ooca

“Dead inside” ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่เป็นไร จะเจอเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ยอมรับมันไปจะได้จบๆ ไม่โกรธ ไม่เสียใจ ความรู้สึก “ชินชา” ที่จะเรื่องอะไรก็เข้ามาเถอะ
.
ในช่วงเวลาที่เรื่องแย่ๆ วิ่งเข้ามาหาเราอย่างไม่หยุดหย่อน ตัวเรายังคงอยู่ ณ ปัจจุบัน แต่เป็นแค่ “กายหยาบ” ทีไม่รู้สึกหรือตอบสนองอะไรแล้ว ช่วงเวลาที่เรารู้สึกอย่างนั้นเป็นเพราะเรากำลัง “เอาตัวรอด” จากบางสิ่งอย่างอยู่ แต่ไม่ใช่เป็นการต่อสู้เพื่อให้รอด
แต่เป็นการนิ่งเฉยและจำยอมกับมัน แม้ตัวเราจะรู้สึกไม่เห็นด้วย หรือไม่อยากทำก็ตาม

“หวังว่าคืนนี้นอนแล้ว คงไม่ตื่นมาอีกเลย”.นี่คงเป็นสิ่งที่หลายๆคนคิดในช่วงที่ดิ่งมากๆจนอยากให้มันจบลง แต่ทว่าไม่มีความคิดที่จะจบชีวิตตัวเองทันที คือคิดเอาไว้นะ แต่ยังไม่ได้ทำ เพราะความจริงลึกๆแล้ว บางคนไม่ได้อยากตายหรอก...

คิดว่าเพื่อนๆคงมีวิธีคลายเครียดในแบบของตัวเองอยู่แล้วล่ะ แต่ทางเราก็อยากนำเสนอวิธีที่ทางเราคิดว่าเวิร์ค ! นอกจากจะทำให้ผ่อนคลาย บางข้อจะช่วยเราหาต้นตอของความเครียดเบื้องต้นด้วยนะ

บางคนอาจจะเข้าใจว่า การที่จะพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ต้องมีปัญหาทางจิตใจแบบขั้นหนักเท่านั้น แต่วันนี้พวกเราจะมาบอกว่า ใครๆก็สามารถพบได้ ! เพราะบางที เราอาจจะมีเรื่องในใจที่ทำให้เรารู้สึกแย่ เครียด กังวล แต่ไม่แน่ใจว่าควรทำยังไงถึงจะหายซะที
.
แล้วมันต้องถึงระดับไหนกันนะ ที่เราควรจะต้องพิจารณาเรื่องการหาความช่วยเหลือ วันนี้เรามีสัญญาณง่ายๆ ให้ทุกคนได้ลองเช็คสภาพจิตใจตัวเองดูค่า 🙂

ก่อนจะอ่านบทความว่า #การให้ ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร อยากให้จำไว้ก่อนว่า การให้ ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเสมอไป บางครั้งมันอาจทำให้เรารู้สึกถูกบั่นทอนหรือถูกเอาเปรียบได้เช่นกัน การให้จากใจจริงเท่านั้นที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ ไม่เกี่ยวกับว่าให้เท่าไหร่ หรือให้อะไร แต่ต้องให้เพราะอยากจะให้ ดังนั้นไม่ต้องฝืนใจบุญกันเน้อ ขอให้เป็นไปโดยธรรมชาติ กับเรื่องที่เราสนใจและใส่ใจจริง ๆ

เมื่อมีคนมาเล่าความทุกข์ของเขาให้เราฟัง สำหรับผู้ที่เข้าใจเรื่อง ความสำคัญของการฟัง และอยากช่วยผู้ที่กำลังทุกข์ใจ โดยเริ่มต้นจากการเป็นนักรับฟังที่ดี วันนี้เรามีเทคนิคในการทำหน้าที่ผู้ฟังชั้นดีมาฝาก

"คุณเคยมีความคิดว่า อยากหายไปจากโลกนี้บ้างมั้ย?
เราเคยนะ และยังมีอยู่เรื่อย ๆ ด้วย แต่ว่าไม่ได้คิดอยากจะจบชีวิตตัวเองนะ เพียงแต่หวังลึก ๆ ว่าวันนึง โชคชะตาจะฆ่าเราเอง"