OOCA story

“อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน”
.
เราคิดมากเกินไปมาตลอด โดยเฉพาะกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น ความกังวลที่มีมันค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเมื่อเราคิดถึงอนาคต บางทีมันก็ทำให้เราไม่มีมีสมาธิที่จะทำอะไรในปัจจุบันเลย อยากจะโยนความคิดในหัวทิ้งให้โล่งๆ แต่เราก็ทำไม่ได้ หลายครั้งเราเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดีมากๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย เรายิ่งอดคิดไม่ได้ว่า อนาคตเราจะต้องทำให้ได้ดีเหมือนเขา มีชีวิตที่ดี ที่น่าพอใจ

เหนื่อยมั้ยกับความคิดของคนอื่นที่มามีอิทธิพลกับตัวเรา จนบางครั้งเราก็กดดันมากจนทำอะไรไม่ถูก
.
หลายๆ ครั้งที่เราเองสูญเสียความมั่นใจในการกระทำสิ่งต่างๆ เพียงเพราะคำพูดของคนรอบข้าง ความคิดเห็นของพวกเขาล้วนเกิดจากกรอบประสบการณ์ที่แต่ละคนมี ซึ่งก็มีไม่เหมือนกัน เขาไม่รู้หรอกว่าเราคิดหรือรู้สึกยังไง เราอาจจะทำดีที่สุดแล้ว แต่มันคงไม่ดีสำหรับคนอื่นๆ

บรรยากาศที่เงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก ได้ยินแต่เสียงกระซิบเบาๆ และเสียงฝีเท้า ทุกคนล้วนอยู่ในโลกของตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่โทนสีขาว มีแสงสว่างส่องถึงตลอด การเคลื่อนไหวของคนเป็นไปอย่างช้าๆ และเป็นจังหวะ
.
จากคำบรรยายข้างต้น ทุกคนนึกถึงสถานที่ไหนกัน

เคยมั้ย เป็นทุกข์แทบตาย ทรมานแทบแย่เพราะไม่มีความสุขกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ แม้ว่าการกระทำนั้นจะส่งผลดีต่อตัวเองในอนาคตถ้าเราทำเสร็จ

ถ้าวันนึงเราสามารถคุยกับตัวเองในอีกโลกนึงได้ เราอยากบอกเขาว่าอะไร ? สำหรับใครที่เล่น twitter น่าจะเจอแฮชแทค #ถึงตัวเองในจักรวาลคู่ขนาน ใน top trend เมื่อเช้าของวันศุกร์ที่ผ่านมา เผื่อใครงงอยู่ว่าแล้วโลกคู่ขนานคืออะไร ขออธิบายคร่าวๆว่า มันคือ ทฤษฎีทางฟิสิกส์ที่บอกว่า มันมีตัวเราอยู่อีกเวอร์ชั่นที่อยู่อีกโลกนึงที่ดำเนินพร้อมไปกับโลกเราอยู่. ซึ่งพอได้กดเข้าไปดูแทคนี้ ความรู้สึกแรกที่รับรู้ได้คือ #ความจริงแล้วทุกคนรักตัวเองนะ รักมากด้วย และรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เพราะสิ่งที่แต่ละคนออกมาพูดคือ “ขอให้ตัวเองในอีกโลกนึงมีความสุขมากๆนะ” “ฝากมีความสุขแทนเราที” “ยิ้มเยอะๆนะ ไม่อยากให้คิดในแง่ลบบ่อยๆ เวลามีปัญหาต้องบอกคนที่ไว้ใจได้นะรู้มั้ย” “อยากให้เธอใส่ใจความรู้สึกของตัวเองบ้าง” “ถึงจะเศร้า เสียใจหรือรู้สึกอะไรแย่ๆขอให้รู้ว่าตรงนี้ยังมีเราที่ให้กำลังใจแกอยู่เสมอ”. แต่มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นปนเศร้านะ เพราะบางคนอาจจะคิดว่าชีวิตในโลกนี้มันคงไม่แย่ไปกว่าอีกโลกนึงแน่นอน หรือเขาไม่สามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คำเหล่านี้ที่เราเขียนลงไป ก็เป็นสิ่งที่เราเองอยากได้ยินและอยากทำหรือเปล่า ?. ในขณะเดียวกัน ตัวเราเองในโลกคู่ขนานก็อาจจะอยากส่งกำลังใจมาให้เราเช่นกัน ตัวเราเองในอีกโลกนึงก็คงอยากให้เรามีความสุขมากๆนะ เป็นไปได้คงอยากจะกอดเราแน่นๆเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนลองนำคำที่บอกกับตัวเองในอีกโลก #มาบอกตัวเองในโลกนี้ด้วย เพราะคนที่ต้องการกำลังใจมากที่สุดในโลกนี้ก็คือตัวเราเองนั่นแหล่ะ. ช่วงนี้ถ้าใครกำลังรู้สึกดาวน์ๆ ถ้าใครกำลังต้องการพลังบวกในชีวิต ลองเข้าไปดูในแทคนี้ได้นะ เรามองว่ามันเป็นโอกาสที่ดีในการทบทวนความรู้สึกที่แท้จริงเกี่ยวกับตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ ลองเขียนสิ่งที่อยากบอกตัวเองในอีกโลกนึงบ่อยๆ และหวังว่ามันจะส่งไปถึงเขาและตัวเราเอง ...

