OOCA knowledge

ทำไมบางคนถึงรู้สึกเกลียดตัวเองมากขึ้นทุกวัน
"เราเหนื่อย เราไม่ชอบที่ตัวเองเป็นคนแบบนี้เลย"
"ทำอะไรก็ไม่เคยจะถูกใจใคร เราเกลียดตัวเอง"
.
ทำไมบางคนถึงมีความคิดเช่นนั้น ?

เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะ คุ้นเคยกับคำว่า Imposter Syndrome ที่หมายถึง ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่เก่ง ตัวเองยังดีไม่พอ แล้วกลัวว่าคนรอบๆข้างจะจับได้ อาจจะคาดหวังในตัวเองสูงมาก พอทำอะไรไม่สำเร็จบ้างก็โทษตัวเองมากเกินไป จนบางทีเราไม่สามารถ appreciate ความสำเร็จที่ผ่านๆมาของตัวเองจนไม่มีความสุขเลย ซึ่งสิ่งที่อูก้าอยากจะมานำเสนอในวันนี้คือ เป็นลิสต์สำหรับเตือนใจเพื่อนๆทุกครั้งที่กำลังรู้สึกแบบนี้อยู่นั่นแหล่ะ

ใจที่เติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม รู้สึกขาดและไม่พอ ตามหาเท่าไหร่ก็ไม่มีวันสิ้นสุด

ผู้คนแสวงหาความสำเร็จ ความร่ำรวย ความรัก และการยอมรับ แต่การสะสมมากจนเกินความพอดี และในบางทีก็อาจจะเกิดจาก "กระบวนการคิดที่มีปัญหา" การขาดแคลนอาจไม่ได้เกิดจากการได้รับไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะ "ภาชนะหรือใจ" ที่กักเก็บความรู้สึกเหล่านั้น "มีรูรั่ว" จึงต้องหามาเติมตลอดเวลา รู้สึกดีได้แค่ชั่วคราว แม้เก็บจนมีมากกว่าทุกคนแล้วตัวเราเองก็ยังรู้สึกขาด

ในช่วง COVID19 ที่หลายคนกำลังรู้สึกเครียดและวิตกกังวลกับการเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้น แต่เราได้เจอเรื่องที่น่าสนใจกับกลุ่มคนที่มี “อาการซึมเศร้า” ในขณะที่สิ่งรอบตัวกำลังสร้างความหวาดหวั่นให้กับคนทั่วไป แต่สำหรับพวกเขากลับเป็นช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นกว่าที่เคยเป็น โดยสามารถรับมือกับข่าวสารและการปรับเปลี่ยนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นอีกด้านของอาการซึมเศร้าที่อาจจะเป็นแสงสว่างท่ามกลางสถานการณ์ครั้งนี้

“เราอยากให้คุณลองหลับตาและนึกถึงภาพตัวเองกำลังเดินอยู่ริมชายหาด มองขอบฟ้าที่ชิดกับท้องทะเล สีท้องฟ้าเป็นสีม่วงสลับกับสีส้มและชมพู” ภาพในหัวของคุณชัดเจนมากแค่ไหน ?
.
หลายคนอาจจะนึกภาพทุกอย่างที่กล่าวมาได้อย่างอรรถรสเห็นทั้งรูปร่างและสีสันจะชัดแบบ HD หรือ 4K ก็แล้วแต่บุคคล แต่มีคนอยู่จำพวกนึงที่ไม่สามารถมองเห็นภาพในหัวได้เลย ทุกอย่างมืดบอดกลายเป็นสีดำ ทั้งที่เคยเห็นหรือเคยอยู่ในสถานการณ์นี้มาก่อน

หลายคนคงตั้งคำถามและคิดอยู่บ้างว่า “การพูดคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา แตกต่างจากการปรึกษาคนใกล้ตัวยังไง ?” เพราะหลายเรื่องที่เราทุกข์ใจการเล่าให้เพื่อนสนิทหรือครอบครัวฟังก็น่าจะโอเคแล้ว ทำไมถึงต้องไปเล่าให้คนอื่นฟังแถมยังเสียเงินด้วย

“Covid -19 เป็นเรื่องอ่อนไหว ระวังได้แต่ต้องมีขอบเขต”
.
เรียกว่าในช่วงนี้ Covid เป็นเรื่องที่กำลังเฝ้าระวังกันอย่างเข้มข้นมีข่าวออกมาให้เราลุ้นทุกวัน เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องการความเชื่อมั่น แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนไหวในทางปฏิบัติมากเลยทีเดียวเนื่องจากเราไว้ใจใครไม่ได้เลย ต้องระวังตัวอยู่เสมอ แล้วเราจะทำยังไงดีละ #ให้การระวังตัวของเราไม่เกินขอบเขตจนทำร้ายใจของคนอื่น ?

ในสถานการณ์ Covid-19 ที่กำลังเป็นที่น่ากังวลในตอนนี้ นอกจากเราต้องระวังเรื่องสุขภาพกายกันแล้ว สุขภาพใจก็เป็นเรื่องสำคัญ ความวิตกกังวลหากไม่ระวังให้ดีอาจจะร้ายแรงกว่า Covid-19 ก็ได้
.
วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าเราจะรับมือกับความวิตกกังวลกันได้ยังไงบ้าง

ความรู้สึกในหัวใจเหมือนกำลังโหยหาบางสิ่งบางอย่าง เราเปิดเพลงเพื่อคลายความเหงาและทอดอารมรณ์ไปกับความรู้สึกจนหลายครั้งตัวเราเองก็หยุดไม่ได้ ความรู้สึกเสียใจ โกรธ ผิดหวัง เกิดขึ้นได้เสมอแม้ในตอนนั้นไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ

“มันคือความคิดเพ้อฝัน ที่เราไม่ได้หลับตาด้วยซ้ำ”
.
หากมองเข้ามาโดยวัดจากสิ่งที่เห็นภายนอกทุกคนก็เหมือนกันหมด รีบเดินไปยังจุดหมายปลายทาง ไปทำงาน ไปเข้าเรียน เราไม่รู้เลยว่าในหัวของพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่จะคิดเรื่อยเปื่อยทั่วไป หรือจะเป็นความคิดที่เอาแต่ใจ ไร้ข้อจำกัด และเป็นอิสระ โดยที่พวกเขาครอบครองมันไว้คนเดียวเหมือน “Daydreamer”