Stress

“ผมว่าบรรยากาศของห้องเรียนเนี่ยมันบอกอะไรเราเยอะ เกี่ยวกับบรรยากาศของวัฒนธรรมของประเทศภาพรวม”

- คุณไอติม พริษฐ์

หลายๆ คนอาจจะได้ดู #MindTalk ในตอนของ คุณไอติม พริษฐ์ กันไปบ้างแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าวงการการศึกษานั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศของเราได้ หากเกิดปัญหาขึ้น แน่นอนว่าต้องกระทบทั้งตัวนักเรียน ผู้ปกครอง โรงเรียน ครู รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นักเรียนคือผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะถือว่าเป็นวัยเริ่มต้นของการเรียนรู้ ได้ออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงครั้งแรก คือ ที่โรงเรียน ถ้าระบบการศึกษาดี เด็กๆ ก็จะสามารถโตไปอย่างมีคุณภาพได้

“อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน”
.
เราคิดมากเกินไปมาตลอด โดยเฉพาะกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น ความกังวลที่มีมันค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเมื่อเราคิดถึงอนาคต บางทีมันก็ทำให้เราไม่มีมีสมาธิที่จะทำอะไรในปัจจุบันเลย อยากจะโยนความคิดในหัวทิ้งให้โล่งๆ แต่เราก็ทำไม่ได้ หลายครั้งเราเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดีมากๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย เรายิ่งอดคิดไม่ได้ว่า อนาคตเราจะต้องทำให้ได้ดีเหมือนเขา มีชีวิตที่ดี ที่น่าพอใจ

เคยไหม... รู้สึกเครียด กังวล มือว่างๆ ก็เอามาจับผมตัวเอง จับไปจับมาก็เริ่มดึงออก ดึงไปดึงมานานๆ เข้า อ้าว! ผมหายไปแล้ว ดึงจนแหว่งเลยเรา หากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ อูก้าอยากชวนให้มาทำความรู้จักกับโรคดึงผม หรือ Trichotillomania กัน

เราจมอยู่กับความเศร้าตลอดเวลา แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ ?
.

หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินชื่อของ ภาวะความเครียดหลังผ่านเหตุสะเทือนใจ (Post-Traumatic Stress Disorder : PTSD) ซึ่งเป็นอาการความเครียดที่บุคคลมีหลังจากผ่านเหตุการณ์ที่สะเทือนใจ กระทบกระเทือนจิตใจ หรือวิกฤตที่รุนแรงของชีวิต เช่น บุคคลสำคัญที่ใกล้ชิดเสียชีวิต ทหารผ่านศึก การถูกคุกคามทางเพศ แล้วมีผลต่อภาวะจิตใจ ทัศนคติ การปรับตัวของชีวิตในสังคม อาการที่มักพบร่วมด้วยคือซึมเศร้า มีการใช้สารเสพติด หรือมีปัญหาด้านความสัมพันธ์

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยมีความรู้สึกที่ว่า ทำไมเราถึงได้ทำอะไรผิดพลาดบ่อยครั้ง แล้วก็หาสาเหตุไม่ได้ หรือเมื่อมีสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ปกติเกิดขึ้นกับเหตุการณ์หรือบุคคลอื่น เราจะเป็นคนแรกที่บอกว่า มันเป็นความผิดของเราเอง หลายครั้งที่พยายามทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเพื่อตัวเองหรือคนอื่น เราไม่สามารถเอาความคิดที่ว่า เรามันดีไม่พอ เก่งไม่พอ ออกจากหัวได้เลย

เคยสงสัยกันไหมว่า เราต้องมีอาการอย่างไร เป็นแค่ไหน ถึงควรจะไปพบจิตแพทย์ วันนี้อูก้าอยากชวนเพื่อนๆ กลับมาสังเกตตัวเองว่า เรายังไหวอยู่มั้ย หรือเราต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือเปล่า

เหนื่อยมั้ยกับความคิดของคนอื่นที่มามีอิทธิพลกับตัวเรา จนบางครั้งเราก็กดดันมากจนทำอะไรไม่ถูก
.
หลายๆ ครั้งที่เราเองสูญเสียความมั่นใจในการกระทำสิ่งต่างๆ เพียงเพราะคำพูดของคนรอบข้าง ความคิดเห็นของพวกเขาล้วนเกิดจากกรอบประสบการณ์ที่แต่ละคนมี ซึ่งก็มีไม่เหมือนกัน เขาไม่รู้หรอกว่าเราคิดหรือรู้สึกยังไง เราอาจจะทำดีที่สุดแล้ว แต่มันคงไม่ดีสำหรับคนอื่นๆ

“ฉันเห็นเธออารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ นะวันนี้ เมื่อเช้ายังหน้าตาสดใส ยิ้มแป้นอยู่เลย ตกบ่ายมาทำไมดูหงอยๆ ซึมๆ เธอเป็นไบโพลาร์หรือเปล่าเนี่ย” เชื่อว่าหลายๆ คนเคยได้ยินประโยคนี้จากคนรอบข้าง หรืออย่างน้อยๆ ก็จากละครกันมาบ้าง ทำให้หลายๆ คนที่ได้ยิน มีความเชื่อว่าโรคไบโพลาร์นั้นจะมีอาการเหมือนกับในละคร และพูดกันติดปาก
.
แน่นอนว่าไบโพลาร์ไม่ใช่การที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ชีวิตดีไม่กี่ชั่วโมงก็พลิกมาเป็นซึมเหงาๆ หรือว่าร้ายเหวี่ยงวีน แต่ในความจริงแล้ว ไบโพลาร์มันมีระยะเวลาที่เป็นแต่ละช่วงที่นานกว่านั้น และอาการก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียทีเดียวด้วย

เคยไหม ? รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไร้ค่า ไม่ชอบตัวเอง ไม่มีความมั่นใจที่จะทำอะไร กลัวการทำผิดพลาด กังวลง่าย อาการทั้งหมดที่กล่าวมา อาจเป็นสัญญาณบอกว่าคุณกำลังมี การเห็นคุณค่าในตนเองต่ำ (Low Self-Esteem) ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจได้นะ
.

วันนี้อูก้าจึงอยากชวนเพื่อนๆ มาเพิ่ม Self-Esteem ของตัวเองกัน ด้วยวิธีง่ายๆ ตามลิสต์นี้ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านความรู้สึกเหล่านี้ไปได้ เรามาดูกันเลยยยย

เคยมั้ย เป็นทุกข์แทบตาย ทรมานแทบแย่เพราะไม่มีความสุขกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ แม้ว่าการกระทำนั้นจะส่งผลดีต่อตัวเองในอนาคตถ้าเราทำเสร็จ