ooca

ช่วงนี้กระแส ไลฟ์โค้ช (Life Coach) กำลังมาแรง หลายๆ คนให้ความสนใจในอาชีพนี้เป็นพิเศษ การที่มีคนคอยไกด์แนวทางในการดำเนินชีวิตคงจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนที่อยากผลักดันตนเองไปสู่เป้าหมายที่คาดหวังไว้ ซึ่งอาจจะตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนสมัยนี้ที่อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต อยากมีชีวิตที่ดี มั่นคง อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

เคยไหม... รู้สึกเครียด กังวล มือว่างๆ ก็เอามาจับผมตัวเอง จับไปจับมาก็เริ่มดึงออก ดึงไปดึงมานานๆ เข้า อ้าว! ผมหายไปแล้ว ดึงจนแหว่งเลยเรา หากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ อูก้าอยากชวนให้มาทำความรู้จักกับโรคดึงผม หรือ Trichotillomania กัน

เราจมอยู่กับความเศร้าตลอดเวลา แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ ?
.

หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินชื่อของ ภาวะความเครียดหลังผ่านเหตุสะเทือนใจ (Post-Traumatic Stress Disorder : PTSD) ซึ่งเป็นอาการความเครียดที่บุคคลมีหลังจากผ่านเหตุการณ์ที่สะเทือนใจ กระทบกระเทือนจิตใจ หรือวิกฤตที่รุนแรงของชีวิต เช่น บุคคลสำคัญที่ใกล้ชิดเสียชีวิต ทหารผ่านศึก การถูกคุกคามทางเพศ แล้วมีผลต่อภาวะจิตใจ ทัศนคติ การปรับตัวของชีวิตในสังคม อาการที่มักพบร่วมด้วยคือซึมเศร้า มีการใช้สารเสพติด หรือมีปัญหาด้านความสัมพันธ์

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยมีความรู้สึกที่ว่า ทำไมเราถึงได้ทำอะไรผิดพลาดบ่อยครั้ง แล้วก็หาสาเหตุไม่ได้ หรือเมื่อมีสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ปกติเกิดขึ้นกับเหตุการณ์หรือบุคคลอื่น เราจะเป็นคนแรกที่บอกว่า มันเป็นความผิดของเราเอง หลายครั้งที่พยายามทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเพื่อตัวเองหรือคนอื่น เราไม่สามารถเอาความคิดที่ว่า เรามันดีไม่พอ เก่งไม่พอ ออกจากหัวได้เลย

เคยสงสัยกันไหมว่า เราต้องมีอาการอย่างไร เป็นแค่ไหน ถึงควรจะไปพบจิตแพทย์ วันนี้อูก้าอยากชวนเพื่อนๆ กลับมาสังเกตตัวเองว่า เรายังไหวอยู่มั้ย หรือเราต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือเปล่า

ถ้าพูดถึง Introvert ทุกคนจะนึกถึงอะไร
.
“คนที่ไม่ชอบอยู่ในบทสนทนากับคนที่ไม่รู้จัก”
“ชอบใช้เวลาอยู่คนเดียว เก็บตัว”
“… ตรงข้ามกับ Extrovert”
.
ที่กล่าวมาก็ถูกทั้งหมด แต่คนส่วนใหญ่จะรู้มั้ยว่า มีนักจิตวิทยาท่านหนึ่งที่ชื่อว่า Jonathan Cheek ได้ทำการศึกษาและสำรวจเกี่ยวกับเรื่อง Introvert จนได้แบ่ง Introvert ออกเป็น 4 ประเภท ซึ่งทั้ง 4 ประเภทนี้ไม่ได้แยกจากกันเสียทีเดียว บุคคลเดียวก็สามารถมีส่วนผสมของทั้ง 4 ประเภทนี้ได้
.
STAR คือคำที่ Cheek ใช้เรียกโมเดลนี้ ซึ่งย่อมาจาก social, thinking, anxious และ restrained
เรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละประเภทเป็นอย่างไร นอกจากนี้เราหยิบเอา Self-care Tips ดีๆ ซึ่งบทความของ EduAdvisor ได้เขียนเอาไว้ใน Introvert แต่ละประเภทมาให้ทุกคนได้อ่านอีกด้วย

