Hello , Anxiety ขอบคุณที่อยู่กับฉันในวันที่โดดเดี่ยว

Hello, Anxiety

You’ve come to keep me company

Tonight, a lonely soul

I’ve tried to learn the art of letting go

สวัสดีความกังวลใจ

เธอเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนฉัน

คืนนี้ ที่ฉันรู้สึกโดดเดี่ยว

ฉันได้เรียนรู้ความสวยงามของการปล่อยวาง

แต่ละคืนเรานั่งอยู่เพียงลำพังในโลกใบเล็กของตัวเอง บอกไม่ได้เลยว่าตอนนี้ทุกอย่างมันยากลำบากเพราะอะไร ทำไมเราถึงต้องร้องไห้ ทำไมเราถึงต้องแบกรับความเหนื่อยล้า เรากังวล เราเป็นทุกข์ เรามีคำถามในใจมากมายที่หาคำตอบไม่ได้

วันที่โลกที่มืดมน เราได้แต่ภาวนาให้ตัวเองพบเจอความสว่างอีกครั้ง 💫

ความกังวลพัดมาเกาะกินใจเรา บางสิ่งสามารถเข้าใจและยอมรับได้แต่บางอย่างกลับมองเห็นไม่ชัดเจน เกิดเป็นหมอกควันรบกวนความรู้สึก ใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะหยิบมันขึ้นมาแก้ไข ใช้เวลาทำใจกว่าจะโยนมันทิ้งไป ไม่ต่างอะไรจากการสะสมขยะจนล้นถัง ไม่ได้ระบายไม่ได้ปล่อยวาง สุดท้ายก็กลายเป็นความกังวลที่เข้ามาทักทายไม่มีสิ้นสุด

What if the world won’t bend my way?
What will it take to be happy?

ไม่รู้ว่าตอนนี้เรายืนอยู่ที่จุดไหน แต่ปลายทางฉันอยากเป็นคนที่มีความสุข หลายครั้งเราถามตัวเองว่าทำไมคนรอบตัวถึงมีความสุขยกเว้นเรา “ทำไมชีวิตคนอื่นถึงดูง่าย มีแค่ชีวิตเราที่ยากเสมอ” เราหวังเพียงสักครั้ง โลกนี้จะเข้าข้างเราและทำให้เราเป็นคนที่มีความสุขที่สุด แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ อดีตยังคงเป็นความเจ็บปวดเสมอ อนาคตที่รอคอยก็ยังมาไม่ถึง สิ่งที่เราสัมผัสได้อาจเป็นเวลา “ปัจจุบัน” ที่เรานั่งอยู่ตรงนี้ เพื่อรับรู้การมีอยู่ของ “ตัวเอง”

เหมือนกับที่เราโหยหายความเป็นจริง อะไรก็ได้ที่เข้ามาทำให้เรารับรู้การมีอยู่ของตัวเอง

I’m craving something real, a kind of rush that I can feel
The night is rough you know, I’ve cried but I won’t dare to let it show

เราอาจเดินหลงทางไปบ้าง บอกตัวเองนะว่า “ไม่เป็นไร”
เราอาจเคว้งคว้างในค่ำคืนที่ไม่รู้จะผ่านไปอย่างไร กอดตัวเองไว้นะ เราจะ “ไม่เป็นไร”

พรุ่งนี้จะยังคงเป็นวันใหม่ พระอาทิตย์จะยังทักทายเราด้วยแสงสว่างเสมอ
เราไม่จำเป็นต้องกลัวเมื่อ “ความกังวล” เดินเข้ามา

เสียงในหัวที่บีบให้เราทรมานอาจเป็นเพราะความกังวลนั้นไม่มีคำตอบ
‘ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้นจะเป็นอย่างไร’
‘ฉันที่เป็นแบบนี้ ยังเป็นที่ต้องการอยู่ไหม’
‘พรุ่งนี้ทุกอย่างอาจเลวร้ายกว่าที่คิด’

นี่คือสิ่งที่ความกังวลบอกเรา ตอกย้ำว่า ‘เราหยุดคิดไม่ได้เลย’ คนรอบตัวก็คอยบอกเสมอว่า ‘คิดมากเกินไป’
อย่าโกรธเกลียดที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย ไม่ผิดอะไรถ้าเราจะมี “ความกังวล” เป็น “เพื่อน”
เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะอยู่กับความกังวล ลองเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความกังวลแบบที่ไม่มากไปไม่น้อยไป

แต่ละคนจัดการความกังวลได้ไม่เหมือนกัน รู้สึกกับมันในระดับที่ต่างกัน

ถ้าต้องอดทนกับทุกอย่าง เราเองคงจะ “เหนื่อย” มาก แต่การบอกให้เลิกกังวลคงเป็นไปได้ยาก ถ้าวันไหนความกังวลก่อตัวขึ้นในใจ อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิ่งที่มันกำลังรบกวนใจ อย่าเพิ่งเก็บกดมันไว้ ให้เราใช้เวลาอยู่กับความกังวลนั้นสักพัก จนเราเรียนรู้ว่าจะ “ปล่อยวาง” มันได้อย่างไร ปลายทางหลังผ่านพ้นความมืดนี้ไป อาจไม่มีอะไรเลวร้ายอย่างที่คิด

ไม่เป็นไร เราบอกลาความกังวลได้เสมอ
ฉันจะไม่เป็นไร
เธอจะไม่เป็นไร
เราจะไม่เป็นไร

เชื่อเถอะว่าเราผ่านมันไปได้ เราอยู่กับความกังวลได้ บางครั้งเราอาจต้องเดินออกมาจากบางสิ่งบางอย่าง เลิกคาดเดากับอะไรที่ยังมาไม่ถึง พาตัวเองกลับมาโอบกอดความรู้สึกในปัจจุบันอีกครั้ง 🙂

บอกตัวเองว่าเราเก่งพอที่จะผ่านทุกอย่างไปได้ในวันที่ความกังวลเข้ามาทักทาย
เราอาจเติบโตในอีกรูปแบบหนึ่งโดยมีความกังวลเป็นเพื่อนร่วมทางไปกับคุณ

ไม่ผิดเลยถ้าเราเดินออกจากโลกที่มืดมิดไม่ได้ ถ้าวันไหนความกังวลนั้นแผ่ขยายจนใจเรารับไม่ไหว อยากขอความช่วยเหลือจากใครสักคน อูก้าพร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คุณได้พักหัวใจ เรามีจิตแพทย์และนักจิตวิทยามากมายในแพลตฟอร์มให้คำปรึกษาออนไลน์ คอยรับฟังและดูแลใจคุณทุกที่ทุกเวลา ให้อูก้าเป็นอีกหนึ่งกำลังใจดี ๆ ที่จะเดินไปกับคุณนะ 💙

🌟 ฟังเพลง Hello, Anxiety ของ Phum Viphurit ได้ที่นี่ https://bit.ly/3zrBsow

#OOCAinsight #PhumViphurit #HelloAnxiety

________________________________
⠀⠀⠀⠀
ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/KFYm

Read More

แด่ผู้ที่โอบกอดความโศกเศร้า : Eight – IU feat. Sugar (BTS)

‘อยากนอนหลับไปตลอดกาล..’

เริ่มต้นจากประโยคแสนธรรมดา แต่จบลงที่ความโศกเศร้าเมื่อเราต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักให้กับ ‘ความเป็นนิรันดร์’ ที่เราเอื้อมไม่ถึง ความรู้สึกมากมายผสมปนเปกันไปหมดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงว่าเขาไม่ได้อยู่ให้เราจับมือเคียงข้างอีกแล้ว.. เช่นเดียวกับ Eight (에잇) – #IU (아이유) ft. Sugar #BTS บทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นแด่เพื่อนของเธอที่ตัดสินใจจากไปเพราะโรคซึมเศร้า และถูกขับร้องเพื่อเป็นเสียงแทนหัวใจของหลายคนที่ไม่มีโอกาสได้ปลอบโยนคนที่เขารักอีกต่อไป

So are you happy now ?
Finally happy now ?

