เครียด ซึมเศร้า อยากตาย พบจิตแพทย์

OOCAstory : ไม่ได้อยาก ‘จากไป’ แต่ก็ไม่ได้ชอบการ ‘มีอยู่’ ของตัวเอง

ทำไมต้องรู้สึกผิดทุกครั้งที่เผลอคิดว่า “ไม่อยากอยู่แล้ว” จะพูดออกไปให้ใครได้ยินก็ไม่ได้

กลัวเขาจะตัดสินว่าเราเป็นคนอ่อนแอ คิดสั้น กลัวเขาทุกข์ใจถ้ารู้ว่าเราคิดอะไรแบบนี้

กลัวจะทำให้คนอื่นดาวน์ไปด้วย แต่เราก็ห้ามไม่ให้ตัวเองไม่รู้สึกแย่ไม่ได้

บางทีที่รู้สึก “ไม่ไหว” เหมือนความรู้สึกเหนื่อยที่ไม่มีจุดจบ แต่ถามใจตัวเองดีๆ เราก็ไม่ถึงกับ “อยากตาย”

อาจจะแค่อยากพัก อยากเว้นพื้นที่ระหว่างตัวเองกับคนอื่น

ประมาณว่า “ไม่ได้อยากตาย แต่ก็ไม่อยากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า”

ความเหนื่อยล้าที่สะสมมา ทำให้เราไม่มีแรงจะลุกขึ้นมาสู้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

และเราก็เคยชินกับการเก็บมันไว้คนเดียว พยายามอดทน บอกตัวเองว่าเรารับไหว

.

ไม่รู้จะมีเช้าไหนไหมที่ทำให้รู้สึกดี กว่าจะรวบรวมใจให้พร้อมรับมือกับเรื่องวันนี้นั้นแสนยาก

คิดวนเวียนว่า “ขอให้ฉันผ่านไปได้อีกวัน” หรือ “หวังว่าวันนี้จะไม่แย่มากนะ”

สุดท้ายตอนเย็นก็โล่งนิดๆ ที่หมดวัน แต่วันที่รู้สึกเฟลก็มีไม่น้อย

ไม่ใช่เราคนเดียวใช่ไหมที่มีชีวิตเหนื่อย ๆ หม่น ๆ แบบนี้

.

เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไรกัน ? หลายคนบอกว่า เพื่อตามหาความหมายของการมีชีวิตอยู่

เพื่อเรียนรู้ เพื่อสร้างสิ่งดีๆ เพื่อชดใช้กรรม และอีกสารพัดคำนิยาม

ต่างคนต่างความเชื่อ แต่โดยส่วนตัวเรายังไม่พบคำตอบเหมือนกัน

แต่อย่างน้อยในวันที่ยังตื่นขึ้นมา เราอยากมีความสุข อยากมีคุณค่า อยากใช้ชีวิตในแบบที่ชอบ

เราอยาก…มีชีวิตอยู่

.

จะโอเคไหม ถ้าเรายอมรับว่าบางครั้งเราไม่ชอบสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่สามารถเอาชนะความคิดลบๆ ได้เพียงลำพัง

หันไปหาคนรอบข้างที่คอยบอกเราว่า “มีอะไรเล่ามาได้นะ” กับการที่เขาอยู่ข้างๆ เสมอ

ค่อยๆ เปิดประตูความรู้สึกของเรา จากที่ไม่เคยพูดสิ่งที่อยู่ในใจลึกๆ ให้หันมาระบายมันออก

.

การพึ่งพิงใครสักคนมันช่วยได้มากเลยนะ เก็บไว้ทั้งเหนื่อยทั้งหนัก และเจ็บปวด…

ไม่ต้องรักตัวเองทุกวันก็ได้ บางวันจะคิดลบบ้างก็ได้ การบังคับตัวเองให้ร่าเริงสดใสไม่มีประโยชน์

ถ้านั่นไม่ใช่สิ่งที่เรารู้สึกจริงๆ ขอแค่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองรู้สึกและไม่ต้องรู้สึกผิดกับอารมณ์พวกนั้น

วันนี้ถ้าเหนื่อยเกินไปจนไม่อยากตื่น ก็รับรู้ว่าฉันไม่พร้อมและฉันคงต้องหันกลับมาดูแลใจตัวเอง

.

