OOCA story

เราเป็นคนชอบ “ผลัดวันประกันพรุ่ง” เสมอ ถ้ามีช่องทางไหนที่เราสามารถหลีกเลี่ยงการทำอะไรบางอย่าง หรือการตัดสินใจยากๆ ได้ เราก็จะมุ่งไปในทางนั้นทันที โดยที่เราจะมีก้อนความคิดเล็กๆ ว่า “เออน่า พรุ่งนี้ก็แล้วกัน” จนหลายครั้งก็ต้องมาจวนตัวพลาดเรื่องสำคัญในวันที่กระชั้นชิด จบลงด้วยการโทษตัวเองที่ลังเลหรือขี้เกียจก่อนหน้านี้

“เมื่อเรารู้สึกรักใครหรืออะไรสักอย่าง หัวใจของเราจะเต้นแรง…”
.
ความโรแมนติกในหนังสือนิยายความรัก หรือเรื่องราวในหนังรักสุดหวานเริ่มหล่อหลอมให้เรารู้สึกว่า #ความรัก ช่างเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเสียเหลือเกิน ตาของเราจะเปล่งประกาย หัวใจของเราจะเต้นไม่เป็นจังหวะ อันที่จริงตัวเราก็เคยเชื่อแบบนั้นว่าความรักเป็นเหมือนขนมหวานที่ล่อตาล่อใจเราอยู่เสมอ แล้ววันนึงชีวิตก็พาเราไปเจออีกมุมมองของความรักที่เงียบสงบและสุขใจ

“มันคือความเหงาที่เกิดขึ้นในใจ และมันออกมาจากข้างใน”

.

เราอาจไม่เคยเผชิญกับความเหงาที่โจมตีเราอย่างร้ายกาจขนาดนี้มาก่อน เลยไม่รู้ว่าพลังของความเหงามันส่งผลกับเรามากขนาดไหน จนกระทั่ง “เราเริ่มพูดคุยกับสิ่งของ” ดอกไม้ ประตู แจกัน รถยนต์ กลายเป็นเพื่อนน่าตาแปลกประหลาดที่มีชีวิตขึ้นมาทันตาเห็น สิ่งที่เกิดขึ้นจะไปจบที่ตรงไหน และมันเกิดขึ้นมาจากความเหงาได้ยังไงกัน

“ความคาดหวังของคนอื่นที่มีต่อเรา ก็ไม่เท่าความคาดหวังที่เรามีต่อตนเองหรอกนะ”

.

เรามีความคาดหวังที่เราเองก็เพิ่งมารู้ที่หลังว่า “มันสูงเกินกว่าที่จะไปถึง” มันฟังดูเหมือนเราท้อเลยเนอะ แต่เราแค่สังเกตจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ร่วมถึงสิ่งที่เราทำลงไปพยายามคว้าความคาดหวังของเราให้ได้ เพื่อไปยืนในจุดที่เราหวังเอาไว้ นานวันเข้ามันดูห่างไกลออกไปเรื่อยๆ เหมือนเราไม่เคยเข้าใกล้ความคาดหวังของเราเลย จนความพยายามสอนให้เรารู้ว่า #จงตั้งความคาดหวังให้พอดีกับใจตัวเอง

ในช่วงเวลานี้จะมีอะไรน่าเบื่อไปกว่าการต้องอยู่แต่ในบ้าน มุมและสถานที่เดิมพาเราเครียดอย่างช่วยไม่ได้ แต่หลายคนบอกว่าโชคดีหน่อย “อยู่บ้านไม่เสียเงิน” แต่มันเป็นเรื่องจริงเหรอ ? ความเครียดถูกสะสมจากสถานการณ์เลยบีบให้เราอยู่ในพื้นที่จำกัด แม้จะออกไปได้บ้างแต่ก็ไม่ครึกครื้นเหมือนที่เคยเป็น ความเครียดเลยผลักดันให้เราหาทางออกสุดฉลาด #ใช้เงินแก้ปัญหา ช้อปปิ้งออนไลน์กันแก้เครียด ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เรียกว่า “Retail therapy”