“เธอมีความสุขแล้วใช่ไหม ?
ในที่สุดเธอก็มีความสุขแล้วใช่ไหม ?
ส่วนฉันยังคงเหมือนเดิม
รู้สึกเหมือนสูญเสียทุกสิ่งที่อย่างไป”

อยากจะโกรธที่เธอเลือกหายไปในที่ที่กำลังใจจะส่งไปไม่ถึง อยากโกรธที่เธอไม่ให้โอกาสเราได้บอกเธอว่าเรารักเธอ และเธอสำคัญกับเรามากขนาดไหน แต่เพราะเข้าใจดีว่าโลกนี้ใจร้ายกับเธอมากเพียงใด จึงไม่สามารถโกรธเธอที่ตัดสินใจจากเราไปโดยไม่บอกลา แม้ไม่อาจยินดีกับเธอได้อย่างสุดหัวใจ แต่ก็หวังว่าเธอจะได้พบกับความสุขที่เธอตามหามาแสนนาน ส่วนเราที่ยังคงอยู่ตรงนี้ก็ยังคงทำได้แค่เพียงเป็นกำลังใจให้เหมือนที่ผ่านมา

“ไม่มีอะไรมาพรากเราจากกัน
เรามาพบกันในความฝันนั้น
และคงอยู่ไปตลอดกาล”

หลายครั้งเราก็ถามตัวเองว่าทำไม เป็นเพราะอะไรความรักและความห่วงใยที่เรามีให้จึงส่งไปไม่ถึง..? แต่เพราะคำถามเหล่านั้นมันไม่มีคำตอบ จึงทำได้เพียงยอมรับความจริงว่าในวันนี้ไม่มีเธอให้ได้สร้างความทรงจำและเรื่องราวดี ๆ ร่วมกันอีกต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นจะขอเก็บเธอไว้ในความทรงจำ ต่อให้จะต้องเจ็บปวดกับการสูญเสียอีกกี่ครั้ง ในแต่ม่านแห่งความฝันนั้นเธอจะยังมีชีวิตอยู่กับเราเสมอ

ตอนนี้เราอาจจะจมอยู่กับความเศร้า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ช่วงเวลาที่แสนปวดร้าวนี้จะผ่านพ้น บางทีอาจเป็นเดือน บางทีอาจเป็นปี หรือบางทีความเศร้านี้อาจจะอยู่กับเราตลอดไป แต่เรามั่นใจว่าจะต้องมีความสุขได้อย่างแน่นอน ต่อให้ต้องถือความเศร้าเอาไว้เราก็จะมีความสุข เราจะมีลมหายใจต่อไป รวบรวมความสุขใส่ไว้ในขวดแก้วแห่งความทรงจำ รอให้สักวันหนึ่งที่เราจะได้พบกัน ในวันนั้นเราเอาความสุขมาแชร์กันนะ 🙂

เพื่อน ๆ ที่กำลังโอบกอดความเศร้า ไม่ว่าจะเรื่องอะไรมาปล่อยมันไปกับเสียงเพลง Eight (에잇) – IU (아이유) ft. Sugar ได้ที่ : https://youtu.be/TgOu00Mf3kI 💜

ความตายอาจจะเป็นปลายทางของคนคนหนึ่ง ขณะเดียวกันก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของถนนแห่งความโศกเศร้าของใครอีกคน หลายคนต้องสูญเสียคนที่ตนรักให้กับโรคซึมเศร้า แล้วเอาแต่โทษตนเองที่ไม่สามารถรั้งพวกเขาไว้ ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของใครเลย อยากให้รู้ไว้ว่า “เราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว”

เช่นเดียวกับอีกหลายคนที่กำลังรู้สึกว่าทุกอย่างมันยากเกินจะรับไหว เชื่อเถอะว่ามีคนอีกมากมายที่อยากมีเราในชีวิต เพื่อนคนไหนกำลังเจ็บปวดหัวใจ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็มาเล่าให้เราฟังใน “กลุ่มเล่าเหอะอยากฟัง by ooca” คอมมูนิตี้ที่พร้อมจะจับมือประคับประคองทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน จะมารับกำลังใจ หรือจะมาให้กำลังใจกันและกันก็ได้เสมอ พวกเราทุกคนในกลุ่มนี้ยินดีจะรับฟังทุกเรื่องราวโดยไม่ตัดสิน

หรือหากอยากคุยกับใครสักคน อยากร้องไห้ ระบายออกไปโดยไม่ต้องกลัวว่าความลับในใจจะหลุดออกไปให้คนอื่นล่วงรู้ มาคุยกับผู้เชี่ยวชาญของอูก้าได้เสมอ เราพร้อมจะอยู่เคียงข้างและรับฟังทุกเรื่องราวหรือปัญหาที่กำลังรุมเร้า ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ เรื่องของใจให้เรารับฟังนะ 🙂

#OOCAinsight

________________________________⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/hDpw
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca.⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More

ไปดูผีเสื้อกับเขาดีไหม? ทำไมเราถึงยังอยู่ใน Toxic-relationship?

ความสัมพันธ์หวานอมขม คงเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่หลายคนเคยเจอ แม้จะรู้ดีว่าความขมและความหวานรสชาติเป็นอย่างไร แต่เมื่อสองขั้วตรงข้ามเข้ามาผสมกันกลับมีสเน่ห์น่าค้นหา จะคายก็ไม่กล้าจะกลืนก็ไม่ลง เป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลายคนรอติดตามความสัมพันธ์สุดจะซับซ้อนของ “ยูนาบี” และ “พัคแจออน” สองตัวละครหลักจากซีรี่ย์ชื่อดังใน Netflix อย่าง “Nevertheless รักนี้ห้ามไม่ได้” 🤭

เมื่อความรักมาถึงทางตัน ความหวานละลายหายไปเหลือแต่ความขมจึงเกิดเป็นคำถามขึ้นในใจ ว่า “ความสัมพันธ์นี้มันผิดพลาดตั้งแต่ตรงไหนกัน” วันนี้อูก้าอยากชวนทุกคนมาถอดรหัสความสัมพันธ์ผ่าน ‘ผีเสื้อ’ 🦋สัญลักษณ์จากซีรี่ย์เรื่องนี้กัน

“ความสุขก็เหมือนผีเสื้อ เมื่อไหร่ที่เราพยายามไล่จับมันจะหนีไปเสมอ แต่เมื่อไหร่ที่เรานั่งอยู่เงียบ ๆ มันจะมาเกาะที่เราเอง” เป็นคำบอกใบ้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่าผีเสื้อตัวแรกในเรื่องนี้ก็คือ ‘ความสุข’ ที่จะเข้ามาทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้กลายเป็นยาพิษ ☠️

สำหรับนาบีที่เพิ่งเจ็บปวดจากประสบการณ์รักครั้งเก่า เมื่อเธอมาพบกับหนุ่มหล่อแสนอ่อนโยนและเอาใจใส่อย่าง “พัคแจออน” หลังจากต้องเผชิญกับพฤติกรรมสุดจะท็อกซิกของแฟนเก่า ทั้ง “การบังคับควบคุม” หรือการทำตัวเป็นเจ้าของชีวิต แล้วยังจะพยายามกล่าวโทษให้เธอรู้สึกผิดที่ ‘ดูแลตนเองมากไป’ เช่น การทำผม หรือทาเล็บ โดยที่เขาไม่สนใจว่านั่นคือ ‘ร่างกายของเธอ’

แจออนจึงเปรียบเสมือนกับ ‘ก้อนความสุข’ ที่ขาดหายไปในความสัมพันธ์ครั้งก่อน ประกอบกับนิยามความรักที่เลือนรางหลังโดนนอกใจ ความเจ้าชู้แพรวพราวของแจออนเลยกลายเป็นเรื่องที่ ‘ยอมรับได้’ ในความคิดของนาบี ไม่แปลกที่เธอจะยอมกลายเป็นผีเสื้อบินเข้ากองไฟเพื่อไขว่คว้าความสุขนั้นด้วยตัวเธอเอง

“ผีเสื้อดูเป็นสัตว์รักอิสระ 🦋 แต่จริง ๆ แล้วมันจะชอบบินวน ๆ อยู่ที่เดิม ๆ ที่มันคุ้นเคย”

