Romanticize ผิดมากไหมที่พยายามหาข้อดีของโควิด?

ท่ามกลางความเครียดและความกดดันจากข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เรามักจะเห็นความคิดเห็นบางส่วนบนโซเชียลมีเดีย ที่ออกมาชื่นชมหรือพยายามหาข้อดีจากสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ ในยุคนี้คงเรียกการกระทำเหล่านี้ว่าเป็นการ “โรแมนติไซส์” (romanticize) ความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งหลายครั้งความเห็นเหล่านั้นมักถูกตอบโต้ด้วยถ้อยคำมากมาย 🤔

‘โง่’

‘ไม่ใช่คนแล้ว’

‘ทำไมไม่ใช่คุณที่ตาย’

‘ก็ลองไปตายเป็นเพื่อนเขาสิ’

ความโกรธ ความเครียด ความอึดอัด ทุกพลังงานลบถูกอัดรวมกันแล้วยิงออกมาผ่านคำพูด หมายมั่นให้คนฟังรู้สึกเจ็บปวดใจเหมือนที่ใครหลายคนต้องเผชิญในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่จริงแล้วหรือที่ว่า ‘การพยายามมองโลกในแง่บวกจากสถานการณ์นี้’ แปลว่ากำลังมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ? หรือบางทีพวกเขาอาจจะกำลัง “หนีความจริงที่โหดร้าย” ด้วยการตะเกียกตะกายหาพลังงานบวก แม้เพียงเล็กน้อยก็เพียงพอให้มีกำลังใจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักหน่อย.. 😥

“มองข้ามความเดือดร้อนของคนอื่น”

หลายคนกำลังโดนประโยคนี้กดทับหัวใจให้หนักอึ้งอยู่หรือเปล่า ?

เพราะเห็นว่ามีคนมากมายต้องเดือดร้อน จึงไม่กล้ามีความสุขได้เต็มอก ไม่กล้าอนุญาตให้ตนเองได้รู้สึกดีเพราะมีคนอีกมากมายกำลังร้องขอความช่วยเหลือ มีคนอีกมากมายกำลังล้มหายตายจากอย่างไม่เป็นธรรม นานวันเข้าหัวใจก็ขาดแคลนพลังงานบวกจนพาให้เหนื่อย ท้อ และสิ้นหวัง ทั้งทีความจริง เราสามารถมีความสุขพร้อมกับถือความทุกข์ไว้ในมือไปด้วยก็ได้ 👌🏻

เพราะโลกนี้เป็นสีเทา ไม่มีขาวหรือดำที่ชัดเจน จึงไม่แปลกเลยหากสองสิ่งที่ตรงข้ามกันจะอยู่ร่วมกันได้ เช่นเดียวกับความทุกข์และความสุข เราสามารถมีความสุขกับบางเรื่อง โดยที่ตระหนักถึงข้อเสียหรือผลกระทบจากมันได้ไปพร้อม ๆ กัน เราสามารถใช้หลอดพลาสติกโดยตระหนักได้ว่ามันส่งผลกระทบอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อม เราสามารถเสพซีรี่ย์สนุก ๆ หรือยิ้มให้กับท้องฟ้าพร้อมกับรู้ว่าอีกมุมหนึ่งของโลกกำลังมีคนที่เดือดร้อน ไม่ผิดอะไรเลยหากเราจะหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมกัน เพราะทุกคนก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

🚫 ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าการโรแมนติไซส์เชื้อไวรัสโควิด-19 จะเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือควรทำ 🚫

การโรแมนติไซส์ นอกจากจะเป็นการทำร้ายจิตใจคนที่กำลังเดือดร้อนแล้ว ยังนับป็นการหนีปัญหาอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วปัญหาหรือต้นตอของปัญหาที่แท้จริงจึงไม่ได้รับการแก้ไข จนอาจทำให้อะไรหลายอย่างต้องแย่ลงจนกระทั่งถึงจุดที่หนีไม่ได้อีกต่อไป ถึงตอนนั้นก็อาจจะสายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้อีก ไม่ได้แปลว่าห้ามหนีปัญหาหรือต้องฝืนเผชิญหน้าในเวลาที่เรายังไม่พร้อม แค่ระหว่างที่กำลังพักชาร์จใจ ระวังไม่ให้คำพูดตนเองต้องไปทำร้ายจิตใจของหลายคนที่กำลังเดือดร้อน หรือต่อสู้กับความยากลำบากนี้อยู่อย่างสุดชีวิต เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

