอีกคนที่มั่นคงกว่า มาประคองความรักนี้ไว้ เพื่อให้ความสัมพันธ์ไปต่อได้
.
นี่คือหนึ่งในรูปแบบความสัมพันธ์หนึ่งในทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “ความผูกพันแบบมั่นคง (Secure)” หรือ ความสัมพันธ์ที่ใครคนหนึ่งจะรู้สึกสบายใจเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เห็นคุณค่าในตนเองและให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง
.
แล้วแบบนี้ถ้าในทางกลับกันเราไม่สบายใจกับรักครั้งนี้ จะทำอย่างไรดี? เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ไม่มั่นคง (Insecure) ในจิตใจ ซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็ก หรือระหว่างการเติบโตมา เจอเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจ
.
รูปแบบความสัมพันธ์ของคน Insecure คือต้องการความรักและอยากให้คนรักตอบแทนเราด้วยสิ่งเดียวกัน บุคคลจะมองหาพื้นที่ปลอดภัยจากคนรัก และกลัวการถูกทอดทิ้ง หลายๆ ครั้งจึงยอมทำตามใจคนรักตลอด เพื่อให้เขารักเราตอบ ไม่กล้าบอกความในใจเพราะกลัวเขาหนีเราไป หรือถ้ามีอะไรที่ผิดพลาด เราจะเริ่มต้นด้วยการโทษตัวเองก่อนเป็นอย่างแรก
.
ทั้งนี้ทั้งนั้น เรากลับมาดูเรื่อง “ความสัมพันธ์” กันก่อนดีกว่า
.

Cute couple in a city. Lady in a white dress. Pair sitting on a cafe


John Bowlby จิตแพทย์ชาวอังกฤษ เจ้าของทฤษฏี Attachment theory กล่าวว่า ในวัยเด็ก ความสัมพันธ์นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เหมือนเป็นสิ่งปลอดภัยสิ่งเดียวที่จะทำให้ดำรงชีวิตต่อไปได้ การตอบสนองจากผู้เลี้ยงดูจะสร้างให้เด็กเกิดความคาดหวังในความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดู และสุดท้ายจะกลายเป็นความคาดหวังต่อบุคคลที่ผูกพันด้วยอย่างคงทนไปตลอดชีวิต
.
และ Kim Bartholomew ก็ได้พัฒนารูปแบบความผูกพันออกมาได้ 4 แบบ ได้แก่
1. รูปแบบความผูกพันแบบมั่นคง (Secure) บุคคลจะรู้สึกสบายใจเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เห็นคุณค่าในตนเองและให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง
2. รูปแบบความผูกพันแบบหมกมุ่น (Preoccupied) บุคคลจะมีความรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า วิตกกังวลในความสัมพันธ์ และจะพยายามอย่างมากที่จะเข้าหารวมถึงการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อื่น และอยากได้การยอมรับจากคนที่ใกล้ชิดด้วย ซึ่งรูปแบบความผูกพันแบบหมกมุ่นนี้แหละ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง ที่เรากำลังพูดถึง
3. รูปแบบความผูกพันแบบหมางเมิน (Dismissing) บุคคลจะปฏิเสธและหลีกเลี่ยงที่จะใกล้ชิดกับผู้อื่น ให้คุณค่ากับความอิสระ และคิดว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดมันไม่จำเป็น
4. รูปแบบความผูกพันแบบหวาดกลัว (Fearful) บุคคลจะมีการเห็นคุณค่าในตนเองต่ำ หวาดกลัวที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเพราะกลัวจะถูกปฏิเสธ มีความวิตกกังวลในความสัมพันธ์อย่างมาก