เหนื่อยมั้ยกับความคิดของคนอื่นที่มามีอิทธิพลกับตัวเรา จนบางครั้งเราก็กดดันมากจนทำอะไรไม่ถูก
.
หลายๆ ครั้งที่เราเองสูญเสียความมั่นใจในการกระทำสิ่งต่างๆ เพียงเพราะคำพูดของคนรอบข้าง ความคิดเห็นของพวกเขาล้วนเกิดจากกรอบประสบการณ์ที่แต่ละคนมี ซึ่งก็มีไม่เหมือนกัน เขาไม่รู้หรอกว่าเราคิดหรือรู้สึกยังไง เราอาจจะทำดีที่สุดแล้ว แต่มันคงไม่ดีสำหรับคนอื่นๆ

ในสังคมปัจจุบันการแข่งขันที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนเราต้องพยายามทำให้ตนเองพัฒนาและเอาชนะคนอื่นอยู่เสมอ สิ่งนี้เองทำให้หลายคนกดดันตัวเองและอยากทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ รู้สึกว่าตัวเองจะล้มเหลวไม่ได้ ทุกอย่างต้องเพอร์เฟค เมื่อเราคาดหวังกับความสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ได้กลับมามันไม่ใช่ เราจะเริ่มกังวล รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ คอยโทษตัวเอง เราเรียกอาการนี้ว่า Atelophobia (โรคกลัวตัวเองดีไม่พอ) หรืออาการกลัวความไม่สมบูรณ์แบบ

#จะดูแลลูกไม่ให้บูลลี่ผู้อื่นได้อย่างไร
.
โดยสัญชาตญาณ​แล้วพ่อแม่มักจะปกป้องลูกของตนเองเสมอ จึงไม่แปลกที่เราจะได้ยินคำพูดทำนองที่ว่า “ลูกฉันเป็นเด็กดี” หรือ​ “ลูกฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่” ซึ่งในหลายครั้งพ่อแม่อาจไม่เคยรู้ว่าพฤติกรรมของลูกตอนอยู่ที่โรงเรียนนั้นต่างจากตอนที่อยู่บ้านมากแค่ไหน ซึ่งการให้ท้ายปกป้องทั้งที่ผิด หรือการเข้าข้างจนเกินพอดี สามารถส่งผลให้ลูกมีนิสัยไม่ดีติดตัว และเติบโตไปเป็นคนที่ก่อปัญหาของสังคมได้ในอนาคต

“ฉันเห็นเธออารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ นะวันนี้ เมื่อเช้ายังหน้าตาสดใส ยิ้มแป้นอยู่เลย ตกบ่ายมาทำไมดูหงอยๆ ซึมๆ เธอเป็นไบโพลาร์หรือเปล่าเนี่ย” เชื่อว่าหลายๆ คนเคยได้ยินประโยคนี้จากคนรอบข้าง หรืออย่างน้อยๆ ก็จากละครกันมาบ้าง ทำให้หลายๆ คนที่ได้ยิน มีความเชื่อว่าโรคไบโพลาร์นั้นจะมีอาการเหมือนกับในละคร และพูดกันติดปาก
.
แน่นอนว่าไบโพลาร์ไม่ใช่การที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ชีวิตดีไม่กี่ชั่วโมงก็พลิกมาเป็นซึมเหงาๆ หรือว่าร้ายเหวี่ยงวีน แต่ในความจริงแล้ว ไบโพลาร์มันมีระยะเวลาที่เป็นแต่ละช่วงที่นานกว่านั้น และอาการก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียทีเดียวด้วย