คนแต่ละคนมีความพร้อมและวิธีรับมือกับความเครียด ความหดหู่ หรือความสิ้นหวังต่างกัน บางคนอาจจะพุ่งเข้าชนเพื่อรีบแก้ไขให้เสร็จสิ้น บางคนอาจจะต้องการเวลาในการเตรียมใจและกายให้พร้อมก่อนเผชิญหน้ากับมันอย่างจริงจัง คงจะดีหากเราเข้าใจความแตกต่างของกันและกันในเรื่องนี้ คงจะดีหากเราใจดีกับตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้นอีกสักหน่อย เพื่อระวังไม่ให้เราต้องเป็นแหล่งเผยแพร่พลังงานลบสู่สังคมโดยที่ตนเองไม่ได้ตั้งใจ

การยอมรับความจริง และการแยกแยะข้อดีและข้อเสียก็เป็นเครื่องมือที่ดีที่จะทำให้เราประเมินสถานการณ์อย่างถี่ถ้วนว่าเรากำลังเผชิญหน้าอยู่กับอะไรบ้าง เช่นนั้นเราจึงจะเห็นสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นและแก้ไขมันได้อย่างตรงจุด แม้จะเครียด อึดอัด หรือเจ็บปวดมากเพียงใด อูก้าขอเป็นกำลังใจและหนึ่งในแรงสนับสนุน ที่จะคอยจับมือทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน ไม่ว่าที่ไหนหรือเมื่อไร เรื่องของใจให้เรารับฟัง ติดต่อมาพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเราได้ตลอดเลยนะ 💚💙

#OOCAissue

________________________________⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/romanticizeblog
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca.⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More

มากอดกันไหม ? วันที่ใจเราต่างเหนื่อยล้า

‘ถ้าเราหายไปก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง’ 😢

เคยรู้สึกแบบนี้เหมือนกันไหม ? เหมือนเราเป็นเพียงเศษเสี้ยวแสนไร้ค่าเมื่อเทียบกับผู้คนมากมายที่ต่างเดินหน้าไปถึงไหนต่อไหน ยิ่งนานวันไปก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองนั้นเล็กเสียจนหายไปก็คงไม่มีใครรู้

“เหนื่อยมาก เหนื่อยจัง เหนื่อยจริงๆ”

ท่อนหนึ่งจากบทเพลง Hug (กอด) – Seventeen ศิลปินชาวเกาหลีใต้ ทำเอาน้ำตาไหลลงมาโดยที่ไม่รู้ตัว ราวกับเสียงสะท้อนที่อยู่ในใจถูกขับขานออกไปผ่านคำร้องและทำนองที่แสนอ่อนโยน ชวนให้หันกลับไปมองแต่ละก้าวเดินที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ เรากำลังใจร้ายกับตัวเองอยู่หรือเปล่านะ ?

สิ่งรอบตัวมากมายกำลังบีบอัดเราให้เล็กลงไปเรื่อย ๆ จนความรู้สึกของเราแตกสลายไปพร้อมกับหัวใจที่เก็บไว้แต่ความเจ็บปวด รู้ตัวอีกทีก็ลืมไปแล้วว่าความสุขเป็นอย่างไร ในตอนนั้นหากมีใครสักคนมากอดเราและถามว่า “เหนื่อยไหม” หัวใจดวงน้อยคงรับไม่ไหวจนเผลอแสดงความอ่อนแอออกไปให้ใครต่อใครได้เห็น

อยากจะบอกออกไปให้ใครต่อใครได้รู้ว่าแต่ละวันที่ผ่านไปมันแสนจะลำบากยากเย็นเพียงใด ว่าหัวใจดวงนี้กำลังจะรับอะไรต่อไปไม่ไหวแล้ว แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เก็บคำพูดเหล่านั้นไว้ในใจ เพราะมองออกไปก็เห็นแต่คนที่พยายามอย่างหนักเช่นเดียวกัน ยิ่งเห็นแบบนั้นมากเท่าไร ยิ่งเข้าใจความเหนื่อยล้านั้นมากเท่าไร ยิ่งพูดออกไปไม่ได้เท่านั้น