Couple having an argument at the cafe


.
อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นว่า เมื่อใครคนหนึ่งอ่อนแรงลงในความสัมพันธ์ ก็ย่อมจะต้องมีอีกคนที่มั่นคงกว่า มาประคองความรักเอาไว้ เพื่อให้เดินหน้าไปต่อได้ แต่ปัญหาที่เกิดคือ คนที่ Insecure อาจจะเผลอทำให้คน Secure เริ่มไม่มั่นคงได้ ไม่ได้การซะแล้วแบบนี้!
.
• สร้าง Self-esteem ให้กับตัวเอง เพราะงานวิจัยต่างๆ บอกว่า คนที่ Insecure มักจะมีการเห็นคุณค่าในตนเองที่ต่ำ วิธีเพิ่ม Self-esteem ง่ายๆ อูก้าเคยนำเสนอไปบ้างแล้ว ลองมาอ่านโพสต์นี้กันดูนะ (มาเพิ่ม Self-Esteem กันเถอะ)
.
• ดูแลตัวเองให้ดี ทำให้ตัวเองมีสุขภาพทั้งกายและใจที่ดี ดูแลและใส่ใจความต้องการของตนเอง ไม่ใช่ว่าเราจะดูแลแต่คนรักแล้วไม่สนใจตัวเอง ทำให้ตัวเองดึงดูดและน่าสนใจโดยการหากิจกรรมอื่นๆ ทำ นอกจากการตามติดคนรักไปตลอด ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง กับกิจกรรมที่อยากทำ
.
• เชื่อมั่นในตัวเอง ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์แบบ Secure จะต้องเชื่อมั่น เชื่อใจในตัวคนรัก แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือเชื่อในตัวเราเอง รู้ว่าลึกๆ ความต้องการของตัวเองคืออะไร ไม่ลืมว่าเราเป็นใคร เชื่อมั่นในความรู้สึกที่ตัวเองมี อย่าหนีหรือเก็บมันไว้
.
• ให้อิสระกับคนรักบ้าง เราไม่จำเป็นจะต้องตามคนรักไปทุกๆ ที่ ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ แต่ละคนย่อมมีชีวิตและสังคมของตัวเอง เราเองก็เช่นกัน การที่เราปล่อยคนรักไปพบปะเพื่อนฝูง ไม่ได้แปลว่าเขาจะไปมีคนอื่นจนทำให้เราคิดมาก เขาไม่ได้ทำร้ายจิตใจเรา อย่าให้ความคิดลบๆ มาอยู่เหนือความจริงเลยนะ
.
• อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ถ้าเรารู้สึกว่าใช้เวลาในโซเชียลมีเดียมากเกินไปแล้ว พยายามตามส่องดูคนรักเก่าของแฟน หรือเพื่อนๆ ที่เขาไปสังสรรค์ด้วยมากเกินไป จะทำให้เราวิตกกังวลมากขึ้นจนกระทบจิตใจเรา คุณคือคนที่ดีในแบบของตัวคุณเอง ไม่ต้องไปเทียบกับคนเก่าๆ หรือเพื่อนๆ ของเขาหรอกนะ
.
หากใครยังมีความรู้สึกกังวลในความสัมพันธ์ เครียด วิตกกับสิ่งต่างๆ รอบตัวจนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เราอยากลองให้เข้ามาพูดคุยปรึกษากับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านแอปพลิเคชัน ooca นะ อูก้ายินดีที่จะรับฟังทุกคนเสมอ

Read More
cover ฝันถึงแฟนเก่า

การฝันถึงแฟนเก่า หมายถึงอะไรในเชิงจิตวิทยา

วันนี้อูก้าอยากชวนเพื่อนๆ มาฟังและวิเคราะห์เพลง #ฝันถึงแฟนเก่า เพลงใหม่จากวงดนตรีป็อปร็อกอย่าง THREE MAN DOWN ที่บอกเล่าเรื่องราวของคนที่ฝันถึงแฟนเก่า โดยที่ยังลืมเขาไม่ได้สักที https://youtu.be/3O_Hxdtoyac

Read More
cover - Relationship Ambivalence หรือว่าเราจะเลิกกันดี ?

Relationship Ambivalence หรือว่าเราจะเลิกกันดี ?

Relationship Ambivalence เราควรจะเลิกกันไหม หรือเลิกแล้วจะ regret หรือเปล่า
.
หลายคนคิดวนกับคำถามนี้ในใจ จะหยุดคิดก็หยุดไม่ได้ วันนี้เรามาทำความรู้จักและเข้าใจสถานะความไม่สบายใจนี้กันครับ
.
Relationship Ambivalence คือ ความสัมพันธ์ที่เรารู้สึกสับสน ปนความไม่แน่นอนในใจ คำว่า “Ambivalence” นิยามถึงประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ทางจิตวิทยาเมื่อด้านบวกและลบของเรื่องราวในปัจจุบันในใจของเรานั้น เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ความคิดความรู้สึกผสมนี้เกิดขึ้นพร้อมๆกัน เช่น รักจะไปไหวไหม เราควรเลิกกัน แต่ถ้าเลิกลาก็กลัวการถูกทอดทิ้ง เลิกแล้วจะ regret หรือเปล่า เมื่อคุณยังคงติดอยู่ในสถานะที่ไม่สบายใจนี้ เป็นยากที่จะสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่อง และยั่งยืน

Read More
  • 1
  • 2