สื่อและจิตวิทยา

OOCAstory ความรู้สึกของคนที่ถูกจี้ปมผ่านสื่อ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำคอนเทนต์ที่เสนอเรื่องดราม่า ความยากลำบาก ความน่าสงสารนั้น ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เพราะแทบทุกครั้งเนื้อหาประเภทนี้มักได้เสียงตอบรับที่ดี ไปจนถึงได้รับความช่วยเหลือต่างๆ จนกลายเป็นว่าความสงสารถูกนำมาเล่นกับความรู้สึกของคนดูครั้งแล้วครั้งเล่า

เรื่องบางเรื่องแม้เราจะรู้ทั้งรู้ว่าความเป็นจริงคืออะไร แต่ก็ยังทำใจได้ยากอยู่ดี สุดท้ายการไม่เอ่ยถึงมันเลยอาจจะดีที่สุด แล้วถ้าเราต้องพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เราเซนซิทีฟหรือเจอคำถามที่รู้สึกลำบากใจที่จะตอบ ความเจ็บปวดที่เราพยายามเก็บไว้จะถูกกระตุ้นหรือเปล่า

จากการที่ได้ดูรายการหนึ่งที่แขกรับเชิญเป็นเด็กผู้หญิงวัย 11 ปี ซึ่งป่วยด้วยโรคชราในเด็ก น้องถูกถามตั้งแต่เด็กว่าเป็นคนแก่เหรอ ซึ่งทำให้น้องรู้สึกเจ็บปวด ด้วยสภาพร่างกายที่มีผลต่ออายุขัย แพทย์เคยวินิจฉัยว่าน้องอาจมีอายุถึงแค่ 14-15 ปี ซึ่งแน่นอนว่าน้องอยากมีชีวิตอยู่นานกว่านั้นและอยากให้ทุกคนมองว่าน้องก็เป็นคนปกติทั่วไปเหมือนคนอื่นๆ

ในรายการมีอยู่หลายจุดที่ทำให้คนดูไม่สบายใจ ด้วยคำถามที่ค่อนข้างกระทบจิตใจน้อง พูดถึงเรื่องความตายอยู่หลายครั้ง ซึ่งคนดูส่วนใหญ่มองว่าต่อให้เป็นคนทั่วๆ ไป หากมีคนมาบอกว่าเราจะอยู่ได้อีกไม่นานยังทำใจได้ยากเลย นี่น้องเพิ่งอายุแค่นี้เองเป็นธรรมดาที่ต้องเสียใจอยู่แล้ว แถมยังให้น้องและแม่ยืนเปรียบเทียบกัน ทำให้คนภายนอกมองมาเกิดคำถามมากมาย จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการนำเสนอเนื้อหาแบบนี้ โดยเฉพาะบาดแผลที่น้องอาจจะได้รับจากการมาออกรายการครั้งนี้

สิ่งที่น้องต้องการไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โต เพียงแค่ “ไม่อยากให้ใครเรียกว่าคนแก่” ที่ผ่านมาก็โดนล้อ โดนตอกย้ำเรื่องนี้อยู่ตลอด เราอาจต้องกลับมามองดูว่าเวลาที่เราพูดเล่นหยอกล้อกับคนอื่น เราได้พูดคำที่จี้ใจเขาหรือตอกย้ำปมบางอย่างที่ไม่สมควรไปแตะหรือเปล่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนถูกจี้ปมผ่านสื่อ แต่มันเกินขึ้นมานานนับสิบๆ ปี ที่สำคัญคือการคอมเมนต์หรือกดแชร์อาจเพิ่มปมปัญหาให้ใหญ่ขึ้นและทำร้ายความรู้สึกของเขามากขึ้น

ทั้งนี้เราคิดว่ารายการไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีใครหรือทำให้น้องเสียใจ เพียงแต่คนดูที่รู้สึกอินกับเรื่องราวอยากเห็นแขกรับเชิญมีความสุขและได้ใช้ชีวิตเท่านั้นเอง ต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของคนที่เสพสื่ออย่างเราแล้วแหละว่าจะทำอย่างไรต่อไป ลองเอาตัวเองไปนั่งอยู่ในใจเขาบ้าง แล้วเราจะตัดสินใจได้ดีกว่าเดิม

ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องบางเรื่อง อึดอัดกับคำพูดที่ไม่อยากได้ยิน ทักมาพูดคุยกับพี่ๆ นักจิตวิทยาและจิตแพทย์ของอูก้าได้เสมอเลยนะ เรื่องของใจให้เรารับฟัง

Read More
cover - depression

ซึมเศร้า หรือ นิสัยไม่ดี

เมื่อไม่ตัดสินทุกคนก็ Win-Win แบบพึ่งพาอาศัย

“อย่าทำตัวมีปัญหาให้มากเลยนะ, รู้จักทำตัวให้เหมือนคนธรรมดาเขาบ้างสิ, แกมันแย่, อย่าหวังว่าจะมีใครคบเลยนะเป็นคนแบบนี้” คำพูดพวกนี้มันฟังดูทิ่มแทงใจยิ่งกว่าอะไร เพราะไม่ว่าเราจะเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองแค่ไหน สุดท้ายก็คงรับไม่ได้ที่จะมีใครมาตราหน้าหรือนินทาลับหลังว่าเรามัน ‘นิสัยไม่ดี’ อย่างแน่นอน

Read More
cover - insecure love

ยอมตามเขาตลอดเวลา กลัวเขาจะไม่รักเรา ความสัมพันธ์ของคน Insecure

ถ้าพูดถึงเรื่องเรื่องความรักแล้ว เมื่อใครคนหนึ่งอ่อนแรงลง ก็ย่อมจะต้องมีอีกคนที่มั่นคงกว่า มาประคองความรักนี้ไว้ เพื่อให้ความสัมพันธ์ไปต่อได้
.
นี่คือหนึ่งในรูปแบบความสัมพันธ์หนึ่งในทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “ความผูกพันแบบมั่นคง (Secure)” หรือ ความสัมพันธ์ที่ใครคนหนึ่งจะรู้สึกสบายใจเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เห็นคุณค่าในตนเองและให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง
.
แล้วแบบนี้ถ้าในทางกลับกันเราไม่สบายใจกับรักครั้งนี้ จะทำอย่างไรดี? เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ไม่มั่นคง (Insecure) ในจิตใจ ซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็ก หรือระหว่างการเติบโตมา เจอเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจ
.
รูปแบบความสัมพันธ์ของคน Insecure คือต้องการความรักและอยากให้คนรักตอบแทนเราด้วยสิ่งเดียวกัน บุคคลจะมองหาพื้นที่ปลอดภัยจากคนรัก และกลัวการถูกทอดทิ้ง หลายๆ ครั้งจึงยอมทำตามใจคนรักตลอด เพื่อให้เขารักเราตอบ ไม่กล้าบอกความในใจเพราะกลัวเขาหนีเราไป หรือถ้ามีอะไรที่ผิดพลาด เราจะเริ่มต้นด้วยการโทษตัวเองก่อนเป็นอย่างแรก
.
ทั้งนี้ทั้งนั้น เรากลับมาดูเรื่อง “ความสัมพันธ์” กันก่อนดีกว่า
.

Cute couple in a city. Lady in a white dress. Pair sitting on a cafe


John Bowlby จิตแพทย์ชาวอังกฤษ เจ้าของทฤษฏี Attachment theory กล่าวว่า ในวัยเด็ก ความสัมพันธ์นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เหมือนเป็นสิ่งปลอดภัยสิ่งเดียวที่จะทำให้ดำรงชีวิตต่อไปได้ การตอบสนองจากผู้เลี้ยงดูจะสร้างให้เด็กเกิดความคาดหวังในความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดู และสุดท้ายจะกลายเป็นความคาดหวังต่อบุคคลที่ผูกพันด้วยอย่างคงทนไปตลอดชีวิต
.
และ Kim Bartholomew ก็ได้พัฒนารูปแบบความผูกพันออกมาได้ 4 แบบ ได้แก่
1. รูปแบบความผูกพันแบบมั่นคง (Secure) บุคคลจะรู้สึกสบายใจเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เห็นคุณค่าในตนเองและให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง
2. รูปแบบความผูกพันแบบหมกมุ่น (Preoccupied) บุคคลจะมีความรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า วิตกกังวลในความสัมพันธ์ และจะพยายามอย่างมากที่จะเข้าหารวมถึงการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อื่น และอยากได้การยอมรับจากคนที่ใกล้ชิดด้วย ซึ่งรูปแบบความผูกพันแบบหมกมุ่นนี้แหละ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง ที่เรากำลังพูดถึง
3. รูปแบบความผูกพันแบบหมางเมิน (Dismissing) บุคคลจะปฏิเสธและหลีกเลี่ยงที่จะใกล้ชิดกับผู้อื่น ให้คุณค่ากับความอิสระ และคิดว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดมันไม่จำเป็น
4. รูปแบบความผูกพันแบบหวาดกลัว (Fearful) บุคคลจะมีการเห็นคุณค่าในตนเองต่ำ หวาดกลัวที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเพราะกลัวจะถูกปฏิเสธ มีความวิตกกังวลในความสัมพันธ์อย่างมาก