ขอโทษนะที่เป็นคนอ่อนแอ

ขอโทษนะที่เป็นคนไม่เอาไหน

ขอโทษนะที่เป็นคนไม่เก่ง

ขอโทษนะที่เกิดมา

ได้แต่ตะโกนร้องอยู่ในใจ เพราะความคาดหวังมากมายให้เราต้องโตขึ้น ต้องพัฒนามากกว่านี้ ต้องเก่งมากกว่านี้ แต่นานวันเข้าความกดดันกลับเข้ามาแทนที่จนเผลอรู้สึกผิดที่ตนเองไม่เดินหน้าต่อไปไหนเสียที หากใครที่กำลังรู้สึกแบบเดียวกัน ลองกดเปิดเพลงนี้ขึ้นฟังแล้วปล่อยให้ใจได้รับคำปลอบโยนดูสักครั้ง

“ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะ

ไม่ต้องกังวลอะไร

ไม่ต้องกลัวนะ”

ความอ่อนแอไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ไม่เป็นอะไรเลยหากจะมีสักวันที่เหนื่อยล้าหรือท้อแท้ ไม่เป็นไรเลยที่ไม่ได้เก่งเหมือนคนอื่นเขา เพราะแค่มีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว ขอเพียงยังหายใจ วันพรุ่งนี้และการเริ่มต้นใหม่จะมาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นไม่ต้องกลัวไป มาจับมือกันเอาไว้ แล้วเผชิญหน้ากับมันไปด้วยกันนะ

“เพราะสำหรับฉัน เธอนั้นสำคัญมากกว่าใคร”

“แด่เธอ…ที่ผ่านแต่ละวันอย่างยากลำบาก ฉันอยากบอกบางอย่างกับเธอไว้

ว่าเธอยังมีฉัน ว่าเธอทำได้ดีมากแล้ว ว่าฉันรักเธอนะ

และฉันจะกอดเธอไว้เอง”

เช่นเดียวกับชื่อมินิอัลบั้มที่มาในธีม ‘YOU MADE MY DAWN’ ที่ส่งผ่านเสียงสะท้อนของหัวใจมากพร้อมกับความห่วงใยและคำปลอบโยน หวังว่าเพลงนี้จะส่งไปถึงคนที่กำลังฟังอยู่และทำให้อีกหนึ่งวันที่แสนเหนื่อยล้าจบลงไปพร้อมกับความรู้สึกดี ๆ

💎 ฟังเพลง Hug – Seventeen ได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=j69PEX9bzRY

ใครที่เห็นเพื่อนกำลังเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด ก็ลองส่งเพลงนี้ให้เป็นกำลังใจ แทนข้อความว่า ‘ฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ’ หรือใครที่กำลังเหนื่อยล้าทั้งกายและใจจากการทำงานมาทั้งวัน ก็ลองเปิดเพลงขึ้นขึ้นมาฟังและอนุญาตให้ตนเองได้ร้องไห้ ระบายความอึดอัดที่เก็บมาตลอดออกไปบ้างสักครั้ง และหากใครที่เหนื่อยกายท้อใจ หันไปทางไหนก็มืดมน อยากได้ใครสักคนคอยรับฟังเรื่องราวและก้าวผ่านวันนี้ไปด้วยกัน อูก้ายังคงอยู่ตรงนี้ พร้อมรับฟังและจับมือทุกคนไว้ ไม่ว่าเมื่อไรก็ติดต่อมาได้เสมอเลยนะ 💚💙

#OOCAinsight

________________________________⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/2zqc
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca.⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More

ถ้ารับฟังเพื่อนที่เป็นซึมเศร้า แล้วเราจะเป็นไปด้วยไหม?

โรคซึมเศร้าคือหนึ่งในปัญหาสุขภาพใจที่คนจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ เพื่อน ๆ เองก็อาจจะมีคนใกล้ชิดหรือเพื่อนสนิทที่กำลังต่อสู้กับโรคนี้อยู่เช่นกัน ปัจจุบันการตระหนักถึงปัญหาและความรู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้ากระจายออกไปอย่างกว้างขวาง เราจึงมักจะคุ้นเคยกับวิธีรับมือกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเป็นอย่างดี แต่แม้เราจะเข้าใจอาการของเพื่อนมากแค่ไหน หลายครั้งก็รู้สึกว่าใจของเราเริ่มจะรับต่อไปไม่ไหวแล้วเช่นกัน ยิ่งในสภาพสังคมที่มีแต่พลังงานลบรอบด้าน ยิ่งทำให้หวั่นใจว่าเราเองจะเป็นโรคซึมเศร้าไปด้วยหรือเปล่า ?