ผ่านมาสักพักแล้วที่หลายบริษัทเริ่มให้พนักงาน “ Work From Home” ในช่วง COVID19 เพราะสถานการณ์บังคับจึงบีบให้การทำงานผ่าน Online เข้ามาประชิดตัวเราอย่างรวดเร็ว หลายคนรู้สึกตื่นเต้นกับการได้ทำงานแบบใหม่ แต่เมื่อผ่านไปสักพัก ข้อจำกัดและข้อเสียของการ Work From Home ก็ค่อยๆ แสดงออกมาให้เราเห็น เมื่อขอบเขตการทำงานมันช่างยืดหยุ่นเบียดช่วงเวลาที่เคยใช้ชีวิตของเราจนอึดอัด

ทุกคนเคยได้ยินคำว่า “ใจเป็นนายกายเป็นบ่าวไหม ?” ประโยคนี้กำลังบอกว่าจิตใจมีความสำคัญกับการกระทำของเราเสมอ ทุกสิ่งที่เราทำถูกความคิดของเราควบคุมทั้งนั้น ไม่ว่าจะร้องไห้ โกรธ เกลียด หรือริษยา มีศูนย์ร่วมคำสั่งมาจากความคิดของเราทั้งนั้น ความคิดเป็นสิ่งอิสระที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งมันไม่ยากหรือง่ายจนเกินไปที่จะควบคุม แต่มันจะยากที่สุดถ้าคนคนนั้นเจอแต่เรื่องเลวร้ายมาทั้งชีวิต เราจะคาดหวังให้เขามีจิตใจที่ดีได้ยังไงถ้าเขาไม่เคยได้รับสิ่งดีๆ เลย จิตใจของเขากำลังฆ่าตัวเขาเอง และไม่น่าแปลกถ้ามันจะฆ่าคนอื่นได้ด้วย

ผ่านมานานแค่ไหนเราก็ยังเชื่อเสมอว่า “ในเรื่องร้ายๆ ยังมีเรื่องดีๆ ซ่อนอยู่” ทุกครั้งที่เราเสียใจ หรือผ่านเรื่องที่กระทบจิตใจมา โลกที่เราเห็นหลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงไปและไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว “บทเรียน” คือสิ่งที่เราได้เป็นของรางวัลสำหรับทุกความล้มเหลวในชีวิต แต่ที่สำคัญคือ #จิตใจจะแสวงหาการอยู่คนเดียวลำพัง เพื่อฟื้นฟูหัวใจที่บอบช้ำขึ้นมาอีกครั้ง

เราเชื่อว่าหลายๆ คนตอนนี้ก็คงเบื่อเต็มทีกับการกักตัวอยู่บ้าน และคงจะอดเสียใจไม่ได้ที่ไม่ได้เจอเพื่อน หรือออกไปไหนบ้างเลย แต่นั่นแหละเราเองก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะยังไงที่เราห่างกันก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเราและทุกคน

.

แต่รู้ไหม ? การกักตัวอยู่บ้านเป็นโอกาสที่ดีมากเลย ที่เราจะหยุดพักหรือบำบัดความคิดของเรา ด้วยการเอาความคิดคนอื่นออกจากหัว โดยเฉพาความคิดด้านลบของคนที่คิดร้ายกับคนอื่น ถือว่าใช้โอกาสจากการอยู่ตัวคนเดียวทำ Toxic People Detox ไปเลยละกัน ไหนๆ ก็อยู่บ้านต้านไวรัสแล้ว ก็อยู่ห่างๆจากคนพลังลบไปด้วยเลยเนอะ

หลายปีที่ผ่านมาเราคิดอยู่เสมอว่าทำไมในใจเหมือนมีบางสิ่งที่ติดค้างอยู่ เป็นความรู้สึกก้อนใหญ่ที่ขวางทางเดินของเรามาเสมอ และเราเองก็ไม่เคยเอะใจเลยสักครั้งจนกระทั่งเวลาก็ทำหน้าที่ของมันและพาเราเดินมาถึงจุดนึง