ตอนที่แจออนเลือกจะปล่อยผีเสื้อออกไป แต่มันกลับบินมาเกาะที่นิ้วของเขาแทนที่จะออกไปบินอย่างอิสระ ดูผ่าน ๆ เราอาจจะคิดว่าผีเสื้อตัวนั้นคงเป็นนาบีที่เอาแต่กลับมาหาแจออน ผู้เป็นเหมือนสถานที่ที่คุ้นเคยอยู่ทุกครั้ง แต่หากย้อนไปดูอีกสักครั้งจะเห็นว่าแจออนเองก็ผูกพันกับนาบี จนไม่อาจมี ‘อิสระ’ ทางความรู้สึกที่จะบินไปตอมตรงโน้นทีหรือตรงนี้ทีได้เหมือนเดิม ต่อให้จะบินจากกันไปหลายต่อหลายครั้งก็ทำได้เพียงกลับมาหากันและกันอยู่ดี ผีเสื้อตัวที่สองนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนาบีและแจออนเอง

จนกระทั่งนาบีมี “พื้นที่ปลอดภัยใหม่” ในตอนที่เธอเลือกจะหนีกลับบ้านเกิด พบบรรยากาศและเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยอย่าง “ยังโดฮยอก” ประกอบกับแจออนที่ไม่ได้มีแค่นาบีเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่ยังมี “ยุนซอลอา” แฟนเหมือนจะเก่าที่เป็นเหมือนบ้านให้บินกลับ ความลังเลว่าจะกลับไปยังสถานที่ที่คุ้นเคยแห่งไหนดีจึงเกิดขึ้น รั้งให้ความสัมพันธ์ที่ครุมเครืออยู่นั้นต้องเบลอไปมากกว่าเดิม 😢

เมื่อถึงจุดสูงสุดที่ความรู้สึกของคนคนหนึ่งจะรับไหว ทุกสิ่งทุกอย่างเลยต้องการ ‘ความเปลี่ยนแปลง’ และนั่นก็คือผีเสื้อตัวที่สามที่ออกมาบินโลดโผนในช่วงสองตอนที่ผ่านมา

นาบี ที่ได้รับความสบายใจจากครอบครัวและโดฮยอกที่เป็นเสาหลักที่ค้ำจุนในความรู้สึกเธอมั่นคง ความท็อกซิกที่เธอซึมซับมาจึงเบาบางลง ทำให้เธอได้เห็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม ความรู้สึกและคำพูดของโดฮยอกทำให้เธอรู้ว่าตัวเองมีคุณค่ามากกว่าตอนที่อยู่กับแจออน

ขณะเดียวกัน แจออนได้อยู่กับตัวเองตลอดเวลาที่นาบีบินหนีหายไป เมื่อไล่ตามก็พบว่าผีเสื้อตัวนี้กำลังจะบินหนีไปไม่กลับมา เขาจึงรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนแปลงบ้างสักที เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามทำทุกอย่างให้ชัดเจนว่าสำหรับเขานาบีมีความหมายอย่างไร ทั้งป่าวประกาศให้สาธารณะได้รับรู้ ทั้งแสดงความเป็นศัตรูกับโดฮยอกอย่างออกหน้าออกตา ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนได้ดั่งใจคิด เมื่อเผชิญหน้ากับกำแพงความหวาดระแวงที่นาบีก่อขึ้นมา เขาที่เพิ่งหัดแสดงออกจึงได้แต่กลืนความรู้สึกลงไปซะอย่างนั้น

เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์เป็นพิษไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกดีขึ้นมา มิหน้ำซ้ำอาจจะแปรเปลี่ยนความรักให้เป็นพลังลบแล้วมาทำร้ายความรู้สึกกันและกัน เหมือนที่นาบีและแจออนเล่นบทพ่อแง่แม่งอนกันมาตลอด ต่างคนก็ต่างไม่ยอมบอกความรู้สึกในใจออกไปอย่างตรงไปตรงมา อีกทั้งไม่ยอมรับฟังกันและกันเลยสักครั้ง จนทำให้มีแต่ความหวาดระแวง ความหึงหวง ไม่เชื่อใจ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่าง “ขอบเขตความสัมพันธ์” ไม่ชัดเจน

เมื่อหลงเข้าไปแล้วครั้งหนึ่ง การจะออกมาจากความสัมพันธ์เป็นพิษนั้นไม่ง่ายอย่างที่ใครอาจจะจินตนาการไว้ เพราะฉะนั้นประโยคที่ว่า “รู้ว่าร้ายแล้วทำไมไม่ออกมา” อาจจะไม่มีคำตอบที่ชัดเจนนัก แต่อย่างน้อยผีเสื้อตัวที่สามหรือความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ของนาบีกับแจออนนี้ก็พอจะบอกได้ว่า

“ทุกความผิดพลาดย่อมแก้ไขได้” 🙂

เริ่มต้นจากการยอมรับว่าสิ่งที่เกิดอยู่มันผิด หันเข้าหากันเพื่อเผชิญหน้ากับปัญหาความสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมา และการหาที่พักใจไว้เป็นแหล่งพลังงานบวกเพื่อฟื้นฟูคุณค่าในตัวเองกลับมาก็เป็นเรื่องที่ดี แต่อะไรก็ไม่สำคัญไปมากกว่า “การตัดสินใจอย่างแน่วแน่” ที่จะเปลี่ยนแปลง

เหมือนที่นาบีพยายามจะแก้ไขการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตนเอง พัคแจออนที่พยายามแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น หรือแม่ของนาบีที่แม้จะเจ็บช้ำมาเท่าไหร่ก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ส่วนเรื่องราวครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทั้งสองคนจะเริ่มต้นใหม่กันทางไหน ติดตามชมในตอนสุดท้ายพร้อมกันในคืนนี้ได้เลย

เพื่อนคนไหนกำลังติดอยู่ในวังวนแห่งความสัมพันธ์เป็นพิษเช่นเดียวกับนาบีและแจออน อูก้าขอเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้าง รับฟังและเคารพทุกปัญหาใจอย่างไม่ตัดสิน หากรู้สึกเหนื่อยหรือเจ็บปวดเกินจะรับไหว มาคุยและหาทางออกกับผู้เชี่ยวชาญของเราได้เสมอ 💙💚

#OOCAinsight #toxicrelationship #nevertheless #SongKang #HanSohee

________________________________⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/gxyH
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca.⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

#แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More

The Shawshank Redemption มิตรภาพท่ามกลางความสิ้นหวังคือพลังแห่งความกล้าหาญ

เมื่อพูดถึง “เพื่อน” หรือ “มิตรภาพ” หลายคนมักจะคิดถึงความทรงจำสมัยเก่าครั้งที่ยังเยาว์วัย ตอนที่ได้ออกผจญภัยสำรวจโลกใบนี้ไปกับผองเพื่อน การเดินทางออกตามหาเรื่องราวและความสัมพันธ์ใหม่ ๆ เรียกได้ว่าช่วงเวลาวัยรุ่นคือยุคทองของความฝัน ความท้าทาย และความสนุกสนาน 💫

แต่พอโตขึ้นมาก็ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหวไปดื้อ ๆ

ไร้ความฝัน ไร้ความท้าทาย ไร้ความหวัง ราวกับใช้ชีวิตแต่ละวันให้ผ่านไป ไม่มีเรื่องราวหรือความสัมพันธ์ใหม่ ทุกอย่างเกิดขึ้นซ้ำมาซ้ำไปอยู่อย่างนั้น เช่นเดียวกันกับชีวิตของนักโทษในเรือนจำชอว์แชงค์ จากภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง “The Shawshank Redemption ชอว์แชงค์ มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง”

เรื่องราวสร้างจากนวนิยายของนักเขียนแนวสยองขวัญชื่อก้องโลกอย่างสตีเฟ่น คิง (Stephen King) ที่สามารถอธิบายคำว่า “นักโทษ” และ “คุก” ออกมาได้ละเอียดอ่อน เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเข้าอกเข้าใจที่จะสามารถมีให้ ‘มนุษย์’ คนหนึ่งได้ ภายใต้บุคลิกที่เฉื่อยชาของ “แอนดี้ ดูเฟรน” (Andy Dufresne) นายธนาคารที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆาตกรรมภรรยากับชู้รักของเธอ ❌