ที่เป็นอยู่คืออะไร ใช่โรคซึมเศร้าไหมนะ?

คนส่วนมากมักจะสับสนระหว่างความรู้สึกเศร้ากับโรคซึมเศร้า เส้นแบ่งที่สำคัญของสองสิ่งนี้คือระยะเวลาของความเศร้าและผลกระทบกับชีวิตประจำวัน ใครที่รู้สึกซึมเศร้ามากกว่า “สองสัปดาห์ติดต่อกัน” ให้ลองสังเกตตนเองมากขึ้นกว่าเดิมอีกสักหน่อยว่าพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเราต่างไปจากเดิมไหม ทานเยอะเกินไปหรือไม่ อยากอาหารหรือเปล่า มีอาการนอนไม่หลับหรือนอนหลับมากกว่าปกติหรือไม่

หากคำตอบคือไม่ใช่ บางทีเราต้องการใครสักคนมาคอยรับฟัง การพูดคุยกับนักจิตวิทยาก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ แต่หากตอบว่าใช่ ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรถ้าจะลองปรึกษาจิตแพทย์เพื่อตรวจโดยละเอียดอีกครั้ง

อาการของโรคซึมเศร้า ที่ทำให้เราเฉาตามไปด้วย

คนที่มีเพื่อนสนิทหรือคนใกล้ชิดเป็นโรคซึมเศร้าอาจจะเคยรู้สึกเช่นเดียวกัน ทั้งที่รู้ว่าโรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ทำไมเราถึงรู้สึกว่าจะเป็นซึมเศร้าไปด้วยทุกครั้งที่รับฟังเพื่อนของเรา คำตอบคือเป็นเพราะเราหวังดียังไงล่ะ

ในฐานะเพื่อนที่หวังดี เรามักจะรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของเราที่จะ “ช่วยรักษา” เพื่อนที่เป็นโรคซึมเศร้าให้เขา “หาย” จากความรู้สึกแย่ ๆ ที่คอยกัดกินหัวใจของพวกเขาอยู่ แต่เจ้าโรคซึมเศร้านี้ก็มักจะพาเพื่อนรักให้กลับไปติดอยู่ในวังวนของความรู้สึกนึกคิดแง่ลบอยู่บ่อย ๆ เราจึงมักจะเผชิญกับสถานการณ์ที่เพื่อนมาระบายเรื่องเดิมที่เคยเข้าใจให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แรงกดดันจากความคาดหวังว่าตนเองจะต้องช่วยเพื่อนจากโรคซึมเศร้าตัวร้าย ทำให้เรารู้สึกล้มเหลวเมื่อเพื่อนรักกลับมาสู่วังวนซึมเศร้าอีกครั้ง จนเผลอคิดไปว่า “ถ้าฉันเป็นกำลังใจให้เขาได้จริง เขาคงไม่กลับมาซึมเศร้าอีกครั้งหรอก” และแล้วความคิดดังกล่าวก็เข้าโจมตีทำให้คุณรู้สึกยอมแพ้และถอยห่างออกจากความสัมพันธ์กับเพื่อนที่คุณรัก

อีกหนึ่งลักษณะของโรคซึมเศร้าที่ทำให้เรารู้สึกหม่นตามไปด้วยคือพฤติกรรมการผลักไสของเพื่อนที่มักจะเอาแต่ถอยห่างยามที่เราต้องการเป็นพลังให้ ทำให้เรารู้สึกว่าเข้าหาเพื่อนที่เป็นโรคซึมเศร้าได้ยาก เพื่อนอาจจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากเรา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมผลักไสเหล่านั้นเกิดมาจากเจ้าโรคซึมเศร้าที่คอยเล่นตลก ย้ำเตือนให้เพื่อนของเรารู้สึกว่ากำลังรบกวนเราอยู่ หรือแม้กระทั่งทำให้เพื่อนที่เรารักรู้สึกว่าตนเองด้อยค่าเกินกว่าจะมีมิตรภาพหรือได้รับการช่วยเหลือ

