Self-Esteem

อยากฟังเพื่อนแบบจริงจัง ไม่ใช่ฟังผ่านๆ หูไป อยากให้เพื่อนรู้ว่ายังมีเรานะที่อยู่ตรงนี้เพื่อนรับฟังเธอ เราจะทำอย่างไรได้บ้าง ??

ทำไมผู้ชายห้ามชอบสีชมพู เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง กล้าเสี่ยง กล้าลอง ต้องเอาชนะ ต้องประสบความสำเร็จ เราจะอ่อนแอให้ใครเห็นไม่ได้เด็ดขาด ห้ามให้ใครเห็นน้ำตา ทำตัวแมนๆ หน่อยสิ! นี่คือสิ่งที่สังคมเราสั่งสอนกันมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะคนในครอบครัวหรือคุณครูที่โรงเรียน

เวลาได้ช่วยเหลือ ได้ดูแลคนรอบข้าง คุณรู้สึกอย่างไร ?
ร้อยทั้งร้อยก็คงจะ "รู้สึกดี" มีความสุขที่ได้ดูแลคนที่เรารัก เราห่วงใยเขามากก็เลยยิ่งอยาก take care มากขึ้นไปอีก คุณอยากให้เขามีความสุขและสบาย คุณจึงเลือกที่จะรักและทำทุกทางเพื่อช่วยเหลือเขาอย่างเต็มใจ

ถ้าพูดถึงเรื่องเรื่องความรักแล้ว เมื่อใครคนหนึ่งอ่อนแรงลง ก็ย่อมจะต้องมีอีกคนที่มั่นคงกว่า มาประคองความรักนี้ไว้ เพื่อให้ความสัมพันธ์ไปต่อได้.นี่คือหนึ่งในรูปแบบความสัมพันธ์หนึ่งในทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “ความผูกพันแบบมั่นคง (Secure)” หรือ ความสัมพันธ์ที่ใครคนหนึ่งจะรู้สึกสบายใจเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เห็นคุณค่าในตนเองและให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง.แล้วแบบนี้ถ้าในทางกลับกันเราไม่สบายใจกับรักครั้งนี้ จะทำอย่างไรดี? เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ไม่มั่นคง (Insecure) ในจิตใจ ซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็ก หรือระหว่างการเติบโตมา เจอเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจ.รูปแบบความสัมพันธ์ของคน Insecure คือต้องการความรักและอยากให้คนรักตอบแทนเราด้วยสิ่งเดียวกัน บุคคลจะมองหาพื้นที่ปลอดภัยจากคนรัก และกลัวการถูกทอดทิ้ง หลายๆ ครั้งจึงยอมทำตามใจคนรักตลอด เพื่อให้เขารักเราตอบ ไม่กล้าบอกความในใจเพราะกลัวเขาหนีเราไป หรือถ้ามีอะไรที่ผิดพลาด เราจะเริ่มต้นด้วยการโทษตัวเองก่อนเป็นอย่างแรก.ทั้งนี้ทั้งนั้น เรากลับมาดูเรื่อง “ความสัมพันธ์” กันก่อนดีกว่า. Cute couple in a city. Lady in a white dress. Pair sitting on a cafe John Bowlby...

"เรารู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง รู้สึกว่าทำไมเราไม่เป็นอย่างคนอื่นเขา หรือจริงๆ เราก็คงทำได้แค่นี้แหละ คนอื่นเขาน่าจะฉลาดมากกว่าเรา เขาถึงทำได้ดีกว่า ดังนั้นเราจะเลิกทำอะไรที่รู้ว่าเราไม่เก่งแล้ว เพราะถ้าทำไม่ดี คงไม่มีใครยอมรับเราแน่ๆ"

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยมีความรู้สึกที่ว่า ทำไมเราถึงได้ทำอะไรผิดพลาดบ่อยครั้ง แล้วก็หาสาเหตุไม่ได้ หรือเมื่อมีสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ปกติเกิดขึ้นกับเหตุการณ์หรือบุคคลอื่น เราจะเป็นคนแรกที่บอกว่า มันเป็นความผิดของเราเอง หลายครั้งที่พยายามทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเพื่อตัวเองหรือคนอื่น เราไม่สามารถเอาความคิดที่ว่า เรามันดีไม่พอ เก่งไม่พอ ออกจากหัวได้เลย

เคยสงสัยกันไหมว่า เราต้องมีอาการอย่างไร เป็นแค่ไหน ถึงควรจะไปพบจิตแพทย์ วันนี้อูก้าอยากชวนเพื่อนๆ กลับมาสังเกตตัวเองว่า เรายังไหวอยู่มั้ย หรือเราต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือเปล่า

เหนื่อยมั้ยกับความคิดของคนอื่นที่มามีอิทธิพลกับตัวเรา จนบางครั้งเราก็กดดันมากจนทำอะไรไม่ถูก
.
หลายๆ ครั้งที่เราเองสูญเสียความมั่นใจในการกระทำสิ่งต่างๆ เพียงเพราะคำพูดของคนรอบข้าง ความคิดเห็นของพวกเขาล้วนเกิดจากกรอบประสบการณ์ที่แต่ละคนมี ซึ่งก็มีไม่เหมือนกัน เขาไม่รู้หรอกว่าเราคิดหรือรู้สึกยังไง เราอาจจะทำดีที่สุดแล้ว แต่มันคงไม่ดีสำหรับคนอื่นๆ

ในสังคมปัจจุบันการแข่งขันที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนเราต้องพยายามทำให้ตนเองพัฒนาและเอาชนะคนอื่นอยู่เสมอ สิ่งนี้เองทำให้หลายคนกดดันตัวเองและอยากทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ รู้สึกว่าตัวเองจะล้มเหลวไม่ได้ ทุกอย่างต้องเพอร์เฟค เมื่อเราคาดหวังกับความสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ได้กลับมามันไม่ใช่ เราจะเริ่มกังวล รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ คอยโทษตัวเอง เราเรียกอาการนี้ว่า Atelophobia (โรคกลัวตัวเองดีไม่พอ) หรืออาการกลัวความไม่สมบูรณ์แบบ

เคยไหม ? รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไร้ค่า ไม่ชอบตัวเอง ไม่มีความมั่นใจที่จะทำอะไร กลัวการทำผิดพลาด กังวลง่าย อาการทั้งหมดที่กล่าวมา อาจเป็นสัญญาณบอกว่าคุณกำลังมี การเห็นคุณค่าในตนเองต่ำ (Low Self-Esteem) ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจได้นะ
.

วันนี้อูก้าจึงอยากชวนเพื่อนๆ มาเพิ่ม Self-Esteem ของตัวเองกัน ด้วยวิธีง่ายๆ ตามลิสต์นี้ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านความรู้สึกเหล่านี้ไปได้ เรามาดูกันเลยยยย