ตัวตนของเขาในเรือนจำสุดโหดที่มีชื่อว่า “ชอว์แชงค์” (Shawshank) และการพบเจอกับเอลลิส เร้ด เร้ดดิ้ง (Ellis Red Redding) นักโทษคดีฆาตกรรม และนักโทษคนอื่น ๆ ในเรือนจำนี้ เผยให้เห็นแง่คิดบางอย่างที่สังคมปัจจุบันอาจจะลืมเลือนไป

สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึมและความตึงเครียด ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนกำลังพังลงอย่างช้า ๆ เหลือไว้แต่ความสิ้นหวัง หมดซึ่งศรัทธาต่ออะไรทั้งนั้น ความโกรธเกรี้ยวเนื่องจากความรุนแรง ความขัดแย้งและความอยุติธรรมรอบตัว กำลังบั่นทอนเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของใครหลาย ๆ คนให้สูญสิ้น 😢

เช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำชอว์แชงค์ สายตาคนภายนอกที่มองเข้ามาคงเห็นว่าสถานที่แห่งนี้คือแหล่งรวมตัวของพวกเดนตาย ส่วนเกินที่สังคมไม่ต้องการให้มีอยู่ เหล่านักโทษในเรือนจำได้รับการปฏิบัติไม่ต่างอะไรจากสัตว์ในคอก หนึ่งชีวิตที่หายไปจากเรือนจำแห่งนี้ช่างปกติเสียจนไม่มีใครสนใจ เพื่อมีชีวิตอยู่รอดโดยไม่สูญเสียโลกความเป็นจริงไป หลายคนจึงยอมแลก ‘การกลับตัวกลับใจ’ และหันเข้าสู่พฤติกรรมที่หลายคนมองว่า ‘ป่าเถื่อน’ หรือ ‘โหดร้าย’ อย่างสมบูรณ์

ทว่าแอนดี้ ดูเฟรนได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ทั้งภายนอกที่เน่าเฟะและภายในที่ชอกช้ำ จนกระทั่งเมื่อรู้ตัวอีกทีสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากโลกภายนอกนัก หากจะให้อธิบายว่าเขาทำอะไร คำตอบที่จะบอกได้ก็คงเป็น “เขานำ ‘ความปกติ’ กลับเข้ามาอีกครั้ง” ความปกติที่มนุษย์ในสังคมปัจจุบันอาจลืมเลือน นั่นคือ “ความห่วงใยและความหวังดีที่มีให้กันและกัน”

สิ่งที่แอนดี้ ดูเฟรนนำกลับมาสู่สถานที่แห่งความสิ้นหวังนี้คือ ‘มิตรภาพและความหวัง’ เขามอบความเป็นไปได้ในการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ย้ำเตือนเหล่านักโทษผู้สิ้นหวังในการ ‘มีชีวิต’ ถึงรสชาติอันหอมหวานของความฝันและความสุข ที่สำคัญที่สุดดูเฟรนมอบ ‘ความกล้าหาญ’ ในการเดินหน้าต่อ ผ่านมิตรภาพที่เป็นเครื่องยืนยันว่าหนทางข้างหน้า  พวกเขาจะไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียว 🙂

ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ‘เพื่อน’ หรือ ‘มิตรภาพ’ สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกที่ทุกเวลาของชีวิต มิตรภาพนี่เองผลักดันให้เรากลายเป็นคนที่ดีกว่าเดิมและยังสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากมีชีวิตต่อไปในเส้นทางของตนเอง เพราะเชื่อว่าปลายทางข้างหน้าเราจะมาบรรจบกันอีกครั้ง ขอเพียงรู้ว่ามีอีกหนึ่งคนที่พร้อมจะเดินไปกับเรา เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เรากล้าที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่โลกโยนมาให้แล้ว

เพื่อนคนไหนที่สนใจสามารถติดตามดูภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างถูกลิขสิทธิ์ที่ได้เน็ตฟลิกซ์ ไทยแลนด์ (Netflix Thailand) และหากใครที่กำลังรู้สึกเช่นเดียวกับผู้คนในชอว์แชงค์ โดดเดี่ยว สิ้นหวัง ไร้ที่พึ่ง อูก้ายังคงอยู่ตรงนี้ พร้อมจะจับมือและย้ำเตือนให้รู้ว่าตัวตนของทุกคนสำคัญเพียงใด เราจะคอยอยู่เคียงข้าง เป็นที่พักพิงใจให้ทุกคนได้รวมแรงกายแรงใจเดือนหน้าต่อไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าเมื่อไรก็ติดต่อมาได้เสมอเลยนะ 💚

เพื่อน ๆ คนไหนที่ชื่นชอบและสนใจติดตามข่าวสาร สาระความรู้ และอีกมากมายที่เราจะนำมาแชร์ให้ทุกคนได้รับชม สามารถติดตามอูก้าที่ LINE Official Account ได้แล้วนะ! แอดเลย 👉🏻 https://oocasea.page.link/mwoj

#OOCAinsight

________________________________⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/rfLq
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More

มากอดกันไหม ? วันที่ใจเราต่างเหนื่อยล้า

‘ถ้าเราหายไปก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง’ 😢

เคยรู้สึกแบบนี้เหมือนกันไหม ? เหมือนเราเป็นเพียงเศษเสี้ยวแสนไร้ค่าเมื่อเทียบกับผู้คนมากมายที่ต่างเดินหน้าไปถึงไหนต่อไหน ยิ่งนานวันไปก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองนั้นเล็กเสียจนหายไปก็คงไม่มีใครรู้

“เหนื่อยมาก เหนื่อยจัง เหนื่อยจริงๆ”

ท่อนหนึ่งจากบทเพลง Hug (กอด) – Seventeen ศิลปินชาวเกาหลีใต้ ทำเอาน้ำตาไหลลงมาโดยที่ไม่รู้ตัว ราวกับเสียงสะท้อนที่อยู่ในใจถูกขับขานออกไปผ่านคำร้องและทำนองที่แสนอ่อนโยน ชวนให้หันกลับไปมองแต่ละก้าวเดินที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ เรากำลังใจร้ายกับตัวเองอยู่หรือเปล่านะ ?

สิ่งรอบตัวมากมายกำลังบีบอัดเราให้เล็กลงไปเรื่อย ๆ จนความรู้สึกของเราแตกสลายไปพร้อมกับหัวใจที่เก็บไว้แต่ความเจ็บปวด รู้ตัวอีกทีก็ลืมไปแล้วว่าความสุขเป็นอย่างไร ในตอนนั้นหากมีใครสักคนมากอดเราและถามว่า “เหนื่อยไหม” หัวใจดวงน้อยคงรับไม่ไหวจนเผลอแสดงความอ่อนแอออกไปให้ใครต่อใครได้เห็น

อยากจะบอกออกไปให้ใครต่อใครได้รู้ว่าแต่ละวันที่ผ่านไปมันแสนจะลำบากยากเย็นเพียงใด ว่าหัวใจดวงนี้กำลังจะรับอะไรต่อไปไม่ไหวแล้ว แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เก็บคำพูดเหล่านั้นไว้ในใจ เพราะมองออกไปก็เห็นแต่คนที่พยายามอย่างหนักเช่นเดียวกัน ยิ่งเห็นแบบนั้นมากเท่าไร ยิ่งเข้าใจความเหนื่อยล้านั้นมากเท่าไร ยิ่งพูดออกไปไม่ได้เท่านั้น

ขอโทษนะที่เป็นคนอ่อนแอ

ขอโทษนะที่เป็นคนไม่เอาไหน

ขอโทษนะที่เป็นคนไม่เก่ง

ขอโทษนะที่เกิดมา

ได้แต่ตะโกนร้องอยู่ในใจ เพราะความคาดหวังมากมายให้เราต้องโตขึ้น ต้องพัฒนามากกว่านี้ ต้องเก่งมากกว่านี้ แต่นานวันเข้าความกดดันกลับเข้ามาแทนที่จนเผลอรู้สึกผิดที่ตนเองไม่เดินหน้าต่อไปไหนเสียที หากใครที่กำลังรู้สึกแบบเดียวกัน ลองกดเปิดเพลงนี้ขึ้นฟังแล้วปล่อยให้ใจได้รับคำปลอบโยนดูสักครั้ง

“ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะ

ไม่ต้องกังวลอะไร

ไม่ต้องกลัวนะ”

ความอ่อนแอไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ไม่เป็นอะไรเลยหากจะมีสักวันที่เหนื่อยล้าหรือท้อแท้ ไม่เป็นไรเลยที่ไม่ได้เก่งเหมือนคนอื่นเขา เพราะแค่มีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว ขอเพียงยังหายใจ วันพรุ่งนี้และการเริ่มต้นใหม่จะมาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นไม่ต้องกลัวไป มาจับมือกันเอาไว้ แล้วเผชิญหน้ากับมันไปด้วยกันนะ

“เพราะสำหรับฉัน เธอนั้นสำคัญมากกว่าใคร”

“แด่เธอ…ที่ผ่านแต่ละวันอย่างยากลำบาก ฉันอยากบอกบางอย่างกับเธอไว้

ว่าเธอยังมีฉัน ว่าเธอทำได้ดีมากแล้ว ว่าฉันรักเธอนะ

และฉันจะกอดเธอไว้เอง”

เช่นเดียวกับชื่อมินิอัลบั้มที่มาในธีม ‘YOU MADE MY DAWN’ ที่ส่งผ่านเสียงสะท้อนของหัวใจมากพร้อมกับความห่วงใยและคำปลอบโยน หวังว่าเพลงนี้จะส่งไปถึงคนที่กำลังฟังอยู่และทำให้อีกหนึ่งวันที่แสนเหนื่อยล้าจบลงไปพร้อมกับความรู้สึกดี ๆ

💎 ฟังเพลง Hug – Seventeen ได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=j69PEX9bzRY

ใครที่เห็นเพื่อนกำลังเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด ก็ลองส่งเพลงนี้ให้เป็นกำลังใจ แทนข้อความว่า ‘ฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ’ หรือใครที่กำลังเหนื่อยล้าทั้งกายและใจจากการทำงานมาทั้งวัน ก็ลองเปิดเพลงขึ้นขึ้นมาฟังและอนุญาตให้ตนเองได้ร้องไห้ ระบายความอึดอัดที่เก็บมาตลอดออกไปบ้างสักครั้ง และหากใครที่เหนื่อยกายท้อใจ หันไปทางไหนก็มืดมน อยากได้ใครสักคนคอยรับฟังเรื่องราวและก้าวผ่านวันนี้ไปด้วยกัน อูก้ายังคงอยู่ตรงนี้ พร้อมรับฟังและจับมือทุกคนไว้ ไม่ว่าเมื่อไรก็ติดต่อมาได้เสมอเลยนะ 💚💙

#OOCAinsight

________________________________⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/2zqc
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ > https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > http://bit.ly/msgfbooca.⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More
minari

‘Minari’ ต่อสู้เพื่อเบ่งบาน เมื่อความฝันไม่ใช่ของฉันเพียงคนเดียว

หากใครชื่นชอบวัฒนธรรมของประเทศเกาหลี คงพอคุ้นตากับ ‘มินาริ’ (미나리) หรือผักชีล้อม ที่มักไปโผล่ในซีรีส์หรือรายการวาไรตี้ต่าง ๆ นิยมนำมาปรุงอาหาร เพราะปลูกง่าย ราคาไม่แพง ดูเผิน ๆ เหมือนวัชพืชเพราะมีความทนทานในทุกสภาพแวดล้อม แต่ยิ่งได้ผลัดใบแรกจะยิ่งผลิดอกงอกงาม 🌱

“มินาริสามารถเติบโตได้ทุกที่ แม้ในพื้นที่ว่างเปล่า เอาไปใส่ในแกงอะไรก็อร่อย” คุณยายที่มาพร้อมกับความรักจากประเทศบ้านเกิด ทำให้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นจาค็อบ หัวหน้าครอบครัวที่มุ่งมั่น โมนิกา ภรรยาที่เชื่อใจและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของสามี พร้อมทั้งแอนน์และเดวิด ลูก ๆ ที่เติบโตมาแบบสองวัฒนธรรม

ครอบครัวนี้ได้วาดฝันอนาคตร่วมกัน โดยเริ่มจาก “ศูนย์” สะท้อนให้เห็นว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่กำลังต่อสู้กับอะไรที่ไม่คุ้นชินในที่ต่างถิ่นต่างแดน ความไม่คุ้ยเคยอาจทำให้หวั่นใจ แต่เพราะความฝันที่เราแบกไว้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าเลยยอมแพ้ไม่ได้ เป็นสิ่งที่ทำให้คนดูรู้สึกเข้าถึงหนังเรื่องนี้ เพราะถ้าให้พูดตรง ๆ สิ่งที่จาค็อบกำลังเริ่มต้นนั้นท้าทายเขาและครอบครัวพอสมควร ที่ดินว่างเปล่ากับความสำเร็จที่เลือนราง จะเป็นอย่างไรหากครอบครัวไม่เคารพการตัดสินใจของเขา ?

เพราะความฝันของเรา อาจมีหลายคนรวมอยู่ในนั้นด้วย 🙂

นอกจากการต่อสู้เพื่อความฝันและการอดทนต่อความยากลำบาก สิ่งสำคัญคือการมีอยู่ของกันและกัน
การมาถึงของคุณยายซุนจา ได้พัดพา ‘กลิ่นเกาหลี’ มายังบ้านหลังนี้ หรือนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของความคิดถึง กลิ่นที่หลาน ๆ ไม่ชอบในตอนแรก กลายเป็นความอบอุ่นที่พวกเขาขาดไม่ได้ คุณยายทำให้เรานึกถึงคำว่า ‘ไม่คุ้นเคยแต่รู้สึกดี’ ลองนึกภาพเด็กที่เติบโตมาแบบอเมริกัน เห็นแต่ภาพคุณยายอารมณ์ดี ชอบอบคุกกี้และไม่พูดคำหยาบ ตัดภาพมาที่การปราฎตัวของคุณยายที่เป็นคนเกาหลีแท้ ๆ ชอบต้มยาสมุนไพร พูดจาโผงผาง ความแตกต่างแบบสุดขั้วและช่องว่างระหว่างวัย กลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ครอบครัวนี้ต้องปรับตัว

หนังเรื่องนี้นำเสนอปัญหาของตัวละครผ่านมุมองของ ‘การอพยพย้ายถิ่นฐาน’ เพื่อไปสร้างความมั่นคงใหม่ แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเมื่อเทียบกับในชีวิตจริงที่อาจมีหลายร้อยพันปัญหาเกิดขึ้นกับเรา อย่างหลาย ๆ ฉากที่สื่อถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน หากเราไม่มองว่าความไม่รู้เป็นเรื่องผิดหรือตัดสินคนอื่นจากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เราจะพบว่ามิตรภาพเกิดขึ้นได้และทุกคนก็ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นั้นเช่นกัน


ความรักก่อตัวผ่านการเรียนรู้ ยอมรับ และพยายาม 🥰


บางครั้งปลายทางอาจไม่สำคัญเท่ากับเราผ่านอะไรมาด้วยกัน ความผิดหวัง ท้อแท้ที่เกิดขึ้นในหนังสอนเราว่าการต่อสู้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต กว่าความฝันจะสำเร็จก็ไม่ง่ายเลย แต่จะดีแค่ไหนหากในช่วงเวลาที่เราล้มลุกคลุกคลาน ยังมีคนที่รักคอยประคับประคองกันไว้ ในวันที่เราเหนื่อยจนแทบถอดใจ อาจมีพลังของครอบครัวที่ช่วยเติมไฟให้เราอีกครั้ง อย่างที่หนังเรื่องนี้บอกเราว่า ‘แม้จะเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่ปล่อยมือ’
มินาริอาจไม่ได้ขยี้ปมครอบครัวจนใจเราเจ็บ แต่ก็ทำให้น้ำตาไหลได้ไม่ยาก เพราะการเริ่มต้นใหม่ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย การให้โอกาสตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ บางครั้งในวันที่ล้มเราไม่จำเป็นต้องตอกย้ำอีกฝ่ายว่าเขาไม่ดีตรงไหน เขาทำอะไรพลาดไป หรือบอกว่าสิ่งที่เขาคิดมันผิด แต่เราอาจบอกเขาได้ว่าจะทำอย่างไรให้มันดีขึ้นและเราพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เหมือนกับที่ครอบครัวนี้เริ่มต้นจากความโดดเดี่ยวมีเพียงสมาชิกในบ้านที่อยู่เพื่อกันและกัน สุดท้ายความอบอุ่นนี้ก็ถูกส่งต่อไปยังคนอื่น ๆ
‘เติบโตให้ได้อย่างมินาริ’ อาจไม่ได้สวยงามที่สุดในหมู่พืช แต่อดทนและแข็งแกร่งไม่แพ้ใคร