วิธีรับมือกับเพื่อนซึมเศร้า แบบที่เราจะไม่หม่นตาม

แม้หลายครั้งการกระทำของเพื่อนจะแสดงออกในทางผลักไสหรือถอยห่าง แต่เชื่อเถอะว่าภายในใจพวกเขาต้องการคนอยู่เคียงข้างมากเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ เรียกได้ว่าการผลักไสหรือถอยห่างก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการขอความช่วยเหลือของเพื่อนที่เป็นโรคซึมเศร้านั่นเอง เพราะฉะนั้นยิ่งเพื่อนเราผลักไสมากเท่าไร ก็หมายความว่าพวกเขาต้องการคนคอยอยู่ข้าง ๆ มากเท่านั้น

อยู่ข้างหมายถึงอะไร ? เพื่อนที่กำลังซึมเศร้าไม่ได้ต้องการคำแนะนำหรือคำตอบของชีวิต ด้วยเหตุนี้เองหลายครั้งเราจะเจอกับสถานการณ์ที่ว่า ไม่ว่าเราจะให้คำแนะนำเรื่องนี้ไปกี่ครั้ง พวกเขาก็ยังจะกลับมาโศกเศร้ากับมันเหมือนเดิม จนทำให้เราเผลอคิดไปว่าพวกเขาไม่ได้กำลังพยายามที่จะหลุดออกจากวังวนนี้อยู่ แต่นั่นไม่ใช่เพราะว่าเพื่อนของเราไม่ได้สนใจคำพูดของเรา เพียงแต่ในภาวะซึมเศร้า ความต้องการเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขาคือพื้นที่ให้ได้ปล่อยก้อนความรู้สึกที่ไม่น่าอภิรมย์นี้ออกไปจากอกที่อึดอัดเหมือนกำลังจะแตกออก

เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อนที่เป็นโรคซึมเศร้าคือการรับฟังความรู้สึกของพวกเขาโดยไม่ต้องแสดงความคิดเห็น ไม่ต้องพูดขัดหรือให้คำแนะนำอะไร เพียงแค่ฟังและคอยถามความรู้สึกของพวกเขา คอยย้ำเตือนให้เพื่อนของเรารับรู้ว่าตัวตนของพวกเขาก็สำคัญกับเราเช่นกัน

“เธอเหนื่อยไหม ?”

“มีอะไรที่เราจะทำให้เธอได้บ้างไหม ?”

“เธอสำคัญกับเรานะ ถ้ามีอะไรที่เราให้เธอทำได้ก็บอกเราได้เสมอ”

การสังเกตพฤติกรรมของเขาเป็นประจำ หรือการถามอย่างตรงไปตรงมาว่าพวกเขาเริ่มรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรจะทำให้เราเข้าใจวังวนภาวะซึมเศร้าของพวกเขามากขึ้น นอกจากนี้การเป็นกำลังใจให้เขาเข้ารับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ หรือโน้มน้าวให้เพื่อนที่เราสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับจิตแพทย์ ก็เป็นการช่วยเหลือที่สำคัญอีกประการที่เราจะทำให้เพื่อนที่เรารักคลายความหนักอึ้งได้บ้าง เพราะ “โรคซึมเศร้ารักษาหายได้” เราจึงต้องคอยย้ำให้เพื่อนของเรารับรู้ความจริงข้อนี้เพื่อมีกำลังใจในการรับการรักษาอย่างถูกวิธี

ข้อสำคัญที่สุดเราต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อมีเพื่อนเป็นโรคซึมเศร้าคือ “ตัวตนของคุณมีค่ากับเพื่อนมากกว่าที่คิด” คนที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้ต้องการให้เราเข้าใจความรู้สึกหรือเจ็บปวดเช่นเดียวกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญ เพื่อนเราไม่ได้อยากให้ความซึมเศร้าลากคุณลงไปพร้อมกับพวกเขาแต่อย่างใด เขาต้องการแค่ความเห็นอกเห็นใจ เพียงแค่มีคนรับรู้ว่าพวกเขากำลังรู้สึกแย่ เพียงแค่นี้ก็มีค่ามากพอสำหรับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าแล้ว

เพราะเราเองก็สำคัญกับเพื่อนเช่นกัน เพื่อนที่เป็นโรคซึมเศร้าของเราจึงไม่โกรธและยินดีหากเราจะถอยออกสักนิดเพื่อดูแลใจของตนเองก่อน เราไม่ได้กำลังหักหลังหรือทิ้งเพื่อนแต่อย่างใด พร้อมเมื่อไรค่อยกลับไปเป็นที่พึ่งให้พวกเขาอีกครั้ง ทุกคนพร้อมจะเข้าใจเสมอ เมื่อใดที่เรารู้สึกว่าเริ่มจะหลงทางหรือไม่เป็นตัวของตัวเอง หรือรู้สึกว่าความหม่นหมองเริ่มคลืบคลานเข้ามาหา ไม่เป็นไรเลยที่เราจะกลับมาอยู่กับตัวเองสักหน่อย และเมื่อเรากลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง เมื่อนั้นเราจะกลายเป็นที่พึ่งที่มั่นคงให้กับเพื่อนของเราได้อย่างแน่นอน

