OOCAissues : ทำไมใครๆ ก็ชอบบอกให้ฉันเลิกเป็น “ติ่ง

“จะเป็นติ่งไปถึงเมื่อไร” และ “ทำไมถึงทำตัวไม่ค่อยสมกับวัยเลย” เคยถามคำถามนี้กับตัวเองไหม?

ด้วยความที่เราเองก็เป็นติ่งมาหลายปี เลยเริ่มสงสัยเรื่องนี้จากคำถามที่เกิดขึ้นในงาน “ #SAVEMYSELF เอาความสุขของเราคืนมา” ที่อูก้าได้มีโอกาสร่วมงานกับทาง Brandthink เจ้าของเรื่องเล่าว่าตัวเองอยู่ในวัยทำงานและมีความเจริญก้าวหน้าในระดับหนึ่งที่มีงานอดิเรกคือการเป็น “ติ่ง” แต่ด้วยวัยใกล้สามสิบทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างตั้งคำถามเกี่ยวกับการเป็น “ติ่ง” แรกๆ เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกเครียดอะไร ออกจะพอใจที่การติ่งทำให้เรามีความสุข แต่ไปๆมาๆ ก็เริ่มคิดแล้วว่าหรือเราโตเกินไปแล้วจริงๆ ควรจะหันมาโฟกัสชีวิตตัวเองให้มากขึ้น หรือแคร์สายตาคนรอบข้างไหมน

แล้วสิ่งใดที่เป็นตัววัดว่าเราต้องใช้ชีวิตแบบไหน อายุเท่านี้เหมาะกับกิจกรรมอะไรบ้าง แล้วอะไรที่ทำได้ถ้าเป็นวัยรุ่น แต่ห้ามทำถ้าเข้าวัยทำงาน มันสามารถแบ่งแยกกันได้ชัดเจนเลยหรือเปล่า หรืออยู่ที่วิจารณญาณของเราเองและสังคมที่เราอยู่ หากจะบอกว่าคำพูดของคนรอบข้างไม่มีอิทธิพลเลยก็คงจะโกหก เพราะเรายังต้องทำงานต้องเข้าสังคม ในบางอาชีพภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือนั้นสำคัญมาก แต่ถ้าจะให้ความคิดคนอื่นมีน้ำหนักมากกว่าความสุขของเรา คงต้องชั่งใจดูอีกทีว่าผลกระทบมันมากเสียจนเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงความชอบของตัวเองด้วยเหรอ

#คำแนะนำจากทีมงานอูก้า

ถ้าเรารับผิดชอบหน้าที่ได้ดี ไม่ต้องสนใจหรอกว่างานอดิเรกหรือความชอบเราจะทำให้ใครเข้าใจผิด ต่อให้เรากังวลว่าคนอื่นอาจจะตัดสินเราหรือมองเราเปลี่ยนไป แต่อย่าลืมว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราได้รู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร และใครทำให้เรามีความสุข สิ่งนี้คือเกราะป้องกันเราในวันที่อ่อนแอหรือท้อแท้

บอกตัวเองว่าความสุขไม่ต้องเลือกอายุ ไม่ใช่แค่เรื่องติ่งเท่านั้น แต่ถ้าเราอินกับอะไรมากๆ จนเกิดเป็นความผูกพันอยากให้รักษาสิ่งนั้นไว้ ตราบใดที่เรารับผิดชอบชีวิตตัวเองและดูแลใส่ใจคนรอบข้าง หากเราจะมีกิจกรรมบางอย่างเพิ่มเข้ามาเพื่อให้ตัวเองมีรอยยิ้มมากขึ้นก็ขอจงเก็บมันไว้เป็นพลังใจ

#คำแนะนำจากนักจิตวิทยาของอูก้า

เวลาที่เราได้ฟังคำพูดของครอบครัวหรือคนรอบข้างแล้วทำให้เครียด กดดัน อยากชวนให้ทุกคนเปิดใจและรับรู้ความรู้สึกและความต้องการของคนๆ หนึ่งที่อยากให้คนอื่นเข้าใจมุมมองหรือสิ่งที่เขาชอบมากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป คำพูดบางคำที่เราไม่ทันระวัง แม้มีเจตนาพูดด้วยความห่วงใย แต่ทำให้ผู้ฟังรับรู้ไปในเชิงถูกตัดสินว่า “ความคิดและตัวตนที่เขาเป็นนั้นไม่ดีไม่โอเค ไม่เหมาะสมกับวัยวุฒิ” จึงอยากให้ผู้พูดตระหนักถึงการพูดคุยในเชิงบวก ยอมรับและไม่ตัดสินตัวตนที่เขาเป็น ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

1. ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราคงนำบรรทัดฐานของตนเองไปกำหนดหรือนิยามความสุขของคนอื่นไม่ได้ เป็นเรื่องปกติที่คนอื่นจะมีความเห็นที่แตกต่างกับเรา แต่เราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยยอมรับและเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง

2. เราคงไม่ไปกำหนดหรือขัดขวางในสิ่งที่เขาเลือก สิ่งที่เขารักซึ่งเหมาะกับตัวเขา แต่ละบุคคลมีสิทธิที่เลือกวิถีชีวิตตนเองตามใจปรารถนา เพราะแต่ละบุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในการเลือก ตราบใดที่สิ่งที่เขาเลือกไม่ได้ส่งผลเสียต่อตัวเขาเองและคนอื่น ไม่ได้ขัดต่อหลักกฎหมายและศีลธรรมอันดีแต่อย่างใด ดังนั้นความสัมพันธ์ที่มีสุขภาวะ (Healthy) ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่การกำหนดหรือครอบงำโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

3. คนรอบข้างเองก็ไม่ควรไปเดือดเนื้อร้อนใจเป็นห่วง หรือกำหนดวิถีชีวิตของคนอื่นนั้นมากจนเกินไป เพราะทุกคนต่างก็สามารถดูแลและรับผิดชอบในสิ่งที่ได้เลือกแล้ว

สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนสำรวจตัวเองและตระหนักรู้อยู่เสมอว่า คำพูดหรือการแสดงออกของเรามีผลทำให้คนใกล้ตัวรู้สึกเครียดไม่สบายใจหรือไม่ เพราะความหวังดีที่มีต่อคนอื่นมักเป็นไปตามความคาดหวังของเราทั้งสิ้น ซึ่งอาจทำให้คนที่เรารักไม่มีความสุขได้เหมือนกัน

อาจพูดได้ว่า “การติ่ง” ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชื่นชอบธรรมดา แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต คนบางคนหรือสิ่งของบางอย่างมีคุณค่าต่อจิตใจอย่างที่ไม่มีคำบรรยาย แล้วถ้าการติ่งคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวเราไว้ เป็นพลังใจที่ทำให้เรามีแรงสู้ในทุกๆวัน เราควรจะทะนุถนอมความรู้สึกที่มีค่านี้ไว้มากกว่า เพราะถ้าวันหนึ่งความสุขในชีวิตเกิดขาดหายไป การเป็นติ่งก็ทำให้เรารู้ว่า “ยังมีสิ่งดีๆ คนดีๆ ที่ช่วยหล่อเลี้ยงใจเราอยู่”

โดยส่วนตัวเราคิดว่าทางออกอาจไม่ใช่การเลิกติ่ง ถ้าเรารู้ว่าสิ่งไหนที่ทำแล้วเป็นความสุข อูก้าอยากให้ทุกคนกอดมันเอาไว้ให้แน่นๆ เลยนะ แล้วถ้ารู้สึกไม่สบายใจเรามาช่วยกันหาทางดีลกับความทุกข์นั้นกันดีกว่า เรื่องของใจให้อูก้าช่วยรับฟังได้เสมอ สามารถนัดมาปรึกษาได้ตลอดนะคะ

Read More
วิธีฮีลใจหลังจากทำงานพลาด

วิธีฮีลใจหลังจากทำงานพลาด

ในช่วงถามตอบเรื่องปัญหาทางบ้าน ในหัวข้อเรื่อง ฮีลตัวเองเวลาทำงานผิดพลาด
อูก้ามองว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆที่บางทีจะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันตัวเองได้
ทางเราจึงได้รวบรวมคำตอบจากทั้งนักจิตวิทยาและทีมงานอูก้ามาให้น้า

Read More
cover - สมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ทำงานยังไงให้รอด

สมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ทำงานยังไงให้รอด

#โรคสมาธิสั้นในวัยรุ่นและผู้ใหญ่
.
เชื่อว่าวัยรุ่นและผู้ใหญ่หลายๆคน ที่กำลัง work from home คงกำลังประสบกับปัญหาในการเรียนและการทำงานที่ไม่สามารถจดจ่อได้ทำงานไม่เสร็จ​ ทำงานไม่เป็นระเบียบ​ ทำงานได้ช้าลง จนถูกคนตำหนิ ถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่รับผิดชอบ​ เป็นคนทำงานลวกๆเป็นคนชุ่ย​ #ทั้งที่ตั้งใจอย่างเต็มที่แล้ว​ กลับไม่เป็นตามที่ตั้งใจ จนส่งผลกระทบต่อการเรียนและการทำงาน ปัญหาเหล่านี้พบได้ถึง 4 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความไม่รับผิดชอบ​ แต่เกิดจากโรคสมาธิสั้นโดยที่ไม่รู้ตัว นั่นเอง

Read More
cover - รู้สึกว่าทำงานแล้วไม่มีสมาธิเลย งานเสร็จไม่ตามเวลาทำยังไงดี ?