อย่าละเลยที่จะรักษาสุขภาพใจ ถ้ากำลังสับสน อึดอัดและไม่โอเคกับสิ่งที่เผชิญอยู่ นอกจากการพูดคุยกับเพื่อนหรือคนใกล้ชิดแล้ว ลองมาปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาก็ช่วยได้ดีเช่นกัน เพราะเราต่างมองหาการรับฟังโดยไม่ตัดสิน ถ้าอยากให้คนรับฟังอย่างเข้าใจ อูก้าขอชวนมาพูดคุยผ่านแอปพลิเคชันอูก้าได้เลย ⠀⠀⠀⠀

#OOCAstory

———————————–

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/idwtdblog
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ Ooca ได้ที่ https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > bit.ly/msgfbooca

⠀⠀⠀⠀

Read More
สื่อและจิตวิทยา

OOCAstory ความรู้สึกของคนที่ถูกจี้ปมผ่านสื่อ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำคอนเทนต์ที่เสนอเรื่องดราม่า ความยากลำบาก ความน่าสงสารนั้น ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เพราะแทบทุกครั้งเนื้อหาประเภทนี้มักได้เสียงตอบรับที่ดี ไปจนถึงได้รับความช่วยเหลือต่างๆ จนกลายเป็นว่าความสงสารถูกนำมาเล่นกับความรู้สึกของคนดูครั้งแล้วครั้งเล่า

เรื่องบางเรื่องแม้เราจะรู้ทั้งรู้ว่าความเป็นจริงคืออะไร แต่ก็ยังทำใจได้ยากอยู่ดี สุดท้ายการไม่เอ่ยถึงมันเลยอาจจะดีที่สุด แล้วถ้าเราต้องพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เราเซนซิทีฟหรือเจอคำถามที่รู้สึกลำบากใจที่จะตอบ ความเจ็บปวดที่เราพยายามเก็บไว้จะถูกกระตุ้นหรือเปล่า

จากการที่ได้ดูรายการหนึ่งที่แขกรับเชิญเป็นเด็กผู้หญิงวัย 11 ปี ซึ่งป่วยด้วยโรคชราในเด็ก น้องถูกถามตั้งแต่เด็กว่าเป็นคนแก่เหรอ ซึ่งทำให้น้องรู้สึกเจ็บปวด ด้วยสภาพร่างกายที่มีผลต่ออายุขัย แพทย์เคยวินิจฉัยว่าน้องอาจมีอายุถึงแค่ 14-15 ปี ซึ่งแน่นอนว่าน้องอยากมีชีวิตอยู่นานกว่านั้นและอยากให้ทุกคนมองว่าน้องก็เป็นคนปกติทั่วไปเหมือนคนอื่นๆ

ในรายการมีอยู่หลายจุดที่ทำให้คนดูไม่สบายใจ ด้วยคำถามที่ค่อนข้างกระทบจิตใจน้อง พูดถึงเรื่องความตายอยู่หลายครั้ง ซึ่งคนดูส่วนใหญ่มองว่าต่อให้เป็นคนทั่วๆ ไป หากมีคนมาบอกว่าเราจะอยู่ได้อีกไม่นานยังทำใจได้ยากเลย นี่น้องเพิ่งอายุแค่นี้เองเป็นธรรมดาที่ต้องเสียใจอยู่แล้ว แถมยังให้น้องและแม่ยืนเปรียบเทียบกัน ทำให้คนภายนอกมองมาเกิดคำถามมากมาย จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการนำเสนอเนื้อหาแบบนี้ โดยเฉพาะบาดแผลที่น้องอาจจะได้รับจากการมาออกรายการครั้งนี้

สิ่งที่น้องต้องการไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โต เพียงแค่ “ไม่อยากให้ใครเรียกว่าคนแก่” ที่ผ่านมาก็โดนล้อ โดนตอกย้ำเรื่องนี้อยู่ตลอด เราอาจต้องกลับมามองดูว่าเวลาที่เราพูดเล่นหยอกล้อกับคนอื่น เราได้พูดคำที่จี้ใจเขาหรือตอกย้ำปมบางอย่างที่ไม่สมควรไปแตะหรือเปล่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนถูกจี้ปมผ่านสื่อ แต่มันเกินขึ้นมานานนับสิบๆ ปี ที่สำคัญคือการคอมเมนต์หรือกดแชร์อาจเพิ่มปมปัญหาให้ใหญ่ขึ้นและทำร้ายความรู้สึกของเขามากขึ้น