อูก้าเป็นกำลังใจให้ทุกความฝัน ทุกเส้นทางล้วนสวยงามในแบบของมัน เราพร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางที่รับฟังคุณเสมอ สามารถพูดคุยกับเราได้ทุกที่ทุกเวลา แล้วมารวบรวมพลังไปต่อสู้กับความฝันด้วยกันนะ 💙


#OOCAinsight


—————————————

ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/minari
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ Ooca ได้ที่ https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > bit.ly/msgfbooca

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More
บีทีเอส lifegoeson bts เศร้า สุขภาพจิต

“Life goes on” จาก BTS จงใช้ชีวิตต่อไปแม้โลกใบนี้จะใจร้ายกับเรา

“จู่ๆ วันหนึ่งโลกทั้งใบก็หยุดหมุน หยุดโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว

ฤดูใบไม้ผลิไม่รีรอ มาถึงตามเวลาของมันเหมือนเคย

รอยเท้าบนถนนเหมือนกับถูกลบเลือนไป ฉันล้มลงตรงนี้

แต่กาลเวลายังคงเดินต่อไปตามปกติ โดยไม่มีแม้แต่คำขอโทษให้กัน”

.

วง BTS ได้ปล่อยเพลงไตเติ้ลของอัลบั้ม BE ชื่อเพลง “Life goes on” เพื่อบอกเล่าถึงช่วงเวลาที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับโควิด ทำให้เราเห็นภาพความเคว้งคว้าง ความเหงาในการใช้ชีวิต ไม่มีใครเตรียมใจมาก่อนเลยว่าโลกนี้จะหยุดอยู่กับที่ แต่ฤดูกาลก็ยังหมุนเวียนไปตามปกติ ในขณะที่เราไม่สามารถทำอะไรที่เคยทำได้ นอกจากหายใจเพื่อมอบความอบอุ่นให้ตัวเอง

.

ไม่ใช่แค่สถานการณ์โควิดที่พาเราดำดิ่งไปกับความรู้สึกล้มเหลว สิ้นหวัง แต่หลายๆ คนเคยมีช่วงเวลาแบบนี้ในชีวิต เหมือนเราติดอยู่ในหลุมใดหลุมหนึ่งแบบที่หาทางออกไม่ได้เลย ทั้งที่รอบๆ ตัวมีแต่คนก้าวไปข้างหน้า มีแต่คนที่ดีกว่าและสมบูรณ์แบบกว่าเรา ทำไมเราถึงจมอยู่ตรงนี้ หรือโลกใบนี้ใจร้ายแค่กับเราคนเดียว ?

.

แต่ชีวิตเรามีวันที่เลวร้ายมากมาย เหมือนฝนที่เทกระหน่ำลงมา ฉันพยายามต่อสู้กับมันเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ บางครั้งเราแค่ต้องใช้ชีวิตต่อไปแบบนั้น…แบบที่สั่นไหวและมองไม่เห็นทางออก อย่างท่อนแร็ปในเพลงนี้บอกกับเราว่า

“ฉันคิดว่าถ้าวิ่งให้เร็วยิ่งกว่าเมฆฝนพวกนั้นจะเพียงพอ

แต่ก็เหมือนทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

คงเพราะว่าฉันเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง

ฉันอยู่ในโลกของความเจ็บปวดและความหนาวเหน็บที่โลกมอบให้

กระตุ้นให้ฉันปัดฝุ่นหนาที่ปกคลุมออกไป

และฉันก็เต้นไปแบบนั้น แม้ว่าสุดท้ายจะล้มลง”

.

“ฉันมองไม่เห็นทางออกเลย เรื่องต่างๆ เหล่านี้พอจะมีทางออกบ้างไหม ? ฉันก้าวเท้าไปไหนไม่ได้เลย”

นี่คงเป็นประโยคที่แทนความรู้สึกใครหลายคนไม่ใช่แค่โควิด แต่บางเหตุการณ์ในชีวิตก็เหมือนพาเราไปยืนที่ปากเหว ไม่อยากจะถอยหลัง แต่ก็เดินต่อไปไม่ได้ ในใจเราอาจได้แต่ภาวนาให้ใครซักคนพาเราออกไปจากตรงนี้…จากความรู้สึกที่มืดมิดนี้

.

“Like a echo in the forest วันเวลากำลังจะหวนมา

ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น Life goes on”

.

ท่อนนี้มีความหมายลึกซึ้งเชิงปรัชญา โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำถามที่ว่า

“If a tree falls in the forest and no one is there, does it makes a sound ?”

ต้นไม้ที่ล้มลงในป่าแต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นหรือได้ยินเสียงมันล้ม ถ้างั้นแปลว่ามันมีเสียงเกิดขึ้นจริงๆ ไหม?

เขาก็นำมาเปรียบเปรยว่าต่อให้ไม่มีใครได้ยิน ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะจบลง เพราะเรามองไม่เห็น แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีจริง หลังจากที่สถานการณ์คลี่คลาย ทุกอย่างจะวนกลับไปเหมือนเดิมราวกับที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น เนื้อเพลงกำลังพูดถึงชีวิตที่ดำเนินต่อไปแบบนั้น หลังจากนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น

.

หลังความเจ็บปวดเราได้เห็นวันใหม่ปรากฎขึ้น เพราะฉะนั้นถึงเราจะต้องหยุดเดินหรือเจออุปสรรคอะไร เราก็อย่ามัวจมอยู่กับความเศร้า ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดหรือหลบอยู่ในเงามืดหรอกนะ ยังไงแสงสว่างก็จะส่องมาอีกครั้งและอีกครั้ง แม้ความสุขจะผ่านเราไปอย่างรวดเร็วแต่ความทุกข์ก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดไปเช่นกัน

“ใช่ ชีวิตต้องเดินต่อไป”

ฟังเพลง Life goes on – BTS ได้ที่ > https://www.youtube.com/watch?v=-5q5mZbe3V8

ถ้าหากตอนนี้เรารู้สึกเหมือนเพลงนี้อยู่ ลองเปิดโอกาสให้อูก้าได้ดูแลใจและเป็นเพื่อนที่รับฟังความรู้สึกของคุณเสมอ เราอยากช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพใจที่แข็งแรงและพร้อมใช้ชีวิตต่อไป แบบที่บทเพลงนี้กำลังเยียวยาเราอยู่ มาพยายามไปด้วยกันนะ

#OOCAinsight


ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล นัดคุยได้เลย
🔹 ดาวน์โหลดแอปฯ หรือคุยผ่านเว็บไซต์ > https://ooca.page.link/lgoblog
✨ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบริการของ ooca ได้ที่ https://ooca.page.link/oocaservice
📬 พบปัญหาการใช้งาน ทักแชทมาหาเรา > bit.ly/msgfbooca.

#OOCAitsOK #WeWillListen #เรื่องของใจให้เรารับฟัง #แอปปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา #mentalhealth #สุขภาพจิต #เครียด #ซึมเศร้า #พบจิตแพทย์

Read More
คิดได้ในวันที่สายไป จิตวิทยาความรัก

OOCAinsight: กด Undo ตรงไหน? มีทางใดไหมให้แก้ตัว คนๆนี้เพิ่งรู้สึกตัวในวันที่สายไป

ว่ากันว่าความสัมพันธ์ก็เหมือนหนังสือ “อ่านซ้ำเรื่องเดิม ตอนจบก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน” เราจึงเชื่อว่าถ้ามันผิดพลาดไปแล้วคงแก้ไขได้ยาก การทำผิดซ้ำๆ เลยเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจสำหรับทั้งสองฝ่าย ต่อให้จะรักกันมากแค่ไหน ถ้าไม่อยากเจ็บแบบเดิมก็ควรเดินหน้าต่อไป ไม่ย้อนกลับมารักกันอีก

.