รู้สึกว่าทำงานแล้วไม่มีสมาธิเลย งานเสร็จไม่ตามเวลาทำยังไงดี ?

เพื่อนๆ หลายคนคงมีคำถาม “รู้สึกว่าทำงานแล้วไม่มีสมาธิเลย งานเสร็จไม่ตามเวลาทำยังไงดี ?”
.
วันนี้อูก้า “คุณ กอบุญ เกล้าตะกาญจน์” นักจิตวิทยาใจดีของเราเลยแวะมาบอกเคล็ดลับที่จะทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไปดูกันเลย

Read More
cover

ทำอย่างไร เมื่อเจอคำพูดและเจตนาร้ายๆ ในที่ทำงาน

อูก้ามาตอบคำถามที่มีคนถามเข้ามากันบ่อยๆ ว่า “ทำอย่างไร เมื่อเจอคำพูดและเจตนาร้ายๆ ในที่ทำงาน ?”
.
วันนี้เราได้นักจิตวิทยาใจดี “คุณพรเลิศ ชุตินธรางค์กูล” มาตอบข้อสงสัยให้เรากันนะ
.
เมื่อคนเราจะได้เข้าไปสู่พื้นที่ทางสังคมแห่งไหนเราก็มักปรารถนาการยอมรับ ความสัมพันธ์ที่ดี โดยเฉพาะในที่ทำงานที่คนเราต้องใช้แรงกายแรงใจต่างๆ กับการทำกิจกรรมในการทำงาน ซึ่งงานที่ทำมักทำให้เกิดความเหนื่อยล้า อยากพักผ่อน ต้องการกำลังใจ ความสัมพันธ์ดีๆ จากเพื่อนร่วมงาน
.
แต่ถ้าหากเหตุการณ์ในที่ทำงานไม่เป็นดั่งฝัน บางครั้งเรากลับได้รับวาจาร้ายๆ ที่ทำลายกำลังใจ ทำให้เรารู้สึกแย่ ไร้ค่า หมดพลัง ไม่รู้จะจัดการยังไง อึดอัดนะหนีไปก็ไม่ได้ เพราะเราต้องกิน ต้องอยู่ ต้องช้อป ต้องใช้ใช่มั้ย? ยิ่งภาวะช่วงนี้งานก็ยิ่งสำคัญ งั้นเราควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไรดี

#การให้คุณค่า

1.1 ให้คุณค่าแก่ตนเอง เมื่อเราถูกตำหนิเสียดสีด้วยวาจา ที่ทำให้เรารู้สึกแย่ ไร้ค่า หมดกำลังใจ จากผู้อื่นเราควรกลับมาทบทวนสิ่งที่ทำให้ค่ากับพลังงาน ศักยภาพที่เรามี มันเกิดอะไร ไร้ค่าจริงหรือ? หรือแค่เค้าอยากพูดให้เราไร้ค่า การนำคำพูดที่ทำร้ายใจมาตัดสินตนเอง มักจะทำให้รู้สึกไร้ค่า เจ็บปวด ดังนั้นเราจึงควรสนใจที่ผลงาน ความสามารถจริงที่ทำได้ อย่าลดคุณค่าความสามารถจากคำพูดที่มุ่งทำร้าย จากคนที่ไม่เห็นค่าและจ้องทำร้ายเรา
.
“ผลงานความสามารถมีคุณค่าและชัดเจนกว่า คำพูดที่มุ่งทำร้ายเรา”
.
1.2 ให้คุณค่ากับคนที่ให้ค่าเรา ในการ bully ประกอบด้วยเจตนาที่มุ่งร้าย มีเป้าหมายเพื่อทำร้ายจิตใจ และลดทอนคุณค่า ซึ่งหลายครั้งเราไม่รู้ตัวเลยว่าเรากำลังให้คุณค่า อยากพิสูจน์ตัวเอง พยายามชนะใจคนที่มีเจตนาร้ายกับตนเองจนทำให้เขามีอิทธิพลอย่างมาก เราเริ่มละเลยคนที่เห็นค่าคนที่ห่วงใยและให้คุณค่าแก่เราจริงๆ ดังนั้นเราจึงควรสนใจให้คุณค่าจากคนที่จริงใจปราศจากอคติที่มุ่งร้ายทำลายใจ เมื่อกลับมาให้คุณค่าคนเหล่านี้ คุณจะได้พบสมบัติที่มีค่าที่เคยมองข้ามไปและจะเป็นพลังใจ ความสุขในที่ทำงานที่ดีเลยล่ะ
.
#ทบทวนความสัมพันธ์