“แค่นี้เองแก”
“เห้ยอย่าคิดมากดิ”
“เราเคยเจอหนักกว่านี้อีก”
“คนอื่นลำบากกว่าแกตั้งเยอะ”
.
คาดว่าบางคนต้องเคยได้ยินคำเหล่านี้ผ่านๆบ้าง โดยเฉพาะเวลาระบายเรื่องที่กำลังเครียดหรือไม่สบายใจให้คนอื่นฟัง ซึ่งคนที่ตอบคำเหล่านี้ อาจจะตั้งใจให้กำลังใจเราจริงๆนะ เขาอาจจะหวังดีให้ลองมองในอีกมุมนึง ให้เราฮึบและสู้กับปัญหา แต่ทำไมนะ ทำไมสำหรับบางคนอาจจะฟังแล้วรู้สึกเศร้ากว่าเดิม เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่พอได้รับคำปลอบใจเหล่านี้แล้วเจ็บกว่าเดิม

รู้ไหม ? บางครั้งความอดทนก็ดูเป็นเรื่องประหลาด เราเฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกครั้งว่าขอบเขตของมันอยู่ตรงไหน มีระดับให้เราวัดได้ไหม และเราต้องอดทนไปอีกนานแค่ไหน ? คำถามมากมายเริ่มเกิดขึ้นในระหว่างที่เรากำลังอดทนกับบางสิ่งบางอย่างอยู่

“ ต่อให้ร้องไห้ฟูมฟายและเจ็บปวดจนพูดไม่ออก ก็ยังไม่รู้สึกแย่เท่าความว่างเปล่านี้เลย”
.
ใครบางคนอ่านแค่ฟังคำว่า “ว่างเปล่า” ก็เข้าใจเป็นอย่างดี ความรู้สึกที่ไม่เศร้าไม่รู้สึกใยดีกับเรื่องเลวร้ายที่กำลังเข้ามา ในขณะเดียวกันก็ #ไร้ความสุข ไม่รู้สึกยินดีกับพลังด้านบวกที่อยู่รอบตัว หัวใจของเราว่างเปล่าไม่รู้สึกถึงอะไรเลยนั้น จนเหมือน #เราไม่มีตัวตนอยู่จริง มีแค่กายแต่ไม่มีจิตใจ… เป็นภาวะเสี่ยงทางใจที่มีชื่อเรียกว่า “Anhedonia”

“เงินไม่ใช่ทุกอย่างในความสุข แต่คือความมั่นคงทางสังคมที่ทุกคนต้องมี”
.
เรื่องที่กำลังเป็นประเด็นปัญหามากที่สุดในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น “เรื่อง COVID19” แม้ในช่วงเริ่มต้นความกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อจะเป็นเรื่องอันดับแรกๆ ที่เราพูดถึง แต่ไม่นานผลกระทบที่ได้จาก COVID19 เริ่มแสดงให้เราเห็นถึงความน่ากลัวที่มากกว่าการติดเชื้อเสียอีก และเรื่องสำคัญที่สร้างความสูญเสียให้กับตัวเรามากที่สุด คือ สภาวะทาง “การเงิน”

คุณรู้สึกไหม ? ว่าคำว่า “พอดี” มันดูกลมกล่อมไปหมด ยิ่งหากถูกใช้ในความสัมพันธ์แล้วละก็มันยิ่งดูลงตัวและรู้สึกสงบมากกว่าคำอื่นๆ แต่ก่อนที่ใครคนนึงจะวิ่งมาเจอคำว่าพอดี คงต้องผ่านบททดสอบที่ขาดๆ เกินๆ มาอยู่ไม่น้อย เพราะอะไรที่ “พอดีกับใจ” ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครๆ จะหาเจอ