ทั้งนี้เราคิดว่ารายการไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีใครหรือทำให้น้องเสียใจ เพียงแต่คนดูที่รู้สึกอินกับเรื่องราวอยากเห็นแขกรับเชิญมีความสุขและได้ใช้ชีวิตเท่านั้นเอง ต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของคนที่เสพสื่ออย่างเราแล้วแหละว่าจะทำอย่างไรต่อไป ลองเอาตัวเองไปนั่งอยู่ในใจเขาบ้าง แล้วเราจะตัดสินใจได้ดีกว่าเดิม

ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องบางเรื่อง อึดอัดกับคำพูดที่ไม่อยากได้ยิน ทักมาพูดคุยกับพี่ๆ นักจิตวิทยาและจิตแพทย์ของอูก้าได้เสมอเลยนะ เรื่องของใจให้เรารับฟัง

Read More
cover - depression

ซึมเศร้า หรือ นิสัยไม่ดี

เมื่อไม่ตัดสินทุกคนก็ Win-Win แบบพึ่งพาอาศัย

“อย่าทำตัวมีปัญหาให้มากเลยนะ, รู้จักทำตัวให้เหมือนคนธรรมดาเขาบ้างสิ, แกมันแย่, อย่าหวังว่าจะมีใครคบเลยนะเป็นคนแบบนี้” คำพูดพวกนี้มันฟังดูทิ่มแทงใจยิ่งกว่าอะไร เพราะไม่ว่าเราจะเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองแค่ไหน สุดท้ายก็คงรับไม่ได้ที่จะมีใครมาตราหน้าหรือนินทาลับหลังว่าเรามัน ‘นิสัยไม่ดี’ อย่างแน่นอน

Read More
cover - insecure love

ยอมตามเขาตลอดเวลา กลัวเขาจะไม่รักเรา ความสัมพันธ์ของคน Insecure

ถ้าพูดถึงเรื่องเรื่องความรักแล้ว เมื่อใครคนหนึ่งอ่อนแรงลง ก็ย่อมจะต้องมีอีกคนที่มั่นคงกว่า มาประคองความรักนี้ไว้ เพื่อให้ความสัมพันธ์ไปต่อได้
.
นี่คือหนึ่งในรูปแบบความสัมพันธ์หนึ่งในทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “ความผูกพันแบบมั่นคง (Secure)” หรือ ความสัมพันธ์ที่ใครคนหนึ่งจะรู้สึกสบายใจเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เห็นคุณค่าในตนเองและให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง
.
แล้วแบบนี้ถ้าในทางกลับกันเราไม่สบายใจกับรักครั้งนี้ จะทำอย่างไรดี? เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ไม่มั่นคง (Insecure) ในจิตใจ ซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็ก หรือระหว่างการเติบโตมา เจอเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจ
.
รูปแบบความสัมพันธ์ของคน Insecure คือต้องการความรักและอยากให้คนรักตอบแทนเราด้วยสิ่งเดียวกัน บุคคลจะมองหาพื้นที่ปลอดภัยจากคนรัก และกลัวการถูกทอดทิ้ง หลายๆ ครั้งจึงยอมทำตามใจคนรักตลอด เพื่อให้เขารักเราตอบ ไม่กล้าบอกความในใจเพราะกลัวเขาหนีเราไป หรือถ้ามีอะไรที่ผิดพลาด เราจะเริ่มต้นด้วยการโทษตัวเองก่อนเป็นอย่างแรก
.
ทั้งนี้ทั้งนั้น เรากลับมาดูเรื่อง “ความสัมพันธ์” กันก่อนดีกว่า
.