กด Undo ตรงไหน มีทางใดไหมให้แก้ตัว

คนคนนี้เพิ่งรู้สึกตัวในวันที่สายไป

มารู้ตัววันที่ไม่มี ที่ตรงนี้เงียบเหงาเท่าไร

โอ้..เธอ กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้หรือเปล่า

.

บังเอิญได้ยินเพลง Undo ของ POP PONGKOOL X WONDERFRAME ซึ่งเราไม่เคยฟังมาก่อน ต้องบอกว่าเป็นเพลงที่เชื่อมโยงได้กับทุกคนจริงๆ พูดถึงความอ้างว้างในวันที่คนสำคัญหล่นหายไป ได้แต่นั่งเสียใจและอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขให้ทุกอย่างเหมือนเดิม เข้าข่าย “รู้ตัวเมื่อสาย” ถือเป็นเรื่องที่พบเจอบ่อยในเรื่องความรัก หลายคนกว่าจะเจอจุดที่ความสัมพันธ์ลงตัว ย่อมผ่านความผิดหวัง เจ็บปวด สารพัดเรื่องงี่เง่าที่เราทำไปโดยไม่มีเหตุผล รู้ตัวอีกทีเราก็ตอนที่รักษาคนข้างตัวไว้ไม่ได้แล้ว

.

แค่เสี้ยวนาทีที่ไม่ทันห้ามใจ ปล่อยใจไปให้มันทำผิด

ไม่เคยจะคิดว่ามันจะทำให้เรามีวันสุดท้าย

ผิดที่ฉันที่มันไม่รู้ตัว ว่าตัวเองรักเธอเท่าไร

และได้ทำร้ายเธอไปอย่างนั้น

.

แน่นอนว่าเราอยากทำให้ดีที่สุดในทุกๆ ความสัมพันธ์ รู้สึกรักก็อยากจะรักให้หมดใจ แต่ใช่ว่าเราจะไม่เผลอทำอะไรพลาดไป อะไรที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจมาก่อน แม้จะเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีหรือเป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับบางคน แต่อาจนำไปสู่การเลิกราได้เหมือนกัน บางคนโชคดีอาจจะได้โอกาสแก้ตัว ชดเชยสิ่งที่ทำพลาดไป ในขณะที่บางคนก็ต้องเดินจากกันไปตลอดกาล

.

เรื่องวันนั้นที่ฉันได้ทำพลาดไป เพราะฉันที่ทำให้เธอเสียใจ

ถ้าได้ย้อนกลับไปอีกครั้ง จะไม่ยอมให้เธอจากไป

บางอย่างกว่าจะรู้ว่าสำคัญก็คือวันที่เราไม่มีสิ่งนั้นแล้ว เพราะความรักไม่ได้มีแต่ด้านที่สวยงาม นอกจากจดจำเรื่องดีๆ บาดแผลที่สร้างให้กันก็ถูกเก็บไว้เหมือนกัน ถ้าเรื่องราวที่ใจเรารู้ตอนจบว่าจะเป็นยังไง เราคงเลือกที่จะปล่อยให้มันผ่านไปดีกว่า ต่อให้ความรักจะยังอยู่แต่สุดท้ายเราอาจทำได้แค่โหยหากันและกัน

.

ถ้าวันนี้เรามีใครให้รัก ให้ดูแล ขอให้รักษาเขาไว้ดีๆ บอกให้เขารู้ตัวว่าเขามีค่าสำหรับเรา เพราะชีวิตจริงมีแต่เดินไปข้างหน้า ไม่มีปุ่ม Undo ให้แก้ไข ความรู้สึกที่เสียไปก็ไม่มีวันเหมือนเดิม

อูก้าขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆ ความสัมพันธ์ ดูแลใจตัวเองแล้ว อย่าลืมดูแลใจคนสำคัญด้วยนะ

ฟังเพลง Undo ของ POP PONGKOOL X WONDERFRAME ได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=tm2N4gntigI

Read More
จิตวิทยา หนังให้กำลังใจ

OOCAinsights : เธอมีพร้อมทุกอย่างแล้ว เหลือแค่สู้และลงมือทำ

ทุกคนคงจะต้องเคยผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ หรือวันแย่ ๆ กันมาใช่หรือเปล่าคะ แน่นอนว่าวันเหล่านั้นคงทำให้เกิดผลกระทบกับจิตใจของเราไม่มากก็น้อย บางคนก็รับมือไหว แต่ก็มีอีกหลายคนที่ผ่านมันไปไม่ได้และทำให้สภาพจิตใจถดถอยลง หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เราผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นไปไม่ได้ ก็เพราะว่าเรามองข้ามบางสิ่งที่เรามีอยู่กับตัวเอง สงสัยใช่มั้ยว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร ?

ยกตัวอย่างจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวละครชื่อ เบบี้ดอล ในภาพยนตร์เรื่อง Sucker Punch เธอลุกขึ้นมาต่อสู้แทนที่จะยอมแพ้ให้กับโชคชะตาอันเลวร้าย และสามารถเอาชนะมันได้ด้วยสิ่งที่เธอมีอยู่กับตัว เราได้เรียนรู้จากภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยบทพูดในตอนสุดท้ายของเรื่องราว

“Your fight for survival starts right now.

You don’t want to be judged? You won’t be.

You don’t think you’re strong enough? You are.

You’re afraid. Don’t be.

You have all the weapons you need. Now fight!”

“การดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดมันเริ่มแล้ว

เธอไม่อยากโดนตัดสินใช่ไหม? เธอไม่โดนแน่

เธอคิดว่าเธอไม่แข็งแกร่งพอเหรอ? เธอแกร่งแน่

เธอหวาดกลัว.. อย่ากลัว

เธอมีอาวุธทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว เธอต้องสู้”

ในบางครั้งที่เราเจอปัญหาและเหตุการณ์ร้าย ๆ มากมาย เราอาจจะลืมไปว่าสุดท้ายแล้ว “ตัวเราเองนี่แหละ ที่จะพาเราผ่านพ้นทุกอย่างไปได้ด้วยสิ่งที่เรามี” เรามีอะไรล่ะ ? เรามีความกล้า เรามีความสามารถ เรามีความเชื่อมั่น และที่สำคัญ เรามีกำลังใจอีกมากมายจากผู้คนรอบตัวที่คอยช่วยเหลือเรา สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือน “อาวุธ” ให้เราต่อสู้กับอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต เมื่อเราผ่านมันมาได้เราจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น ขอเพียงแค่เชื่อมั่นอาวุธในมือของตัวเอง แล้วจงสู้

อูก้าขอเป็นกำลังให้กับทุกคนที่กำลังเผชิญปัญหาที่เข้ามาในชีวิต ใครที่อยากได้คำปรึกษาสามารถติดต่อพวกเรามาได้เลย เราพร้อมที่จะรับฟังทุกปัญหาเลยนะ

Read More
ซีรี่ย์เน็ทฟลิกและจิตวิทยา Bridgerton

OOCAinsight: “ถ้าไม่ได้แต่งงาน ฉันก็ไม่มีค่าอะไรเลย” Bridgerton กับยุคที่ผู้หญิงห้ามขึ้นคาน

ฉากที่สะเทือนใจเรามากๆ คือตอนที่ดาฟนี่คุยกับพี่ชายของเธอว่า “พี่ไม่เข้าใจหรอกว่าผู้หญิงรู้สึกยังไงที่ทั้งชีวิตเราเหลือความสำคัญแค่เพียงช่วงเวลาเดียว หนูถูกเลี้ยงดูมาเพื่อสิ่งนี้ นี่คือสิ่งเดียวที่หนูเป็น หนูไม่มีคุณค่าอย่างอื่นแล้ว ถ้าหนูหาสามีไม่ได้ หนูก็จะไร้ค่า” เป็นฉากพูดคุยธรรมดาๆ ระหว่างพี่น้อง แต่คำพูดของดาฟนี่ที่คุยกับพี่ชายกลับทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจเรามากๆ ทำไมคุณค่าของผู้หญิงถึงอยู่ที่การแต่งงาน

.