แด่เพื่อนผู้แสนดีและคอยเป็นที่พึ่งให้คนอื่นเสมอมา อย่าลืมว่าทุกคนย่อมมีช่วงเวลาที่ต้องการพึ่งพาหรือซบบ่าใครสักคนเสมอ ขณะที่คุณกำลังเป็นห่วงคนอื่น ระลึกไว้เสมอว่ายังมีเราที่แคร์คุณอยู่เช่นกัน เมื่อใดที่คุณอ่อนล้าจากการเป็นที่พึ่ง อูก้ายังอยู่ตรงนี้และพร้อมจะเป็นเพื่อน เป็นที่พึ่งให้คุณเอนกายพิงพักผ่อนเสมอ ไม่ว่าเมื่อไรก็ติดต่อมาได้เสมอนะ 😊

________________________________⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/c6HE
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

อ้างอิง

Psycom: https://bit.ly/3xtKvVB

Helpguide: https://bit.ly/3dWM6eP

MetroUK: https://bit.ly/3jTnlnz

Mind: https://bit.ly/2Uz8V1d

Read More

“เพื่อนหาย อยากได้คืน” ไม่เจอตัว มองแต่จอ มิตรภาพจะจืดจางไหม ?

“เข้าลิงก์นี้เลย เจอกันทุ่มนึง”

“คืนนี้ beer night หน่อยมั๊ยเพื่อน ?”

“ไม่อยากดูหนังคนเดียว ขอ movie night กับพวกแกหน่อย”

จากที่เคยบอกว่าเจอกันร้านไหน ทุกวันนี้กลับเปลี่ยนไปกลายเป็นเปิดจอเพื่อคุยกันแทน เพราะช่วงโควิดที่ยาวนานสุดแสนจะเบื่อ อยากไปชิลกับเพื่อนตามคาเฟ่ร้านอาหารแต่ดันปิดแล้วปิดอีก ไม่รู้รอบนี้จะยาวแค่ไหน กลายเป็นนัดเจอเพื่อนที่ไหนก็ไม่สะดวก กี่ครั้งกี่ทริปมีแต่ล่ม แถมบางช่วงต้องกักตัวยาว สุดท้ายได้แต่ส่งไลน์ไปทัก ส่องเฟสบุ๊กไอจีกันและกันวนไป 😰

หลายคนเลยเปลี่ยนวิธีนัดหมายหันมาคุยกันผ่านจอ เจอเพื่อนแบบเสมือนจริง (Virtual meeting) แทน เพราะไม่อยากจะห่างหายกันไป แต่จริงๆ แล้วเรารู้สึกห่างเหินกับเพื่อนบ้างหรือเปล่า ? หรือก็ยังรู้สึกว่าแนบแน่นดี บางคนรู้สึกว่าถ้าไม่นัดกันแบบออนไลน์ก็คงไม่มีทางได้ใช้เวลากับเพื่อนเลย ในช่วงที่ทุกคนอยู่แต่บ้านไม่ก็ work from home กันเป็นเดือน ๆ 😓

เจอกันผ่านจอยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

แน่นอนว่าคุยไลน์ก็ไม่เหมือนเจอหน้า สังสรรค์ผ่านจอก็อาจไม่สนุกเท่าเจอตัวจริง แต่การที่เรายังพยายามหากิจกรรมอะไรทำร่วมกัน ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเราให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับอีกฝ่าย อย่างน้อยในช่วงที่ห่างกันต่างคนต่างยังหาเวลาเพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะด้วยคิดถึงหรือห่วงใย เชื่อว่าการเจอกันผ่านจอก็ยังช่วยกระชับมิตรภาพได้และทำให้รู้สึก feel good ไม่มากก็น้อย ถือเป็นวิถีใหม่สำหรับใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญ

รักษาความสัมพันธ์กันด้วย ‘ความสม่ำเสมอ’

เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนมีเพื่อนที่ไม่เจอกันเป็นปี ๆ แต่พอได้นัดกี่ที ๆ ก็รู้สึกสนิทใจเหมือนเดิม เราอาจลองจินตนาการว่านี่คือความรู้สึกเดียวกัน ถึงแม้ว่าตัวจะอยู่ห่างไกลกันคนละที่ ก็ใช่ว่าเราจะต้องคุยกันทั้งวันทั้งคืน หรือนัดเจอกันในจอเป็นมีตติ้งอะไรจริงจัง เพราะการอยู่บ้านนาน ๆ อาจทำให้หลายคนคุ้นชินกับการอยู่คนเดียว จนเหนื่อยล้าเวลาเจอคนได้

ถ้าต้องบังคับตัวเองให้เปิดคอม เข้าลิงก์ เพื่อที่จะคุยกับเพื่อนอีก อาจรู้สึกเบื่อหน่ายกับการสังสรรค์เข้าไปใหญ่ ดังนั้นการหมั่นคุยด้วยความสม่ำเสมอจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกคน ถามไถ่กันวันละนิดวันละหน่อย คุยกันในเวลาที่สบายใจและแลกเปลี่ยนในเรื่องราวที่ได้พบเจอมา น่าจะทำให้เรามีบทสนทนาใหม่ๆ และไม่ห่างหายกันไปไหน

เหมือนที่เราชอบพูดกันว่า “ไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นคุณภาพ” การสื่อสารกับเพื่อน หรือคนอื่นเพื่อรักษาความสัมพันธ์ก็น่าจะเป็นไปในรูปแบบนั้นเช่นกัน แค่ทุก ๆ ครั้งที่คุยกันแล้วได้ส่งต่อความรู้สึกเชิงบวกก็ดีต่อใจแล้ว ต่อไปคือการรักษาสมดุลระหว่าง Virtual meeting และ Face-to-Face meeting เมื่อมีโอกาส ถึงแม้การเจอกันต่อหน้าจะดูยั่งยืนและดูมั่นคงต่อความสัมพันธ์มากกว่า แต่มันก็คือการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางอย่างเพื่อที่จะคงความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างไว้ 🙂

ข้อดีของความห่างคือรู้จักหาเวลาให้กันและกัน

จากที่เราเจอหน้าเพื่อนง่าย ๆ วันนี้สถานการณ์อาจทำให้เราได้ฉุกคิดถึงความสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบที่อยู่ในชีวิตและประเมินดูว่าที่ผ่านมา เราให้น้ำหนักกับความสัมพันธ์ต่าง ๆ เหมาะสมดีหรือไม่ ? เพราะการเจอแบบ Virtual meeting นั้นเราสามารถทำได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นครอบครัว แฟน เพื่อนสนิท หรือแม้แต่ในเรื่องงาน

ลองหาวิธีการสื่อสารใหม่ ๆ ที่ช่วยซัพพอร์ตให้ความสัมพันธ์ยังคงมีความหมายในระยะเวลาที่ต้องห่างกัน ปกติเราก็พลาดงานสังสรรค์หรือเจอเหตุการณ์ ‘นัดล่ม’ อยู่บ่อย ๆ เราอยากบอกว่า Virtual meeting ก็ช่วยได้ เพราะไม่ใช่แค่ทักทายแต่การพูดคุยถึงเรื่องราวดี ๆ การเล่นเกมหรือดูหนังด้วยกัน ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องรอให้เจอหน้ากันถึงทำได้ เพราะเทคโนโลยีได้คิดค้นมาเพื่อเราแล้ว เหลือแค่ต้องนำไปใช้เพื่อสร้างความทรงจำดี ๆ กับคนที่เราคิดถึง

อย่าเพิ่งโอดครวญว่าการไม่เจอหน้าทำให้มิตรภาพจืดจางไป หากความใส่ใจยังคงอยู่ เชื่อว่าทุกคนจะมีวิธีรักษาความสัมพันธ์ในแบบที่เหมาะกับตัวเองแน่นอน และหากรู้สึกไม่สบายใจหรือเหงาเพราะการรักษาระยะห่าง ก็สามารถเลือกอูก้าเป็นเพื่อนรู้ใจไว้พูดคุยได้นะ จิตแพทย์และนักจิตวิทยาของเราพร้อมรับฟังทุกปัญหาใจของทุกคนเสมอ 💙💚

#OOCAstory

________________________________⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/qYhz
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More