Cute couple in a city. Lady in a white dress. Pair sitting on a cafe


John Bowlby จิตแพทย์ชาวอังกฤษ เจ้าของทฤษฏี Attachment theory กล่าวว่า ในวัยเด็ก ความสัมพันธ์นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เหมือนเป็นสิ่งปลอดภัยสิ่งเดียวที่จะทำให้ดำรงชีวิตต่อไปได้ การตอบสนองจากผู้เลี้ยงดูจะสร้างให้เด็กเกิดความคาดหวังในความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดู และสุดท้ายจะกลายเป็นความคาดหวังต่อบุคคลที่ผูกพันด้วยอย่างคงทนไปตลอดชีวิต
.
และ Kim Bartholomew ก็ได้พัฒนารูปแบบความผูกพันออกมาได้ 4 แบบ ได้แก่
1. รูปแบบความผูกพันแบบมั่นคง (Secure) บุคคลจะรู้สึกสบายใจเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เห็นคุณค่าในตนเองและให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง
2. รูปแบบความผูกพันแบบหมกมุ่น (Preoccupied) บุคคลจะมีความรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า วิตกกังวลในความสัมพันธ์ และจะพยายามอย่างมากที่จะเข้าหารวมถึงการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อื่น และอยากได้การยอมรับจากคนที่ใกล้ชิดด้วย ซึ่งรูปแบบความผูกพันแบบหมกมุ่นนี้แหละ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง ที่เรากำลังพูดถึง
3. รูปแบบความผูกพันแบบหมางเมิน (Dismissing) บุคคลจะปฏิเสธและหลีกเลี่ยงที่จะใกล้ชิดกับผู้อื่น ให้คุณค่ากับความอิสระ และคิดว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดมันไม่จำเป็น
4. รูปแบบความผูกพันแบบหวาดกลัว (Fearful) บุคคลจะมีการเห็นคุณค่าในตนเองต่ำ หวาดกลัวที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเพราะกลัวจะถูกปฏิเสธ มีความวิตกกังวลในความสัมพันธ์อย่างมาก

Couple having an argument at the cafe


.
อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นว่า เมื่อใครคนหนึ่งอ่อนแรงลงในความสัมพันธ์ ก็ย่อมจะต้องมีอีกคนที่มั่นคงกว่า มาประคองความรักเอาไว้ เพื่อให้เดินหน้าไปต่อได้ แต่ปัญหาที่เกิดคือ คนที่ Insecure อาจจะเผลอทำให้คน Secure เริ่มไม่มั่นคงได้ ไม่ได้การซะแล้วแบบนี้!
.
• สร้าง Self-esteem ให้กับตัวเอง เพราะงานวิจัยต่างๆ บอกว่า คนที่ Insecure มักจะมีการเห็นคุณค่าในตนเองที่ต่ำ วิธีเพิ่ม Self-esteem ง่ายๆ อูก้าเคยนำเสนอไปบ้างแล้ว ลองมาอ่านโพสต์นี้กันดูนะ (มาเพิ่ม Self-Esteem กันเถอะ)
.
• ดูแลตัวเองให้ดี ทำให้ตัวเองมีสุขภาพทั้งกายและใจที่ดี ดูแลและใส่ใจความต้องการของตนเอง ไม่ใช่ว่าเราจะดูแลแต่คนรักแล้วไม่สนใจตัวเอง ทำให้ตัวเองดึงดูดและน่าสนใจโดยการหากิจกรรมอื่นๆ ทำ นอกจากการตามติดคนรักไปตลอด ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง กับกิจกรรมที่อยากทำ
.
• เชื่อมั่นในตัวเอง ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์แบบ Secure จะต้องเชื่อมั่น เชื่อใจในตัวคนรัก แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือเชื่อในตัวเราเอง รู้ว่าลึกๆ ความต้องการของตัวเองคืออะไร ไม่ลืมว่าเราเป็นใคร เชื่อมั่นในความรู้สึกที่ตัวเองมี อย่าหนีหรือเก็บมันไว้
.
• ให้อิสระกับคนรักบ้าง เราไม่จำเป็นจะต้องตามคนรักไปทุกๆ ที่ ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ แต่ละคนย่อมมีชีวิตและสังคมของตัวเอง เราเองก็เช่นกัน การที่เราปล่อยคนรักไปพบปะเพื่อนฝูง ไม่ได้แปลว่าเขาจะไปมีคนอื่นจนทำให้เราคิดมาก เขาไม่ได้ทำร้ายจิตใจเรา อย่าให้ความคิดลบๆ มาอยู่เหนือความจริงเลยนะ
.
• อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ถ้าเรารู้สึกว่าใช้เวลาในโซเชียลมีเดียมากเกินไปแล้ว พยายามตามส่องดูคนรักเก่าของแฟน หรือเพื่อนๆ ที่เขาไปสังสรรค์ด้วยมากเกินไป จะทำให้เราวิตกกังวลมากขึ้นจนกระทบจิตใจเรา คุณคือคนที่ดีในแบบของตัวคุณเอง ไม่ต้องไปเทียบกับคนเก่าๆ หรือเพื่อนๆ ของเขาหรอกนะ
.
หากใครยังมีความรู้สึกกังวลในความสัมพันธ์ เครียด วิตกกับสิ่งต่างๆ รอบตัวจนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เราอยากลองให้เข้ามาพูดคุยปรึกษากับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านแอปพลิเคชัน ooca นะ อูก้ายินดีที่จะรับฟังทุกคนเสมอ