ม่านประเพณีที่บดบังคุณค่าที่แท้จริงของผู้หญิง ถูกนำมาสะท้อนผ่าน Bridgerton ซีรีส์จาก netflix ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ Julia Quinn กล่าวถึงค่านิยมการออกเรือนได้ครบเครื่องและโรแมนติกมาก แกนหลักของเราอยู่ที่ตัวละคร “ดาฟนี่ บริดเจอร์ตัน” ลูกสาวคนสวยจากพี่น้องทั้งแปดของตระกูลไฮโซแห่งกรุงลอนดอน ทุกสายตาที่จ้องมองมา ราวกับจับผิดชีวิตผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ว่าเธอจะเดินบนเส้นทางที่คู่ควรกับชาติตระกูลหรือไม่ นี่อาจเป็นราคาที่สาวๆ จากวงสังคมชั้นสูงต้องจ่าย เพื่อแลกกับหลักประกันในชีวิต

.

(โปรดระวังมีการสปอยล์เนื้อหาเล็กน้อย)

ในอังกฤษตามธรรมเนียมแล้วแวดวงชนชั้นสูงจะมีการเข้าเฝ้าฯ พระราชินี หญิงสาววัยแรกรุ่นที่เพียบพร้อมทั้งกิริยาและฐานะทางสังคมจะได้เปิดตัวในงานเต้นรำ หรือที่เรียกว่าเดบูตองต์ (Debutante) บรรดาแม่ๆ ของแต่ละตระกูลก็จะพยายามชิงดีชิงเด่นและทำทุกวิถีทางให้ลูกสาวสวยโดดเด่นสะดุดตามากที่สุด เพื่อให้ลูกสาวได้รับการทาบทามจากชายหนุ่มสูงศักดิ์ ลูกสาวบ้านไหนได้แต่งงานออกเรือนจะถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของครอบครัว เรียกว่าแค่แต่งงานกับคนที่เหมาะสมก็เป็นที่เชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูล

.

ซึ่งในงานเต้นรำปีนี้ก็เป็นหน้าที่ของดาฟนี่ที่ต้องรับบทบาทสำคัญ จากการปลูกฝังเลี้ยงดูให้เป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในทุกๆ ด้าน รวมถึงหน้าตาที่สวยงามไร้ที่ติ ใครๆ ต่างมองว่าเธอเป็นตัวเต็งของสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่น่าจะได้ออกเรือนก่อนใคร แต่แล้วเหตุการณ์ดันไม่เป็นดั่งใจ ทำให้ดาฟนี่เจออุปสรรคในการหาคู่ จนต้องไปขอความช่วยเหลือจากพระเอกของเรา “ไซม่อน บาสเซ็ต” ท่านดยุกแห่งเฮสติ้งส์ที่ขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้และเป็นที่หมายปองของสาวชั้นสูงทั่วอังกฤษ

.

จุดที่น่าสนใจอยู่ที่ช่วงต้นเรื่อง เราจะได้เห็นภาพสาวๆ ที่เอาจริงเอาจังกับการหาคู่ครอง และแม่ๆ ที่พยายามดันลูกสาวเต็มที่ เป็นภาพที่ยากจะจินตนาการสำหรับผู้หญิงสมัยใหม่ ว่าทำไมเป้าหมายเดียวในชีวิตเราถึงเป็นการแต่งงานและเป็นแม่คน ต้องรักษาภาพลักษณ์ที่มีคุณค่าสูงส่ง แต่ขณะเดียวกันเมื่อมองมาแล้วก็ควรต้องตาต้องใจผู้อื่นด้วย ทั้งเสื้อผ้าการแต่งกายที่ไม่ได้สะดวกสบายเอาเสียเลย อย่างในเรื่องเราจะเห็นสาวๆ ขยันออกงานสังคมและแวะเวียนไปตัดชุดที่ร้านดังอยู่เป็นประจำ เหล่าคุณแม่มักจะพิถีพิถันเลือกชุดที่สวยที่สุดแพงที่สุดเพื่อให้ลูกสาวตัวเองมีโอกาสมากขึ้นอีกสักนิด

.

สิ่งที่สะท้อนใจเราอย่างมากคือฉากที่ดาฟนี่คุยกับเอโลอีส น้องสาวที่จะเปิดตัวต่อจากเธอ เอโลอีสไม่เข้าใจเลยว่าทำไมดาฟนี่ถึงต้องพยายามแทบเป็นแทบตายกับการหาคู่ขนาดนี้ “ความสำเร็จในการหาคู่ครองของพี่จะส่งผลดีกับพวกเธอทุกคนนะ” ดาฟนี่บอกน้องๆ แม่พร่ำสอนมาตลอดว่าการดูแลครอบครัวคือหน้าที่ เธอจะพบความสุขและความสะดวกสบายเมื่อได้แต่งงาน ดูแลบ้านให้น่าอยู่และมีลูกๆ ที่น่ารัก ตั้งแต่เด็กดาฟนี่จึงไม่เคยมีเป้าหมายอย่างอื่นในชีวิตเลย

.

ส่วนหนึ่งเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ดีในยุคนั้นไม่ได้ทำงาน แต่เป็นหน้าเป็นตาให้สามีแทน หน้าที่หลักคือดูแลบ้านช่องและปูทางให้ลูกๆ อย่างที่แม่ของดาฟนี่ทำ เมื่อผู้เป็นพ่อจากไปหน้าที่ผู้นำครอบครัวก็ตกเป็นของลูกชายคนโตที่มีหน้าที่ตัดสินใจเรื่องสำคัญในบ้าน แม้แต่เรื่องคู่ครองของน้องสาว

.

อย่างไรก็ตามเมื่อได้ชมแล้วเราจะเห็นว่าผู้หญิงมีส่วนอย่างมากในการผลักดันครอบครัวให้ประสบความสำเร็จ ซีรีส์ได้ตอกย้ำให้เราเห็นความปราดเปรื่องของผู้หญิง การเป็นแม่และเป็นเมียที่ดีนั้นเป็นเรื่องยาก ซึ่งบางครั้งเราก็ได้หลงลืมจุดนี้ไป ทำให้คุณค่าของผู้หญิงถูกลดทอนอย่างน่าเสียดาย

.

น่าดีใจที่ทุกวันนี้ค่านิยมเราเปลี่ยนไปมากและเริ่มส่งผลในทางตรงกันข้าม ผู้หญิงเราไม่ได้เคร่งเครียดกับเรื่องการแต่งงานมีลูกเท่าเมื่อก่อน หรือเรื่องของงานบ้านงานเรือนก็ไม่ใช่หน้าที่ของผู้หญิงฝ่ายเดียวอีกต่อไป ความเท่าเทียมกันค่อยๆ ฉายชัดขึ้นตามวันเวลา รวมถึงผู้หญิงสามารถที่จะมีอาชีพที่รัก มีโอกาสที่จะเลือกสิ่งดีๆ ให้ตัวเองพอๆ กับผู้ชาย แต่ไม่ว่าค่านิยมหรือประเพณีจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าตัวเราจะเป็นใคร เพศอะไร หรือตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ สิ่งที่สำคัญมากๆ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจเสมอคือ “คุณค่าในตัวเราไม่เคยหายไปไหนเลย”

.

เพราะอูก้าเชื่อว่าทุกๆ คนมีคุณค่าที่ไม่ควรถูกตัดสิน เหมือนชีวิตของดาฟนี่ที่แม้จะเติบโตมาด้วยความตั้งใจเพียงอย่างเดียว แต่สุดท้ายเธอได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่าเธอมีคุณค่าและดีพอที่จะได้รับความรัก พวกคุณเองก็เหมือนกันนะ ถ้าวันไหนรู้สึกท้อแท้ใจ ลองดูซีรีส์สักเรื่องที่ช่วยส่งพลังให้เราดู แล้วอย่าลืมคิดถึงอูก้า เพื่อนแท้ที่จะคอยดูแลใจคุณนะ

Read More