Couple having an argument at the cafe


.
อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นว่า เมื่อใครคนหนึ่งอ่อนแรงลงในความสัมพันธ์ ก็ย่อมจะต้องมีอีกคนที่มั่นคงกว่า มาประคองความรักเอาไว้ เพื่อให้เดินหน้าไปต่อได้ แต่ปัญหาที่เกิดคือ คนที่ Insecure อาจจะเผลอทำให้คน Secure เริ่มไม่มั่นคงได้ ไม่ได้การซะแล้วแบบนี้!
.
• สร้าง Self-esteem ให้กับตัวเอง เพราะงานวิจัยต่างๆ บอกว่า คนที่ Insecure มักจะมีการเห็นคุณค่าในตนเองที่ต่ำ วิธีเพิ่ม Self-esteem ง่ายๆ อูก้าเคยนำเสนอไปบ้างแล้ว ลองมาอ่านโพสต์นี้กันดูนะ (มาเพิ่ม Self-Esteem กันเถอะ)
.
• ดูแลตัวเองให้ดี ทำให้ตัวเองมีสุขภาพทั้งกายและใจที่ดี ดูแลและใส่ใจความต้องการของตนเอง ไม่ใช่ว่าเราจะดูแลแต่คนรักแล้วไม่สนใจตัวเอง ทำให้ตัวเองดึงดูดและน่าสนใจโดยการหากิจกรรมอื่นๆ ทำ นอกจากการตามติดคนรักไปตลอด ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง กับกิจกรรมที่อยากทำ
.
• เชื่อมั่นในตัวเอง ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์แบบ Secure จะต้องเชื่อมั่น เชื่อใจในตัวคนรัก แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือเชื่อในตัวเราเอง รู้ว่าลึกๆ ความต้องการของตัวเองคืออะไร ไม่ลืมว่าเราเป็นใคร เชื่อมั่นในความรู้สึกที่ตัวเองมี อย่าหนีหรือเก็บมันไว้
.
• ให้อิสระกับคนรักบ้าง เราไม่จำเป็นจะต้องตามคนรักไปทุกๆ ที่ ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ แต่ละคนย่อมมีชีวิตและสังคมของตัวเอง เราเองก็เช่นกัน การที่เราปล่อยคนรักไปพบปะเพื่อนฝูง ไม่ได้แปลว่าเขาจะไปมีคนอื่นจนทำให้เราคิดมาก เขาไม่ได้ทำร้ายจิตใจเรา อย่าให้ความคิดลบๆ มาอยู่เหนือความจริงเลยนะ
.
• อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ถ้าเรารู้สึกว่าใช้เวลาในโซเชียลมีเดียมากเกินไปแล้ว พยายามตามส่องดูคนรักเก่าของแฟน หรือเพื่อนๆ ที่เขาไปสังสรรค์ด้วยมากเกินไป จะทำให้เราวิตกกังวลมากขึ้นจนกระทบจิตใจเรา คุณคือคนที่ดีในแบบของตัวคุณเอง ไม่ต้องไปเทียบกับคนเก่าๆ หรือเพื่อนๆ ของเขาหรอกนะ
.
หากใครยังมีความรู้สึกกังวลในความสัมพันธ์ เครียด วิตกกับสิ่งต่างๆ รอบตัวจนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เราอยากลองให้เข้ามาพูดคุยปรึกษากับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านแอปพลิเคชัน ooca นะ อูก้ายินดีที่จะรับฟังทุกคนเสมอ

Read More
cover อยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ

อยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ ช่วยลดความกังวลในอนาคตได้

“อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน”
.
เราคิดมากเกินไปมาตลอด โดยเฉพาะกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น ความกังวลที่มีมันค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเมื่อเราคิดถึงอนาคต บางทีมันก็ทำให้เราไม่มีมีสมาธิที่จะทำอะไรในปัจจุบันเลย อยากจะโยนความคิดในหัวทิ้งให้โล่งๆ แต่เราก็ทำไม่ได้ หลายครั้งเราเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดีมากๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย เรายิ่งอดคิดไม่ได้ว่า อนาคตเราจะต้องทำให้ได้ดีเหมือนเขา มีชีวิตที่ดี ที่น่าพอใจ

Read More
cover - โรคดึงผม

Trichotillomania โรคดึงผม

เคยไหม… รู้สึกเครียด กังวล มือว่างๆ ก็เอามาจับผมตัวเอง จับไปจับมาก็เริ่มดึงออก ดึงไปดึงมานานๆ เข้า อ้าว! ผมหายไปแล้ว ดึงจนแหว่งเลยเรา หากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ อูก้าอยากชวนให้มาทำความรู้จักกับโรคดึงผม หรือ Trichotillomania กัน

Read More
cover - see doctor

สัญญาณเตือนที่บอกว่า คุณควรพบจิตแพทย์

เคยสงสัยกันไหมว่า เราต้องมีอาการอย่างไร เป็นแค่ไหน ถึงควรจะไปพบจิตแพทย์ วันนี้อูก้าอยากชวนเพื่อนๆ กลับมาสังเกตตัวเองว่า เรายังไหวอยู่มั้ย หรือเราต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือเปล่า

Read More
cover expectations

บางทีเราก็เหนื่อยกับความคาดหวัง

เหนื่อยมั้ยกับความคิดของคนอื่นที่มามีอิทธิพลกับตัวเรา จนบางครั้งเราก็กดดันมากจนทำอะไรไม่ถูก
.
หลายๆ ครั้งที่เราเองสูญเสียความมั่นใจในการกระทำสิ่งต่างๆ เพียงเพราะคำพูดของคนรอบข้าง ความคิดเห็นของพวกเขาล้วนเกิดจากกรอบประสบการณ์ที่แต่ละคนมี ซึ่งก็มีไม่เหมือนกัน เขาไม่รู้หรอกว่าเราคิดหรือรู้สึกยังไง เราอาจจะทำดีที่สุดแล้ว แต่มันคงไม่ดีสำหรับคนอื่นๆ

Read More
cover atelophobia

Atelophobia โรคกลัวตัวเองดีไม่พอ

ในสังคมปัจจุบันการแข่งขันที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนเราต้องพยายามทำให้ตนเองพัฒนาและเอาชนะคนอื่นอยู่เสมอ สิ่งนี้เองทำให้หลายคนกดดันตัวเองและอยากทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ รู้สึกว่าตัวเองจะล้มเหลวไม่ได้ ทุกอย่างต้องเพอร์เฟค เมื่อเราคาดหวังกับความสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ได้กลับมามันไม่ใช่ เราจะเริ่มกังวล รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ คอยโทษตัวเอง เราเรียกอาการนี้ว่า Atelophobia (โรคกลัวตัวเองดีไม่พอ) หรืออาการกลัวความไม่สมบูรณ์แบบ

Read More
cover bipolar

BIPOLAR มันไม่ใช่สองชั่วโมงดี สองชั่วโมงร้าย

“ฉันเห็นเธออารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ นะวันนี้ เมื่อเช้ายังหน้าตาสดใส ยิ้มแป้นอยู่เลย ตกบ่ายมาทำไมดูหงอยๆ ซึมๆ เธอเป็นไบโพลาร์หรือเปล่าเนี่ย” เชื่อว่าหลายๆ คนเคยได้ยินประโยคนี้จากคนรอบข้าง หรืออย่างน้อยๆ ก็จากละครกันมาบ้าง ทำให้หลายๆ คนที่ได้ยิน มีความเชื่อว่าโรคไบโพลาร์นั้นจะมีอาการเหมือนกับในละคร และพูดกันติดปาก
.
แน่นอนว่าไบโพลาร์ไม่ใช่การที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ชีวิตดีไม่กี่ชั่วโมงก็พลิกมาเป็นซึมเหงาๆ หรือว่าร้ายเหวี่ยงวีน แต่ในความจริงแล้ว ไบโพลาร์มันมีระยะเวลาที่เป็นแต่ละช่วงที่นานกว่านั้น และอาการก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียทีเดียวด้วย

Read More
  • 1
  • 2