Read More
cover อยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ

อยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ ช่วยลดความกังวลในอนาคตได้

“อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน”
.
เราคิดมากเกินไปมาตลอด โดยเฉพาะกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น ความกังวลที่มีมันค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเมื่อเราคิดถึงอนาคต บางทีมันก็ทำให้เราไม่มีมีสมาธิที่จะทำอะไรในปัจจุบันเลย อยากจะโยนความคิดในหัวทิ้งให้โล่งๆ แต่เราก็ทำไม่ได้ หลายครั้งเราเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดีมากๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย เรายิ่งอดคิดไม่ได้ว่า อนาคตเราจะต้องทำให้ได้ดีเหมือนเขา มีชีวิตที่ดี ที่น่าพอใจ

Read More
cover - โรคดึงผม

Trichotillomania โรคดึงผม

เคยไหม… รู้สึกเครียด กังวล มือว่างๆ ก็เอามาจับผมตัวเอง จับไปจับมาก็เริ่มดึงออก ดึงไปดึงมานานๆ เข้า อ้าว! ผมหายไปแล้ว ดึงจนแหว่งเลยเรา หากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ อูก้าอยากชวนให้มาทำความรู้จักกับโรคดึงผม หรือ Trichotillomania กัน

Read More
cover - see doctor

สัญญาณเตือนที่บอกว่า คุณควรพบจิตแพทย์

เคยสงสัยกันไหมว่า เราต้องมีอาการอย่างไร เป็นแค่ไหน ถึงควรจะไปพบจิตแพทย์ วันนี้อูก้าอยากชวนเพื่อนๆ กลับมาสังเกตตัวเองว่า เรายังไหวอยู่มั้ย หรือเราต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือเปล่า

Read More
cover expectations

บางทีเราก็เหนื่อยกับความคาดหวัง

เหนื่อยมั้ยกับความคิดของคนอื่นที่มามีอิทธิพลกับตัวเรา จนบางครั้งเราก็กดดันมากจนทำอะไรไม่ถูก
.
หลายๆ ครั้งที่เราเองสูญเสียความมั่นใจในการกระทำสิ่งต่างๆ เพียงเพราะคำพูดของคนรอบข้าง ความคิดเห็นของพวกเขาล้วนเกิดจากกรอบประสบการณ์ที่แต่ละคนมี ซึ่งก็มีไม่เหมือนกัน เขาไม่รู้หรอกว่าเราคิดหรือรู้สึกยังไง เราอาจจะทำดีที่สุดแล้ว แต่มันคงไม่ดีสำหรับคนอื่นๆ

Read More
cover atelophobia

Atelophobia โรคกลัวตัวเองดีไม่พอ

ในสังคมปัจจุบันการแข่งขันที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนเราต้องพยายามทำให้ตนเองพัฒนาและเอาชนะคนอื่นอยู่เสมอ สิ่งนี้เองทำให้หลายคนกดดันตัวเองและอยากทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ รู้สึกว่าตัวเองจะล้มเหลวไม่ได้ ทุกอย่างต้องเพอร์เฟค เมื่อเราคาดหวังกับความสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ได้กลับมามันไม่ใช่ เราจะเริ่มกังวล รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ คอยโทษตัวเอง เราเรียกอาการนี้ว่า Atelophobia (โรคกลัวตัวเองดีไม่พอ) หรืออาการกลัวความไม่สมบูรณ์แบบ

Read More
  • 1
  • 2