ถ้าอยากมีสังคมที่ดี เราก็ต้องมีความเคารพและความห่วงใยแก่กัน แต่เมื่อเราพบว่าคนที่มาพูดจาทำร้ายเราบ่อยๆ จึงควรพิจารณาว่าเค้ามีอยากความสัมพันธ์ที่ดีหวังดีกับเราหรือไม่ เค้ามีเจตนาต่อเราอย่างไร ถ้าหากพบว่าเค้ามีเจตนาที่ไม่ดี จึงไม่ผิดที่จะถอยห่างจากความสัมพันธ์ไม่มีใครอยากได้ความสัมพันธ์ที่ทำร้ายตนเองหรอก ถึงแม้เราอยากเป็นมิตรที่ดีกับทุกคน แต่เราก็ต้องดูแลและเป็นมิตรกับตัวเองเช่นกัน การถอยห่างจากคนที่ทำร้ายเรา การไม่รบกวนแก่กันมันอาจจะผลดีแก่ทั้งสองฝ่ายก็ได้
.
#ตีความใหม่

เมื่อได้รับฟังคำที่ทำร้ายจิตใจมันมักเกิดคำถามในหัวว่า ” เพราะอะไร ผิดอะไร ทำไมต้องเป็นเรา ควรทำอย่างไรดี ” หลายครั้งคำถามเหล่านี้เป็นกระบวนการแห่งความทุกข์ มันทำให้เราต้องระแวงคำพูดสายตาผู้อื่นว่าจะทำยังไรดีให้ไม่ถูกตำหนิอีก จึงควรเปลี่ยนคำถามเหล่านี้เป็น “เราได้รู้อะไรจากคำพูด และสิ่งเหล่านี้ให้ค่าอะไรกับเรา” คำพูดที่เสียดแทงทำร้ายใจ อาจแฝงข้อคิดที่แสดงถึงจุดผิดพลาดเป็นแรงผลักดันให้เราได้พัฒนาตนเอง นอกจากนี้คำพูดเหล่านั้นอาจแสดงคุณค่าของเราที่ซ่อนอยู่เพราะ “ในคำพูดที่ลดคุณค่า มักเกี่ยวข้องและโจมตีคุณค่าที่เค้าเห็นว่าเรามี” เมื่อได้เรียนรู้ เห็นคุณค่าจากอีกด้านของประสบการณ์ร้ายๆ สิ่งเหล่านี้จะเป็นต้นทุนที่ทำให้คุณได้พัฒนาศักยภาพ เติบโตอย่างมีภูมิคุ้มกัน และเห็นคุณค่าของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Read More
cover work from home ปัญหากับหัวหน้า

ช่วง Work From Home รู้สึกว่าเวลาหัวหน้าพูดกับเรา ฟังแล้วรู้สึกไม่มีกำลังใจทำงานเลย ทำยังไงดี ?

อูก้ามาตอบคำถาม ที่เพื่อนๆ ถามกันเข้ามาบ่อยในช่วงนี้ว่า “ช่วง Work From Home รู้สึกว่าเวลาหัวหน้าพูดกับเรา ฟังแล้วรู้สึกไม่มีกำลังใจทำงานเลยทำยังไงดี ?”
วันนี้เราได้นักจิตวิทยาใจดี “คุณ กอบุญ เกล้าตะกาญจน์” มาตอบข้อสงสัยให้กับเรากันนะ

Read More
Cover for work forever

Work Forever: เมื่อการ Work From Home ไม่เหลือขอบเขต “ให้ใช้ชีวิต”

ผ่านมาสักพักแล้วที่หลายบริษัทเริ่มให้พนักงาน “ Work From Home” ในช่วง COVID19 เพราะสถานการณ์บังคับจึงบีบให้การทำงานผ่าน Online เข้ามาประชิดตัวเราอย่างรวดเร็ว หลายคนรู้สึกตื่นเต้นกับการได้ทำงานแบบใหม่ แต่เมื่อผ่านไปสักพัก ข้อจำกัดและข้อเสียของการ Work From Home ก็ค่อยๆ แสดงออกมาให้เราเห็น เมื่อขอบเขตการทำงานมันช่างยืดหยุ่นเบียดช่วงเวลาที่เคยใช้ชีวิตของเราจนอึดอัด

Read More